ไป๋หลัน ทะลุมิติมายุคจีนโบราณ

171.0K · จบแล้ว
Solaris Libra / คุณมะนาวหวาน
89
บท
508
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เรื่องย่อ “มาเถอะหลันหลันน้อย ตาทำอาหารเสร็จแล้วมารีบกินเสีย ประเดี๋ยวจะได้ดื่มยา” พอได้ยินว่าดื่มยาเด็กน้อยถึงกับเบ้หน้าขยาดในรสชาติของมัน บัดซบ! ยาอะไรขมจนฆ่าคนตายได้เลย คนเป็นหมอนี่ได้ชิมรสชาติของมันบ้างหรือเปล่า หากถามว่านางรู้ได้อย่างไรนะหรือ ก็จากความทรงของร่างนี้ไงล่ะ ความรู้สึกขมยังตรึงอยู่ในปากนางอยู่เลย ชาติก่อนว่าเจอยาขมแล้วนะ มาชาตินี้ขมยิ่งกว่าเข้าไปอีก “มิกินอีกมิได้หรือเจ้าคะท่านตามันขมยิ่งนัก และที่สำคัญนะหลันเอ๋อร์หายแล้วจริง ๆ” ดวงตากลมโตช้อนมองขึ้นอย่างอ้อน ๆ เชื่อข้าเถอะ เชื่อข้านะ ข้าพูดจริง “ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องกินจนกว่าจะหมดเทียบยานั่นละ” เขาพยายามไม่มองตาหลานสาวตัวน้อย เกรงว่าหากไปสบตาเข้าจะพลันใจอ่อนเผลอรับปากโดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นต้องท่องไว้อย่าได้ใจอ่อนเป็นอันขาด อย่าสบตาและอย่ามองใบหน้ากลมน่ารักนั่น “ไม่ได้จริง ๆ หรือเจ้าคะ” เด็กน้อยช้อนตามองปริบ ๆ เลี้ยงน้ำตาไว้อย่าให้ร่วง ฮึบไว้อย่าไหลเชียวนะ ตาต้องแดงเข้าไว้เบะปากเล็กน้อย นั่นแหละ ๆ อ้อนเข้าไว้ท่านตาจะได้ใจอ่อน “โธ่หลันหลันน้อย เจ้าอย่าได้บีบบังคับตาเช่นนี้เลยเลยหนา” ยิ่งเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มน้ำตารื้น ดวงตาแดงช้ำก็พาลปวดใจ “หลันเอ๋อร์เปล่าทำ ท่านตาให้ร้ายหลานแล้ว” น้ำตาคลอหน่วยใกล้จะร่วงหมิ่นแหม่ ปากเบะเล็กน้อย ทำเอาชายชราใจอ่อนยวบพ่ายแพ้อย่างราบคาบ “เฮ้อ ครึ่งถ้วย” ไป๋หลันดีดนิ้วเปาะดีใจด้วยความลืมตัว “ดีล! เจ้าค่ะ” “ห๊ะ! เมื่อครู่เจ้าว่ากระไรนะ” ************************************************** นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยาย ไปเผยแพร่หรือกระทำการใด ๆ ก่อนได้รับการอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หากฝ่าฝืนจะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำละเมิดอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการยกเว้น ***** เรื่อง ไป๋หลัน ทะลุมิติมายุคจีนโบราณ ผู้แต่ง คุณมะนาวหวาน : Solaris Libra นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของนามปากกา คุณมะนาวหวาน : Solaris Libra

นิยายจีนโบราณนิยายรักรักหวานๆข้ามมิติแฟนตาซี จีนโบราณนิยายย้อนยุคเกิดใหม่ในนิยายการแต่งงาน

ตอนที่ ๑ เริ่มใหม่

ยามวสันตฤดูมาเยือน น้ำค้างใสบนกลีบใบไม้ส่องสะท้อนแสงอรุณเป็นประกายงดงาม ท่ามกลางแสงแดดอบอุ่นของเช้าวันใหม่ ดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่ง ลมโชยผ่านกลีบดอกไม้พัดพากลิ่นหอม อบอวลฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เสียงน้ำไหลเอื่อยเฉื่อยชวนให้สงบจิตใจ ทิวทัศน์งดงาม ทว่า... ช่างขัดกับภาพกระท่อมซอมซ่อ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวห่างไกลท้ายหมู่บ้านติดชายป่าและลำธาร

กลับมีเด็กน้อยวัย 9 หนาว นั่งท้าวคางเหม่อมองแสงแดดยามเช้าแววตาเลื่อนลอย ใบหน้าน่ารักพริ้มเพรา จมูกโด่ง ดวงตากลมโตคิ้วโก่ง ขนตางอนโค้งรับกับใบหน้ารูปไข่ ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีสด เรือนผมสีดำปรกอยู่ข้างลำคอจากการมัดอย่างไม่ใส่ใจ มุมปากเหยียดยิ้มน้อย ๆ เป็นรอยยิ้มเยาะให้กับตัวเอง ใครมันจะไปคิดว่าเด็กกำพร้าอย่างเธอ ในที่สุดก็ได้หลุดพ้นจากครอบครัวจอมปลอมพวกนั้นเสียที นับว่าสวรรค์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอมากนัก แม้ว่าเด็กคนนี้จะค่อนข้างติดไปทางผอมแห้งขาดสารอาหาร แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหา ดีหน่อยที่ร่างนี้อาศัยอยู่กับท่านตาที่รักหลานสาวมาก ๆ ไม่ต่างจากผู้อื่นที่รักบุตรชายและหลานชาย ทำให้เธอโล่งใจไปปะเลาะหนึ่ง

เพราะแท้จริงแล้วเธอคือ ปุยฝ้าย อายุ 34 ปี เป็นหญิงสาวจากยุค 2000 ไม่ใช่เด็กน้อยที่ชื่อ ไป๋หลัน ชาติก่อนเธอใช้ชีวิตอยู่กับการทำงานต้องคอยหาเงินปรนเปรอแก่ครอบครัวพ่อบุญธรรม หากเดือนไหนหาได้ไม่มากพอ ก็มักจะโดนดุด่า ทุบตี โดนไล่ไปนอนนอกบ้าน บ้างก็โดนขังอยู่ในห้องเก็บของเก่า ๆ ที่มีฝุ่นและหยากไย่เต็มไปหมด ในแต่ละวันต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหนี้ไม่ซ้ำกัน ทว่าหนี้สินเหล่านั้นไม่ใช่เธอที่เป็นคนก่อขึ้น แต่เป็นลูกชายทั้งสองของพ่อแม่บุญธรรม

ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา เธอเหน็ดเหนื่อยกับการที่ต้องมาตามเช็ดตามล้างในเรื่องที่พวกเขาก่อไว้ สร้างแต่ปัญหาจนคนรอบข้างเอือมระอา แต่ช่างเถอะ... ในเมื่อได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกรอบ เธอเองก็ขอน้อมรับไว้ด้วยความเต็มใจ ไม่ว่าจะมันเกิดขึ้นจากความผิดพลาดหรือความตั้งใจของใครสักคนหนึ่ง ปุยฝ้ายคนนี้รู้สึกอยากจะขอบคุณมากจริง ๆ ในขณะที่เธอกำลังย้อนคิดไปถึงเรื่องราวในอดีตชาติของตัวเองอยู่นั้น ก็มีเสียงติดแหบแห้งดังขึ้นมา

“หลันหลันน้อยของตา ลุกขึ้นมาทำไมแต่เช้าเล่า เจ้ายังมิหายดีเลยหนา” ไป๋หย่งฉีตื่นมาไม่เจอหลานสาวในห้องก็รู้สึกกระวนกระวาย จึงเดินออกมาลานหน้าบ้าน เห็นนางนั่งเหม่อคล้ายขบคิดบางสิ่งพลันรู้สึกโล่งที่หลานสาวมิได้หายไปที่ใด

“หลานหายดีแล้วเจ้าค่ะ ทั้งยังแข็งแรงมาก ๆ ด้วยนะเจ้าคะ ไม่เชื่อท่านตาดู!” เพื่อยืนยันสิ่งที่ตนเองพูดออกไป ร่างน้อย ๆ ก็ลุกขึ้นยืนกระโดดตบมือ พร้อมเสียงหัวเราะใสกังวานลืมสิ้นความคิดกังวลก่อนหน้า

“เอาละ เอาละ ตาเชื่อเจ้าแล้ว” เห็นนางร่าเริงเช่นนี้คนแก่อย่างเขาก็โล่งใจ ตั้งแต่ที่นางเสียบิดามารดาไป แทบไม่หลงเหลือรอยยิ้มความสดใสไว้เลย ทว่าไป๋หย่งฉีก็ต้องหลุดออกจากภวังค์ เมื่อเสียงหลานสาวดังขึ้นข้าง ๆ

“ท่านตา พรุ่งนี้เราเขาป่าไปได้หรือไม่? หลันหลันอยากไปหาผักป่าและของป่า เผื่อโชคดีเจออะไรที่สามารถนำไปขายได้ เราจะได้มีเนื้อกินอย่างไรละเจ้าคะ” ที่พูดมาเนี่ยนางไม่ได้เห็นแก่กินจริง ๆ นะ

ไป๋หย่งฉี “…”

เหอะ ๆ ให้ตายก็ไม่ยอมรับหรอกว่านางคาดหวังว่าจะได้กินเนื้อจริง ๆ “นะเจ้าคะ” ใบหน้าจิ้มลิ้มเอียงคอ ดวงตากลมโตใสแจ๋วจ้องมองชายชราอย่างมีความหวัง

เฮ้อ… เจอแบบนี้คนแก่อย่างเขาจะทำอะไรได้ โดยเฉพาะดวงตากลมโตกับใบหน้าอ้อน ๆ นั่น ยิ่งเห็นใจก็ยิ่งอ่อนยวบ “หากอยากไปก็ย่อมได้ แต่วันพรุ่งหลันหลันน้อยต้องตื่นให้ทัน ตาจะมิปลุกเจ้า”

“หลันหลันไม่สายอยู่แล้ว หึ” คนอย่างนางนะหรือจะตื่นสาย ไม่มีทางเสียล่ะ

ไป๋หย่งฉีมองหลานสาวที่ยืนเชิดคอด้วยท่าทีมั่นใจถึงกับหลุดขำ เห็นนางร่าเริงเช่นนี้แล้วมันดีจริง ๆ อย่าได้กลับไปเป็นดั่งเช่นกาลก่อนเลย ชายชราสลัดความเศร้าโศกในใจทิ้งไป

“มาเถอะหลันหลันน้อย ตาทำอาหารเสร็จแล้วมารีบกินเสีย ประเดี๋ยวจะได้ดื่มยา”

พอได้ยินว่าดื่มยาเด็กน้อยถึงกับเบ้หน้าขยาดในรสชาติของมัน บัดซบ! ยาอะไรขมจนฆ่าคนตายได้เลย คนเป็นหมอนี่ได้ชิมรสชาติของมันบ้างหรือเปล่า หากถามว่านางรู้ได้อย่างไรนะหรือ ก็จากความทรงของร่างนี้ไงล่ะ ความรู้สึกขมยังตรึงอยู่ในปากนางอยู่เลย ชาติก่อนว่าเจอยาขมแล้วนะ มาชาตินี้ขมยิ่งกว่าเข้าไปอีก

“มิกินอีกมิได้หรือเจ้าคะท่านตามันขมยิ่งนัก และที่สำคัญนะหลันเอ๋อร์หายแล้วจริง ๆ” ดวงตากลมโตช้อนมองขึ้นอย่างอ้อน ๆ เชื่อข้าเถอะ เชื่อข้านะ ข้าพูดจริง

“ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องกินจนกว่าจะหมดเทียบยานั่นละ” เขาพยายามไม่มองตาหลานสาวตัวน้อย เกรงว่าหากไปสบตาเข้าจะพลันใจอ่อนเผลอรับปากโดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นต้องท่องไว้อย่าได้ใจอ่อนเป็นอันขาด อย่าสบตาและอย่ามองใบหน้ากลมน่ารักนั่น

“ไม่ได้จริง ๆ หรือเจ้าคะ” เด็กน้อยช้อนตามองปริบ ๆ เลี้ยงน้ำตาไว้อย่าให้ร่วง ฮึบไว้อย่าไหลเชียวนะ ตาต้องแดงเข้าไว้เบะปากเล็กน้อย นั่นแหละ ๆ อ้อนเข้าไว้ท่านตาจะได้ใจอ่อน

“โธ่หลันหลันน้อย เจ้าอย่าได้บีบบังคับตาเช่นนี้เลยเลยหนา” ยิ่งเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มน้ำตารื้น ดวงตาแดงช้ำก็พาลปวดใจ

“หลันเอ๋อร์เปล่าทำ ท่านตาให้ร้ายหลานแล้ว” น้ำตาคลอหน่วยใกล้จะร่วงหมิ่นแหม่ ปากเบะเล็กน้อย ทำเอาชายชราใจอ่อนยวบพ่ายแพ้อย่างราบคาบ

“เฮ้อ ครึ่งถ้วย”

ไป๋หลันดีดนิ้วเปาะดีใจด้วยความลืมตัว

“ดีล! เจ้าค่ะ”

“ห๊ะ! เมื่อครู่เจ้าว่ากระไรนะ”

“แฮ่ม หลานบอกว่าตกลงเจ้าค่ะ ครึ่งถ้วย”

เกือบไปแล้วเชียว ฮู้วววว! พลางลูบอกอย่างโล่งใจ