ตอนที่ ๘ ญาติฝ่ายไหนไม่ทราบ
เช้าตรู่วันต่อมา
ไป๋หลันตื่นขึ้นมาพร้อมอากาศสดชื่นพร้อมกับเสียงนกร้องเหมือนทุกวัน แต่ทว่า... กลิ่นอายของเช้าวันใหม่กลับไม่สงบเหมือนเคย เมื่อจู่ ๆ มีเสียงโวยวายดังขึ้นจากหน้าบ้าน พาลเอาเด็กน้อยเริ่มหงุดหงิด แม่ม... ใครมันมาโวยวายแต่เช้าตรู่กัน ไม่รู้จักเกรงอกเกรงใจเจ้าของบ้านบ้างหรืออย่างไร? เฮ้อ! ถ้าไม่ออกไปมีหวังรั้วเก่า ๆ ที่แสนเก่าแก่ตั้งแต่ปีรัชศกไหนก็ไม่รู้ได้พังครืนลงแน่ ๆ แต่เอ๊ะ! คนรู้จักท่านตาอย่างนั้นหรือ... ไม่ได้การแล้ว นางต้องออกไปใส่เกือก เอ้ย! ใส่ใจเสียหน่อย
ปัง ปัง ปัง!
“ใครอยู่ด้านใน! รีบออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้! พี่หย่งฉีเปิดประตูออกมาเสีย อย่าต้องให้ข้ารอและอารมณ์เสียไปมากกว่านี้!”
เสียงนั้นแหลมเล็กและทรงอำนาจ แต่เมื่อจับสำเนียงดู กลับมีความโอ้อวดและหยิ่งผยองซ่อนอยู่ ไป๋หลันชะโงกหัวออกไปเล็กน้อย พลางหรี่ตามองออกไปทางหน้าต่าง เห็นสตรีวัยกลางคนแต่งตัวฉูดฉาดเกินฐานะ ท่าทางเหมือนผู้ที่คิดว่าตนเองสูงส่งกำลังยืนอยู่หน้าบ้าน สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ท่านตา มีคนมาหาเจ้าค่ะ!” ไป๋หลันร้องเรียกไป๋หย่งฉีซึ่งกำลังตัดฟืนอยู่หลังครัว พลางคิดในใจญาติฝ่ายไหนอีกละนั่นที่มา คงไม่ใช่ว่าเรื่องเดิม ๆ ของคนสมัยนี้หรอกนะ...
“ใครกัน?” ไป๋หย่งฉีขมวดคิ้ว ขณะที่เดินมายังหน้าบ้าน
เมื่อเห็นไป๋หย่งฉี สตรีคนนั้นก็แสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างเสแสร้ง “พี่หย่งฉี! ข้าเอง ไป๋ซู่ น้องสาวของท่าน จำข้าไม่ได้หรือไร?”
ไป๋หย่งฉีหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง และดูเหมือนเขาจะจำสตรีตรงหน้าได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ แต่กลับไม่แสดงท่าทีต้อนรับเท่าที่ควร “อ้อ! ซู่อัน ข้าจำเจ้าได้ เจ้าหายไปเสียตั้งหลายปี จู่ ๆ มาวันนี้มีธุระอะไรถึงมาหาข้าที่นี่?” น้ำเสียงของไป๋หย่งฉีเฉยชานิ่งเงียบ ไม่บ่งบอกถึงการดีใจหรือยินดีแม้แต่น้อย น้องสาวคนนี้ของเขามีหรือที่เขาจะดูนางไม่ออก
ไป๋หลันยืนฟังอยู่ข้างหลังอย่างสงสัย นางเพิ่งรู้ว่าไป๋หย่งฉีมีน้องสาวด้วย แต่ดูจากท่าทางและคำพูดคำจาของสตรีผู้นี้ นางก็เริ่มรู้สึกไม่ไว้วางใจ
“ข้ามีธุระสำคัญจึงมาหาท่าน” ไป๋ซู่พูดพร้อมถอนหายใจยาว “ได้ข่าวว่าท่านกับหลานสาวจับปลาไปขายในเมือง ได้เงินมามากใช่หรือไม่? ไหน ๆ เราก็เป็นพี่น้องกัน ข้าคิดว่า…ท่านน่าจะช่วยแบ่งปันให้ข้าได้บ้าง”
คำพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้ทำให้ไป๋หลันถึงกับอ้าปากค้าง นางรีบกระโดดแทรกขึ้นมาทันที “เดี๋ยวก่อนนะเจ้าคะ! ท่านป้า…เอ่อ…หรือยายเล็กอะไรนี่แหละ ข้าจำไม่ได้ว่าท่านเคยช่วยเราเลยสักครั้ง ทีตอนที่ท่านตาไม่มีแม้แต่ข้าวกิน ท่านหายไปไหนมาเจ้าคะ?”
คำพูดตรงไปตรงมาของเด็กตัวน้อยทำเอาไป๋ซู่หน้าชา นางแสดงสีหน้าไม่พอใจทันที “เด็กคนนี้พูดจาเสียมารยาทนัก! เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร?! อีกทั้งผู้ใหญ่เขาคุยกันเด็กอย่างสมควรรึที่สอดปากเข้ามา”
“แล้วอย่างไรล่ะเจ้าคะ ข้าต้องสนใจคนที่มิได้ให้ข้าวข้ากินด้วยหรือ? ข้ารู้แค่เพียงว่าท่านมาวันนี้ก็เพื่อขอเงิน ไม่ใช่เพื่อช่วยเหลืออะไรเลย!” ไป๋หลันพูดต่อโดยไม่ยอมแพ้ พลางยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี ใครมันจะสนใจกัน จู่ ๆ ก็มีญาติที่ไม่เคยเจอะเจอหน้าเลยสักครั้งโผล่มา แถมมาเพราะต้องการเงินอีก ใครมันอยากมีญาติแบบยายแก่หนังเหี่ยวเช่นนี้กัน สู้ไม่มีเสียยังดีกว่าอีก ถึงร่างนี้จะเด็ก แต่จิตวิญญาณนางก็ 43 แล้วนะ ไม่ใช่ขี้ ๆ บอกไว้ก่อนเลย ยิ่งเรื่องด่าคน ไว้ใจ... ไป๋หลันคันปาก ได้เลยเจ้าค่ะ
“พี่หย่งฉี สั่งสอนเจ้าได้ดีจริง ๆ ไร้มารยาท!” ไป๋ซู่ตวัดตามองพี่ชายอย่างเอาเรื่อง ทว่าไป๋หย่งฉีเองก็ทำเป็นมองไม่เห็น
“ใช่! ท่านตาสอนสั่งข้ามาอย่างดีเชียวล่ะ ส่วนท่านน่ะมีมารยาทนักหรือไง? ถึงได้มารบกวนชาวบ้านเขาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เป็นขอทานหรือเจ้าคะ ถึงได้เที่ยวมาขอเงินผู้อื่นเขาเช่นนี้” ไป๋หย่งฉีได้ยินถึงกับแอบอมยิ้มถูกใจ
การโต้เถียงเริ่มร้อนแรงขึ้น ไป๋หลันซึ่งยังเด็กเพียง 9 หนาว แต่กลับมีไหวพริบและคำพูดที่เฉียบคม ทำเอาไป๋ซู่แทบตั้งตัวไม่ทัน ไม่น่าเชื่อผ่านไปไม่นานนังเด็กนี่จะฝีปากกล้าขึ้นไม่น้อย
“ข้าไม่ได้มาขอเงินอย่างเดียว ข้าต้องการสิ่งที่ควรเป็นของข้า! พี่หย่งฉี ท่านไม่ควรปล่อยให้ข้าต้องลำบาก” ไป๋ซู่หันไปหาไป๋หย่งฉีด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
“แต่ตอนที่ข้าลำบาก เจ้าก็ไม่เคยปรากฏตัว เจ้าหายไปเองไม่ใช่หรือ?” ไป๋หย่งฉีตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ไป๋หลันที่ยืนฟังอยู่ไม่ปล่อยให้สถานการณ์จบง่าย ๆ “ท่านยายเล็กเจ้าคะ ข้าอยากถามว่า... ตอนนี้ที่หมู่บ้านท่านขาดปลาไปกินหรือไร? หรือว่าท่านได้ข่าวว่าเราขายปลาได้เงิน เลยรีบวิ่งมาหาเรา?”
คำถามนี้ทำให้ไป๋ซู่ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ นางมองไป๋หลันด้วยสายตาดุดัน “เด็กคนนี้พูดเก่งเสียจริง! เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็นญาติผู้ใหญ่ของเจ้า? เจ้าควรเคารพข้า!”
“เคารพใครหรือเจ้าคะ? ผู้ใหญ่ที่ดีควรช่วยเหลือ ไม่ใช่มาขอแบ่งปันเมื่อเห็นว่าผู้อื่นกำลังดีขึ้น” ไป๋หลันตอบอย่างมั่นใจ
ไป๋ซู่พยายามพูดโน้มน้าวไป๋หย่งฉีอีกหลายคำ แต่ดูเหมือนคำพูดของนางจะไม่มีน้ำหนัก เมื่อไป๋หย่งฉียังคงนิ่งเงียบและไม่แสดงความยินยอมใด ๆ ทั้งยังปล่อยให้นังเด็กนั่นด่านาง
ในที่สุด ไป๋ซู่ต้องจำใจล่าถอยไปพร้อมกับความหงุดหงิด นางทิ้งท้ายไว้ว่า “อย่าให้ข้ารู้ว่าท่านมีอะไรดี ๆ แล้วไม่แบ่งปัน ข้าจะกลับมาใหม่! เจ้าเองก็ระวังตัวไว้เถอะนังเด็กบ้า”
เมื่อไป๋ซู่เดินจากไป ไป๋หลันหันมามองท่านตาด้วยสีหน้าครุ่นคิด “ท่านตา ญาติแบบนี้ไม่น่าจะต้องสนใจมากใช่หรือไม่เจ้าคะ? และเมื่อครู่หลันเอ๋อร์ขอโทษนะเจ้าคะที่กล่าววาจาไม่น่าฟังออกมาตั้งมากมาย”
ไป๋หย่งฉีหัวเราะเบา ๆ “ใช่แล้วหลันเอ๋อร์ คนที่มีแต่จะมาเอา โดยไม่เคยให้ ก็ไม่สมควรได้รับ ส่วนเรื่องนั้นก็ช่างมันเถอะ”
“ข้ารู้สึกดีใจจริง ๆ ที่เกิดมาเป็นหลานของท่านตา” ไป๋หลันพูดพร้อมยิ้มกว้าง
“ข้าก็โชคดีที่มีหลานสาวอย่างเจ้า” ท่านตาตอบพร้อมลูบหัวนางเบา ๆ ความอบอุ่นระหว่างสองตาหลานทำให้บรรยากาศรอบตัวกลับมาสงบสุขอีกครั้ง
“หึ หากยังกล้ากลับมาอีก ข้าไม่ปล่อยท่านไว้แน่ ท่านยายเล็ก!”