บท
ตั้งค่า

2

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ได้ไม่ได้ก็แล้วแต่เขา เรามีหน้าที่แค่ต้อนรับขับสู้ให้ดีก็พอ อย่างน้อยเขาก็ยังมีน้ำใจอยากมาเป็นครูอาสาสอนลูก ๆหลาน ๆของคนในหมู่บ้านเรา อีบัว เอ็งไปเอาฟูก หมอน ผ้าห่มมาไว้บนกระท่อมด้วยนะ” พูดกับชายกลางคนเสร็จก็หันหน้ามาสั่งลูกสาว มองไปรอบ ๆกระท่อมไม้ไผ่อีกครั้งเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง “เอ็งขุดว่านพระตะบะที่ตีนบันไดมาปลูกด้วยนะ”

“ทำไมต้องเอาว่านพระตะบะมาปลูกด้วยล่ะพ่อ มีอะไรหรือเปล่า” บัวถามด้วยความสงสัย พอจะรู้มาบ้างว่าว่านพระตะบะจะนิยมปลูกไว้หน้าบ้านหรือทางเข้าบ้านเพื่อป้องกันภูตผีปีศาจ ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นว่านที่ว่านี้ขึ้นอยู่อยู่ตรงทางขึ้นบันไดของบ้านแล้ว “มันจะมีอะไรเกิดขึ้นเหรอพ่อ?”

“เอ็งอย่าถามมาก ข้าบอกอะไรก็ทำตามนั้น” หันหน้าไปดุอย่างไม่จริงจัง ลูกสาวเป็นคนช่างพูดและอยากรู้อยากเห็น แม้แต่งงานมีลูกมีผัวแล้วก็ยังทำตัวเป็นเด็กขี้สงสัย คอยแต่จะถามนั่นถามนี่อยู่ตลอดเวลา ลุงคำเองก็ชินไปเสียแล้ว รู้ดีว่าลูกสาวได้นิสัยมาจากเมียรักที่ตายจากไปนานนับสิบปี

“ก็ฉันอยากรู้นิจ๊ะพ่อ” บุ้ยปากพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงแง่งอน ก็แค่แปลกใจในสิ่งที่พ่อให้ทำเพราะตั้งแต่เกิดมาจนตอนนี้อายุยี่สิบสองก็ยังไม่เห็นว่าในหมู่บ้านจะมีเรื่องร้ายใด ๆเกิดขึ้น

“ไป เอ็งไปได้แล้ว เดี๋ยวจะมืดซะก่อน” โบกมือไล่ลูกสาวแล้วผินหน้าไปอีกทาง ขี้เกียจจะเถียง

บัวมองค้อนผู้เป็นพ่อแล้วเดินหันหลังสะบัดตูดออกไปพร้อมกับลูกชายที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามผู้เป็นแม่มาติดๆ

“พวกเอ็ง ถ้าจะออกไปหาเห็ดหาหน่อก็ให้กลับออกมาจากป่าก่อนตะวันตกดินล่ะ” ชายชราพูดแค่นั้นก็หันหลังเดินจากไปทันที ทิ้งให้กลุ่มชาวบ้านมองตามหลังด้วยความแปลกใจอีกครั้ง เป็นที่รู้กันว่าลุงคำเป็นคนที่มีญาณหยั่งรู้ ถ้าเอ่ยปากเตือนก็เท่ากับว่าอาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้น

ลุงคำเดินลัดเลาะไปตามทางเดินท้ายหมู่บ้าน ไปหยุดอยู่ตรงริมลำธารสายยาวที่ทอดมาจากตีนเขา ชายชรายืนนิ่งจับสายตาจ้องเข้าไปในป่าทึบที่ตอนนี้แสงพระอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้า สายลมเย็นที่พัดผ่านชวนให้ขนอ่อนลุกชันไปทั่วกาย ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของวัยชราเรียบนิ่ง แต่ทว่านัยน์ตาแฝงด้วยความวิตกกังวลอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ…มันกลับมาแล้ว

ถอนหายใจยืดยาวออกมาพร้อมกับเด็ดใบไม้จากต้นไม้ที่อยู่ใกล้ตัว จับขึ้นมาใกล้ปากแล้วกำเอาไว้แน่นพร้อมกับบริกรรมคาถาปกป้องและปัดเป่าไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้าย่ำกรายและทำร้ายคนในหมู่บ้านได้

“มืดค่ำป่านนี้แล้วพ่อไปไหนมา ผู้กองสัณฑ์กับดาบจรูญมานั่งรอนานแล้วเนี่ย”

เพียงแค่ก้าวขาผ่านเข้ามาในบริเวณบ้าน เสียงของลูกสาวก็ตะโกนมาแต่ไกล ลุงคำใช้ไม้เท้าช่วยพยุงเดินอย่างเนิบช้า เป็นบัวที่เดินเข้ามาพยุงผู้เป็นพ่อ ก่อนจะพาไปนั่งที่แคร่ไม้ไผ่ที่อยู่ใต้ถุนบ้าน

“ไปเดินเล่นมืดค่ำดีไม่โดนงูฉกเอา” พาพ่อมานั่งที่แคร่แล้วยังไม่วายบ่นกระปอดกระแปด รู้ว่าพ่อช่วยเหลือตัวเองได้ แต่กระนั้นก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เพราะอย่างไรเสียในสายตาของเธอ พ่อก็เป็นชายชราอายุแปดสิบปี ถึงจะมีวิชาอาคม แต่ในฐานะลูกก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี

“มีอะไรถึงมาหาข้าถึงนี่”

“ผมจะมาคุยเรื่องที่จะไปรับครูอาสาวันพรุ่งนี้ครับ”

ผู้กองหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร กว่าห้าปีแล้วที่มาปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบตามแนวตะเข็บชายแดนจนได้มีโอกาสได้มารู้จักกับชายชราตรงหน้าและชาวบ้านในหมู่บ้าน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel