บท
ตั้งค่า

แบกรับชื่อเสียงด่างพร้อย 1.2

จวนตระกูลหลี่

หลี่ชุยผิงนั่งจิบชาอยู่ในศาลากลางสวน นางพึงพอใจที่มีไม่มีราชโองการงานแต่งของไป๋หนิงเฟิ่ง โดยหวังว่าเมื่อต้วนอ๋องกลับมาแล้ว เขาจะสู่ขอนางเข้าจวนอ๋อง และให้นางเป็นชายาเอก เป็นนายหญิงของจวนตามที่เขาได้สัญญาไว้

“หึ..สมน้ำหน้าไป๋หนิงเฟิ่งที่ไม่มีราชโองการสมรสพระราชทานให้” หลี่ชุยผิงกล่าวออกมาอย่างพึงพอใจ

“แต่คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดถึงฝ่าบาทถึงยังมีราชโองการให้บุตรสาวสายรองตระกูลไป๋ แต่งเข้าจวนอ๋องด้วยเล่าเจ้าคะ” สาวใช้ข้างกายเอ่ยถาม นางสงสัยเรื่องนี้ไม่น้อย

“ข้าไม่รู้หรอก แต่เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว เพราะไม่เท่ากับตบหน้าไป๋หนิงเฟิ่งหรอกหรือ ตัวนางไม่ได้แต่ง แต่ให้บุตรสาวสายรองแต่งเข้าไปเป็นอนุแทน นอกจากตบหน้านางแล้ว ยังตบหน้าราชครูไป๋พ่อของนางอีกด้วย ฮ่า ๆ ข้าสะใจยิ่งนัก” หลี่ชุยผิงกล่าวออกมาอย่างสะใจ จากนั้นก็หัวเราะเสียงดัง เสียงหัวเราะของนางดังไปทั่วสวน ไม่คิดว่าไป๋หนิงเฟิ่งจะถูกยกเลิกงานแต่งอย่างง่ายดายเช่นนี้

“แล้วคุณหนูไม่คิดจะไปปลอบใจนางหรือเจ้าคะ อย่างน้อยเบื้องหน้าของคุณหนูก็คือสหายที่ดีของนาง” สาวใช้เอ่ยขึ้นมา หากคุณหนูของนางไม่ไปปลอบใจคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ เช่นนั้นเรื่องที่ทั้งสองคนเป็นสหายรัก ย่อมต้องถูกผู้คนจับตามอง

“สิ่งที่เจ้าเอ่ยมานั้นถูกต้อง ข้าต้องไปปลอบใจนางเสียหน่อย อย่างน้อยต้องถามความเป็นมาที่นางไม่สบายเพราะตกสระน้ำในคราวนั้น ข้าต้องเสแสร้งเป็นห่วง ทั้งที่ข้าแช่งให้นางตายทุกวัน เพื่อที่จะไม่มีสตรีใดมาแย่งท่านอ๋องไปจากข้าได้” หลี่ชุยผิงกล่าวจบก็ยิ้มเย็น นางต้องไปดูหน้าของสหายรักสักหน่อย และต้องทำเป็นแสร้งปลอบใจอีกฝ่าย เพราะอย่างน้อยเวลานี้นางยังขึ้นชื่อว่าเป็นสหายรักของไป๋หนิงเฟิ่ง

ส่วนทางด้านองค์ชายรองเซียวเฟยหลง ทันทีที่ออกมาจากวังหลวง เขาคิดสงสัยมาตลอดทางว่า เหตุใดคุณหนูใหญ่ไป๋คนนั้น ถึงได้มาขอยกเลิกงานแต่งด้วยตนเอง ทั้งที่นางคือคนต้องการแต่งกับต้วนอ๋อง และยังให้ราชครูไป๋ผู้เป็นบิดามาขอสมรสครั้งนี้ด้วยตนเอง แต่ตอนนี้กลับมาขอยกเลิก ซ้ำยังยอมรับชื่อเสียงที่เสียหายว่าถูกยกเลิกงานแต่ง

“องค์ชาย คิดสิ่งใดอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะ แล้วพระองค์จะกลับจวนหรือไปที่ค่ายทหาร” องครักษ์ฉางเอ่ยถาม เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางขององค์ชายรอง

เซียวเฟยหลงนอกจากจะเป็นองค์ชายรองแล้ว เขายังกุมอำนาจทหารรักษาเมืองและองครักษ์ในวังนับแสน ไม่ต่างกับต้วนอ๋อง นี่จึงทำให้เหล่าขุนนางน้อยใหญ่พยายามสานไมตรี เพื่อให้บุตรหลานแต่งงานกับเขา

ทว่าชายหนุ่มกลับไม่สนใจ ใครดื้อด้าน เขามักจะหาความผิดโยนใส่หัวให้ แล้วเล่นงานตระกูลนั้นแทบไม่มีชิ้นดี นี่จึงทำให้เวลานี้ ไม่มีใครกล้ากล่าวเรื่องแต่งงานกับเขาอีก

“ข้าจะกลับเอง เจ้าจะไปไหนก็ไปเถิด ข้ามีที่จะต้องไปตรวจสอบสักหน่อย” กล่าวจบก็ใช้วิชาตัวเบาหายไปจากตรงนั้นทันที ปล่อยให้องครักษ์ฉางเกาศีรษะตนเองด้วยความงุนงง

จวนตระกูลไป๋

ทุกคนคิดว่าไป๋หนิงเฟิ่งคงเสียใจมาก ถึงได้ขังตนเองอยู่ในเรือนไม่ออกมาพบผู้ใด คนสายรองต่างก็ซุบซิบนินทาในเรื่องนี้ มีเพียงท่านราชครูและสาวใช้ในเรือนของนางเท่านั้น ที่รับรู้ว่าไป๋หนิงเฟิ่งไม่ได้กังวลหรือเสียใจ กับเรื่องที่เกิดขึ้นและข่าวลือเลยแม้แต่น้อย

“คุณหนู ท่านเสียสติไปแล้วหรือเจ้าคะ” เสี่ยวหลันอดเอ่ยถามไม่ได้ นางอยากรู้เหลือเกินว่าเหตุใดเรื่องราวลุกลามใหญ่โตเยี่ยงเช่นนี้แล้ว คุณหนูของนางจึงไม่มีท่าทีเสียใจหรือวิตกกังวลเลยแม้แต่น้อย

“ข้าไม่ได้เสียสติ เจ้าคงสงสัยว่าเหตุใดข้าจึงยอมเสียชื่อเสียง แทนที่จะยอมแต่งงานเข้าจวนอ๋องใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามออกมา เมื่อเห็นสาวใช้คนสนิทพยักหน้า จึงได้กล่าวออกมาอีกครั้งว่า

“หนึ่งเลยข้าไม่มีความรักให้กับชายคนนั้นอีกแล้ว ข้าไม่อยากเสียใจตลอดชีวิต และไม่ต้องการตายเพราะความรัก ข้ายอมแบกรับชื่อเสียงเสียหาย เพราะข้าไม่อยากแต่งงานกับผู้ใดอีก”

“แล้วเรื่องคุณหนูหลี่ คุณหนูจะจัดการอย่างไรเจ้าคะ” เสี่ยวหลันยังคงถามอย่างอยากรู้ เนื่องจากตอนนี้มีสาวใช้ถูกนายท่านเฆี่ยนตายไปหลายคนแล้ว หลังจากสอบสวนจนรู้ว่าเป็นสายให้คนนอก บางรายถูกขายออก คล้ายกับจวนราชครูอยากจะเปลี่ยนสาวใช้ใหม่

“ข้ามีวิธีจัดการนางด้วยตัวของข้าเอง นางกับข้าต่างใส่หน้ากากเข้าหากัน เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวล หากนางมาเยือนถึงจวน เจ้าแค่ทำเหมือนเดิมก็พอ เจ้าไปเปลี่ยนชาให้ข้าหน่อยเถอะ” ไป๋หนิงเฟิ่งไม่สนใจเรื่องที่สาวใช้คนสนิทถาม แต่นางก็ไม่คิดปล่อยสหายชั่วคนนี้เหมือนกัน

เรื่องหลี่ชุยผิงหักหลังแอบลักลอบมีความสัมพันธ์กับต้วนอ๋อง ชาติก่อนเขาเลือกสหายของนาง ทว่าชาตินี้นางกลับยกอีกฝ่ายให้สมหวังโดยไม่คิดแย่งชิง แล้วมาดูกันว่าทั้งสองจะครองรักกันได้จริง อย่างที่ต้องการหรือไม่

ใช่แล้ว!! สตรีชาติก่อนที่ทำให้นางเลือกที่จะตายอย่างเดียวดาย ก็คือสหายรักของนาง หลี่ชุยผิงอย่างไรล่ะ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel