บท
ตั้งค่า

ตอนที่ ๙ ซื้อที่ปลูกผลไม้

หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายที่ไป๋ซู่มาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ตั้งตัว ในที่สุดบรรยากาศในบ้านกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ไป๋หลันและไป๋หย่งฉียังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและสงบสุข แต่ในใจของไป๋หลันกลับเต็มไปด้วยความคิดใหม่ ๆ หลังจากที่นางกับท่านตาเริ่มมีรายได้จากการขายปลา นางก็เริ่มมองหาโอกาสที่จะพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้น

เพราะแค่การจับขายปลาอย่างเดียว มันคงไม่เพียงต่อการดำรงชีวิตให้ดีขึ้น นอกเสียจากนางจะเลี้ยงปลาเอง แต่เรื่องนี้เอาไว้ก่อน

เช้าวันนั้น หลังจากกินข้าวต้มพร้อมผักดองฝีมือท่านตา ไป๋หลันก็จุดประกายความคิดบางอย่าง

“ท่านตาเจ้าคะ หลันเอ๋อร์มีเรื่องอยากปรึกษาเจ้าค่ะ” เด็กน้อยเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มกว้าง

“เจ้าคิดจะทำอะไรอีกล่ะ หลันหลันน้อย? ครั้งก่อนเราก็ไปดักปลา ครั้งนี้เจ้าจะคิดแผนอะไรอีก?” ไป๋หย่งฉีถามพร้อมหัวเราะ หลานสาวคนนี้ช่างมีความคิดไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละวัน ภายในหัวน้อย ๆ นั่น มีสิ่งใดอยู่กันบ้างนะ

“หลันเอ๋อร์อยากให้ท่านตาซื้อที่ดินเจ้าค่ะ หลานจะปลูกผลไม้!” นางประกาศด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก็ข้าอยากจะเป็นเศรษฐีนีกับเขาดูบ้าง นี่เป็นความใฝ่ฝันของข้าเลยเชียวนา...

คำพูดของหลานสาวทำให้ไป๋หย่งฉีต้องหยุดชะงัก เขามองไป๋หลันด้วยสายตาครุ่นคิด “เจ้ารู้หรือไม่ว่าการปลูกผลไม้ต้องใช้เวลาและแรงงานมาก ไหนจะต้องรอหลายเดือนกว่าจะได้ผลผลิต เจ้าคิดว่าตัวเองทำได้จริงหรือ?”

“หลานรู้เจ้าค่ะ แต่หลันเอ๋อร์คิดไว้แล้วว่า เราจะปลูกผลไม้ที่ดูแลง่าย เช่น ลูกพลับหรือส้มเจ้าค่ะ หลันหลันเคยเห็นสวนผลไม้ในหนังสือของชาติที่แล้ว มันไม่ยากเลยถ้าเราตั้งใจ”

“หนังสือในชาติที่แล้ว?” ไป๋หย่งฉีเลิกคิ้ว ก่อนหัวเราะออกมาเล็กน้อย “เจ้านี่ช่างมีจินตนาการเสียจริง แต่หากเจ้าอยากลอง ข้าก็จะไม่ห้าม แต่เราต้องเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ก่อน เข้าใจไหม?” ไม่ว่านางอยากทำสิ่งใด ตัวเขาก็จะไม่ห้ามหรือขัดขวาง ถ้าสิ่งที่นางต้องการทำนั้นมิได้สร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น

“หลานเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ!” ไป๋หลันตอบอย่างกระตือรือร้น ทว่าในใจนั่นได้แต่โห่ร้องว่า ชิบหายแล้ววว! มึงเอ้ย! ดีนะที่ท่านตาไม่ได้เอะใจอะไร ไม่งั้นงานนี้ซี้ม่องแท่งนเจ้าค่ะ เพราะไม่รู้ว่าควรจะบอกกล่าวอย่างไรดี

“เช่นนั้นวันพรุ่งค่อยไปที่บ้านของท่านผู้นำหมู่บ้านก็แล้วกัน”

“งั้นระหว่างนี้ หลันหลันไปดูที่หลุมดักปลาก่อนนะเจ้าคะท่านตา”

“อืม ระวังด้วยเล่า อย่ามัวแต่ห่วงปลาจนตกน้ำตกท่าล่ะ” ไป๋หย่งฉีพูดทิ้งท้ายเล็กน้อย แต่พอหันไปมอง พบว่าหลานสาวตัวน้อยได้วิ่งหายไปแล้ว เหลือทิ้งไว้แค่เสียงเล็กแหลม

“ทราบแล้วเจ้าค่า...” ไป๋หลันขานรับเสร็จ ก็วิ่งดุ๊กดิ๊กหายออกไปริมลำธารอย่างรวดเร็ว

เมื่อมาถึง ไป๋หลันก็นิ่งอึ้งตาโตด้วยความที่คาดไม่ถึงว่า... ในครั้งนี้จะได้ปลาเยอะกว่ารอบที่แล้ว อีกทั้งยังตัวใหญ่มาก ๆ นี่มันดีมากกว่าที่คิด ช่วงนี้คงต้องดักปลาขายไปก่อน ระหว่างรอดำเนินการตามแผนที่วางไว้ กว่าสวนผลไม้จะเป็นรูปร่างคิดว่าอีกนานเป็นปี ระหว่างนี้คงต้องพึ่งพาปลาในลำธารไปสักระยะ แค่คิดก็ เฮ้อ...

วันรุ่งขึ้น

ไป๋หย่งฉีพาหลานสาวเดินไปยังบ้านของผู้นำหมู่บ้านเพื่อมองหาที่ดินราคาย่อมเยา ในขณะที่พวกเขากำลังเดินไปใกล้ถึงบ้านท่านผู้นำหมู่บ้าน ก็ได้พบกับชายชราเจ้าของที่ดินผืนเล็ก ๆ อยู่ติดลำธาร สภาพดินดูอุดมสมบูรณ์และเหมาะแก่การปลูกผลไม้ อีกทั้งยังเป็นที่ดินที่อยู่ติดกับบ้านของพวกเขาตาหลาน

“เจ้าสนใจที่ดินผืนนี้หรือ?” ชายชราถามด้วยน้ำเสียงใจดี

“ใช่เจ้าค่ะ! แต่ข้าอยากรู้ว่ามันแพงหรือไม่?” ไป๋หลันรีบถามกลับ

ชายชรายิ้มก่อนตอบ “ข้าแก่แล้ว อีกทั้งลูกหลานจะมารับข้าไปดูแลที่เมืองหลวง หากเจ้าอยากได้ ข้าขายให้ในราคาที่ถูกที่สุดก็แล้วกัน”

“ขอบคุณท่านลุงเจ้าค่ะ” ไป๋หลันก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการเคารพผู้อาวุโสกว่า ก่อนจะหันไปพูดกับท่านตาของตนต่อ “ท่านตาว่าอย่างไรเจ้าคะ”

“เอาตามที่หลานว่าก็แล้วกัน ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ริเริ่มมาจากความคิดของหลันหลันน้อย”

“เชื่อมือหลันเอ๋อร์ได้เลย รับรองท่านตาไม่ผิดหวังแน่นอน”

หลังการเจรจาไม่กี่คำ ไป๋หย่งฉีและไป๋หลันตกลงซื้อที่ดินผืนนั้นทั้งหมด 5 หมู่ ด้วยเงินเก็บส่วนหนึ่งที่พวกเขาได้จากการขายปลา โดยมีผู้นำหมู่บ้านเป็นคนจัดการเรื่องหนังสือสัญญาต่าง ๆ ให้ และแน่นอนว่าทุกอย่างไม่ฟรี ไม่ว่าที่ไหนมักจะต้องมีค่าน้ำร้อนน้ำชาอยู่เสมอ ‘เฮ้อ! ทุกที่สินะ’

หลังจากได้ที่ดินมา สองตาหลานก็เริ่มต้นทำงานทันที ไป๋หลันช่วยท่านตาถางหญ้าและปรับพื้นที่ แม้จะเป็นเพียงเด็กน้อยอายุ 9 หนาว แต่นางก็ขยันขันแข็งเกินวัย

“ท่านตาเจ้าคะ หลันเอ๋อร์ว่าตรงนี้เราควรปลูกต้นส้ม ส่วนตรงนั้นปลูกลูกพลับ จะได้แบ่งปันสัดส่วนชัดเจน” นางชี้ไปยังมุมต่าง ๆ ด้วยความตื่นเต้น

“เจ้าคิดแบ่งสัดส่วนพื้นที่ได้ดีเหมือนกันนะเนี่ย ตาว่าหลานจะต้องโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดไม่ธรรมดาแน่” ไป๋หย่งฉีพูดพลางหัวเราะ

สองตาหลานช่วยกันขุดหลุม ปลูกต้นกล้า และรดน้ำด้วยความสนุกสนาน ในระหว่างทำงาน ไป๋หลันยังไม่วายตบมุกให้ท่านตาหัวเราะ

“ท่านตาเจ้าคะ ต้นกล้าเหล่านี้จะโตทันข้ากินก่อนแต่งงานหรือเปล่าเจ้าคะ?”

“เจ้านี่พูดอะไรประหลาด ๆ หลานเพิ่ง 9 หนาว ใครเขาจะมาสู่ขอเจ้ากัน?”

“ก็หลันเอ๋อร์สวยนี่เจ้าคะ ใคร ๆ ก็ต้องอยากมาสู่ขอ!” นางพูดพร้อมทำหน้าทะเล้น

เสียงหัวเราะของสองตาหลานดังก้องไปทั่วสวน

ผ่านไปหลายเดือน ต้นผลไม้เริ่มเติบโต แม้จะยังไม่ออกผล แต่บรรยากาศในสวนกลับเต็มไปด้วยความหวังและความอบอุ่น ไป๋หลันมักใช้เวลาช่วงเย็นมานั่งเล่นในสวน บางครั้งนางก็พกผลไม้เชื่อมที่ทำเองติดมือมาด้วย

“ท่านตาเจ้าคะ เมื่อสวนของเราเริ่มให้ผลผลิต หลันเอ๋อร์อยากทำขนมลูกพลับแห้งขายในเมืองด้วยเจ้าค่ะ” ร่างเล็กเริ่มคิดวาดฝันไปถึงอนาคตข้างหน้าอย่างมีความสุข

“เจ้าคิดอะไรไว้มากมายเสียจริงหลันหลันน้อย แต่ตาก็ชอบนะ ที่เจ้ามีความตั้งใจและความมุ่งมั่น” ไป๋หย่งฉียิ้มภูมิใจ

“ท่านตา หลันเอ๋อร์แค่อยากให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น แบบไม่ต้องลำบากอีกแล้วเจ้าค่ะ” ก็น่าความจนมันน่า ทว่ายังไม่น่ากลัวเท่าความอดอยาก

คำพูดของเด็กน้อยทำให้ไป๋หย่งฉีอดรู้สึกภูมิใจในตัวหลานสาวไม่ได้ เขาไม่เคยคาดคิดว่าหลานสาวตัวเล็ก ๆ ที่เขาเลี้ยงมากับมือ จะกลายเป็นดวงใจที่ช่วยเติมเต็มชีวิตของเขาได้มากถึงเพียงนี้

“ได้! เราจะทำมันไปด้วยกันหลันหลันน้อย ตาสัญญา”

สวนผลไม้เล็ก ๆ แห่งนี้ ต่อไปภายภาคหน้ามันจะไม่ได้เป็นเพียงแหล่งรายได้ในอนาคต แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความหวังและความรักที่สองตาหลานมีต่อกัน แม้จะเริ่มจากศูนย์ แต่พวกเขาก็พร้อมจะเดินไปข้างหน้าด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel