บท
ตั้งค่า

ตอนที่ ๓ อิ่มเอมใจ

อื้อหือ นี่มันเห็ดหอมนี่นา ไม่อดตายแล้วโว้ยยยยย! ไป๋หลันก้มลงเก็บเห็ดหอมด้วยความรวดเร็ว กลัวว่าหากชักช้าแล้วมีชาวบ้านคนอื่นผ่านทางมาจะโดนแย่งจนพลาดของอร่อยไป ทว่าสายตาก็สอดส่องไปเรื่อย ๆ เผื่อจะโชคดีเจอสมบัติล้ำค่าของป่า

แต่แล้วราวกับสวรรค์เห็นใจ สายตาไปสะดุดเข้ากับขอนไม้ผุที่อยู่ใกล้ ๆ นางเดินเข้าไปหาใจเต้นระรัวราวกลองศึก ยิ่งเห็นสิ่งที่อยู่บนไม้ผุนั้นแล้ว น้ำตาแห่งความดีใจพลันไหลร่วงรินลงมาอาบแก้มจากนัยน์ตาดอกท้อ

“นะ นี่มัน เห็ดหลินจือ” มือบางประคองเห็ดหลินจือด้วยความสั่นเทา แม้ดอกมันจะไม่ใหญ่มากมาย ทว่ามันเป็นเหมือนผู้ช่วยชีวิตให้ครอบครัวของนางไม่อดอยากแน่นอน ไป๋หลันนำไปวางในตะกร้าด้วยความทะนุถนอม พลางเอี้ยวตัวหันไปเก็บอีกดอกที่มีขนาดเท่ากันใส่ตะกร้าด้วยความเบามือ รีบหาใบไม้มาปกปิดให้พ้นสายตาสอดรู้สอดเห็นจากชาวบ้าน

ก่อนจะเดินกลับมาจุดแรกที่เจอมันหวาน แล้วนั่งลงขุดหัวมันต่อด้วยความขะมักเขม้นอย่างสุขใจ สุขใดเล่าจะเท่ามีของให้กินอิ่มท้อง ทั้งยังเจอโชคลาภอีก นี่มันดีสุด ๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไง

จนเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป (30 นาที) ไป๋หลันจึงหยุดมือเมื่อเห็นว่าได้มันหวานตามที่ต้องการแล้ว ก็มุ่งหน้ากลับยังลำธารเพื่อดูกับดักปลาที่นางทำทิ้งไว้ก่อนหน้า ‘หวังว่ามันจะได้ผลนะ ไม่งั้นขายหน้าท่านตาแย่เลย’ หากไม่เห็นผลจริง ๆ นางจะสาปส่งตัวเอกในนิยายอื่น ๆ ที่เคยอ่านมาแน่ โทษฐานหลอกลวงเด็กน้อยเช่นนางให้หลงเชื่อแล้วนำมาทำตาม นี่นางไม่ได้พาลนะ ตามนั้นเลย ฮึ!

“กลับดูก่อนดีกว่า ไปเผามันหวานรอท่านตา หากมิได้ปลาก็ตามนั้นแหละ...”

แต่แล้วเมื่อมาถึงผลปรากฎว่ามันได้ผลจริง ๆ ดวงตากลมโตมองหลุมดักปลาเป็นประกาย มุมปากยิ้มจนกลั้นไม่อยู่กลายเป็นยิ้มกว้างเห็นฟันสีขาวเรียงตัวสวย ปลาล่ะ ปลาเต็มไปหมดเลยตัวใหญ่อีกต่างหาก ไม่อดแล้ว ไป๋หลันถึงกับกระโดดโลดเต้นดีใจจนแก้มแดงระเรื่อกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะ

ด้านไป๋หย่งฉีหลังจากแยกกับหลานสาว ก็ตั้งหน้าตั้งตาวางกับดักเล็ก ๆ ล่าไก่ป่า หาผักป่าเก็บไว้เพื่อทำอาหาร ด้วยความที่ใช้เวลานานกว่าที่คิดกว่าจะรู้ตัวว่าตนเองทิ้งหลานสาวไว้เพียงผู้เดียว ก็เกิดอาการร้อนใจเป็นกังวลห่วงเด็กน้อย จึงรีบวนกลับไปตรวจดูกับดัก ทำให้ได้ไก่ป่ามาสองตัวและกระต่ายอีกหนึ่งตัว ก็รีบเดินจ้ำอ้าวเร่งฝีเท้ากลับไปยังจุดนัดพบริมลำธาร พบว่าหลันหลันน้อยกำลังนั่งเผามันด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเบิกบาน จึงรู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นว่านางมิได้รับอันตรายใด ๆ

ไป๋หลันรู้สึกได้ถึงการจดจ้องมาที่ตนเอง จึงเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับท่านตายืนมองนางด้วยความโล่งใจ “ท่านตา! ท่านกลับมาแล้ว ดูนี่สิ หลันเอ๋อร์เผามันหวานไว้ให้ท่านตาด้วยแหละ” นางชี้มือชี้ไม้ไปยังกองไฟที่มันหวานวางอยู่ในนั้นถึงสี่หัว พลางคุยจ้อในสิ่งตนเองกำลังทำอยู่ ประกายแห่งความสุขแผ่ออกมาจนรู้สึกได้

“โอ้!! หลันหลันน้อยถึงกับเผามันไว้ให้ตาด้วย ตัวแค่นี้เก่งจริง ๆ เลย”

พอได้รับคำชมก็ฉีกยิ้มยิงฟันตาหยี กุลีกุจอลุกขึ้นไปเขี่ยหัวมันออกจากกองไฟ ใช้ผ้าที่นำมาด้วยเอื้อมไปหยิบขึ้นมาก่อนจะเป่าไล่ความร้อนออกไปเล็กน้อย แล้วยื่นมันให้กับคนตรงหน้า ทำเอาคนที่มองอยู่ถึงกับน้ำตาซึมด้วยความปลื้มปริ่ม

“นี่เจ้าค่ะของท่านตา หลันเอ๋อร์ยกให้หัวใหญ่ม้ากมาก”

“ขอบใจ” ไป๋หย่งฉีลูบหัวหลานสาวตัวน้อยด้วยความอิ่มเอมใจ นัยน์ตาทอประกายแห่งความสุข ก่อนรับมันหวานมาไว้ในมือราวกับมันเป็นสิ่งล้ำค่า

“ด้วยความยินดีเจ้าค่ะ” หึหึหึ คอยดูเถิดนางจะทำให้ท่านตารักและเอ็นดูมากยิ่ง ๆ ขึ้น

“เจ้าเองก็กินเถอะ อย่าลืมเป่าด้วยเล่า”

“อื้ม อื้ม” เด็กน้อยพยักหน้าขึ้นลงจนหัวสั่นคลอน ปากก็เคี้ยวมันเผาหงุบหงับดูคล้ายเจ้าหนูแฮมสเตอร์

“ค่อย ๆ สิเจ้าจะรีบกินไปไหน หาได้มีผู้ใดมาแย่งชิงเสียหน่อย”

ไป๋หลันหัวเราะแห้งหน้าเจื่อนเมื่อโดนท่านตาทักเข้าให้ “ขออภัยเจ้าค่ะ พอดีว่าหลันเอ๋อร์หิวไปหน่อย”

“อิ่มหรือไม่? ประเดี๋ยวตาจะนำปลามาเผาให้หากยังไม่อิ่ม”

“ยังไม่อิ่มเจ้าค่ะ เผาสักสองตัวเผื่อท่านตาด้วยเลยจะได้กินเป็นเพื่อนหลันเอ๋อร์ ดีหรือไม่เจ้าคะ?”

“หากเจ้าว่าดี ตาก็ว่าดี” แน่นอนใครมันจะไปขัดใจหลานสาวตัวน้อยได้ลงคอ

“ดีเจ้าค่ะ”

เพราะรู้อยู่แล้วว่าท่านตาแทบมิเคยขัดใจ ออกจะตามใจมากไปด้วยซ้ำ แต่ก็นับว่าโชคดีที่เด็กน้อยมิเคยทำนิสัยเสียออกมาให้เห็นหรือแม้แต่การเอาแต่ใจตนเองก็ไม่มี ไม่แปลกหากนางจะเป็นที่รักของครอบครัว

สองตาหลานเอ้อระเหยอยู่ภายในป่านานนับสองชั่วยามจนล่วงเลยเข้าสู่ยามเว่ย (13:00 – 14:59 น.) ทั้งคู่ต่างยกตะกร้าสะพายขึ้นหลัง ด้านในล้วนมีของอยู่เต็ม โดยเฉพาะของไป๋หลันที่ซุกซ่อนของล้ำค่าเอาไว้แม้แต่ไป๋หย่งฉีเองก็ยังไม่รู้

“กลับบ้านกันเถอะหลันหลันน้อย”

“เจ้าค่ะ”

ไป๋หลันกระชับมือแน่นเดินตามหลังท่านตาไปอย่างว่าง่าย ปากก็ฮัมเพลงของโลกก่อนเสียงเจื้อยแจ้ว ทว่าภายในหัวล้วนมีแต่เงินตำลึงจากการขายเห็ดหลินจือ หากขายแล้วจะได้เงินกี่ตำลึงกันนะ หากได้เยอะ ๆ คงดีจะได้นำไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ท่านตาและตัวนางเอง ทั้งยังต้องซื้อข้าวสาร เครื่องเทศ เกลือ น้ำตาลและเครื่องปรุงรสมากักตุนไว้ หากได้มาทุกอย่างก็ไม่ต้องกลัวว่าอาหารมื้อต่อไปจะมีแต่รสชาติเค็มและมัน ๆ

เมื่อไหร่จะถึงวันพรุ่งนี้กันนะ อยากลองเข้าเมืองจะแย่อยู่แล้ว ในเมืองจะครึกครื้นแค่ไหนกัน คงมีอะไรอร่อย ๆ ให้พอได้ลิ้มลองบ้าง ถังหูลู่ก็เข้าท่าแค่คิดก็น้ำลายสอแล้ว เฮือก! อยากกินแล้ว ไป๋หลันเดินไปคิดไป กว่าจะรู้ตัวสองเท้าก็ก้าวเท้ามาอยู่ตรงหน้าลานบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนแหงนหน้าขึ้นมองบนฟ้า พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่

“เฮ้อ... ในที่สุดก็ถึงบ้านเสียที” เกรงว่าหากนานกว่านี้ นางคงต้องคลานกลับมาบ้านแล้วล่ะ ม่ายยยไหวแย้ววว...
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel