
บทย่อ
ไป๋หนิงเฟิ่งถูกหักหลังจึงตัดสินใจทิ้งชีวิตลงหน้าผา แต่เมื่อฟื้นคืนมาอีกครั้ง นางเลือกไม่ยอมหมั้นหมาย และก้าวเดินสู่เส้นทางใหม่ที่เลือกเอง แต่ไม่ลืมเอาคืนสหายชั่ว! อีกทั้งยังเมินสามีจากชาติที่แล้ว!!
จบชีวิตอย่างเดียวดาย 1.1
บทที่ 1 จบชีวิตอย่างเดียวดาย
จวนต้วนอ๋อง...
เสียงโกลาหลดังสนั่นทั่วจวนอ๋อง เปลวเพลิงลุกท่วมหลังคา ควันหนาทึบแผ่คลุ้งจนหายใจไม่ออก เสียงกรีดร้องของเหล่าข้ารับใช้ดังทั่วจวน อีกทั้งยังมีเสียงเกราะกระทบกันของทหารที่บุกรุกเข้ามา เสียงเหล่านี้ทำให้ใจของทุกคนหวาดกลัว
ไป๋หนิงเฟิ่งหอบหายใจแรงด้วยความเหนื่อยหอบ ร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อและฝุ่น นางวิ่งออกมาจากเรือนใหญ่เพื่อดูเหตุการณ์ แต่ไม่คิดที่จะหลบหนีไปไหน แม้ว่านางจะดูสิ้นหวังกับสถานการณ์นี้ก็ตาม
หากแต่แววตาของนางยังคงเปล่งประกายอย่างมีความหวัง นางจะต้องมีชีวิตรอด เพื่อรอคอยพระสวามีอันเป็นที่รักมาช่วยเหลือตน และหวังว่าในภายภาคหน้า เขาจะแก้ต่างให้กับตระกูลไป๋
“พระชายา หนีก่อนเถิดเพคะ ยามนี้ไม่มีผู้ใดมาช่วยแล้วเพคะ”
สาวใช้คนสนิทที่ตามมาจากบ้านเดิม บอกเจ้านายอย่างร้อนรน นางไม่เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ต้วนอ๋องจะไม่รู้ แล้วนางยังเชื่ออีกว่าเขารู้ว่าที่นี่เกิดเรื่อง แต่เลือกที่จะไม่มาช่วย หากไม่แล้วทหารจากวังหลวงเหล่านั้น จะบุกเข้าจวนอ๋องอย่างง่ายดายได้อย่างไร
ไม่รู้ว่าทหารเหล่านี้มาจับตัวพระชายา เพราะนางเป็นหนึ่งในบุตรหลานตระกูลไป๋ที่ถูกกล่าวหาว่ากบฏ หรือเพราะได้รับคำสั่งจากใครบางคน มาเพื่อเล่นงานพระชายาไม่ให้หาทางรอดได้กันแน่
ไป๋หนิงเฟิ่งมองคนสนิทอย่างไม่อยากจะยอมแพ้ แต่หลายปีมานี้นางทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ใจของเขา ทว่าสิ่งที่ได้กลับมาคือความเฉยชา อีกทั้งเขายังพาสตรีอื่นเข้าจวน นั่นทำให้นางทุกข์ใจอย่างมาก
ถึงแม้ถูกย่ำยีมากขนาดไหน นางก็ยอมทนกล้ำกลืนน้ำตาไว้กับตนเองอย่างไม่ปริปากบ่นแม้เพียงครึ่งคำ
‘เวลานี้ข้าก็อยากจะรู้ให้แน่ชัดว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมีใครอยู่เบื้องหลังกันแน่ แต่หากต้องการเอาชีวิตรอดเพื่อหาคำตอบ เวลานี้คงต้องหนีก่อน’ นางครุ่นคิดครู่หนึ่ง จึงพยักหน้าให้กับสาวใช้คนสนิท
ทั้งสองพยายามหลบสายตาของผู้อื่น เพื่อรีบเร่งเดินไปที่ช่องทางลับแล้วออกนอกจวน ทว่าระหว่างนั้นกลับเห็นสตรีนางหนึ่งวิ่งตามมา ใบหน้าของนางดูหวาดกลัวจนซีดเผือด แต่ยังคงงดงามสะกดตา
และหญิงคนนั้นคือสตรีที่ต้วนอ๋องพาเข้ามาเป็นชายาอีกคน ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะรักกันนักหนา เพราะเขาไม่เคยปกปิดว่านางมีความหมายในหัวใจของเขา ยิ่งกว่าพระชายาเอกอย่างนาง
“พี่หญิง หม่อมฉันขอตามไปด้วยนะเพคะ หม่อมฉันไม่อยากตายที่นี่” นางเอ่ยขอร้องทั้งน้ำตา ใบหน้าของนางหวาดกลัวจนซีดเผือด แต่ยังคงความงามสะกดตาไว้
“ถ้าเจ้าอยากจะตามมา เช่นนั้นเจ้าก็ตามข้ามาเถิด แต่ข้าไม่อาจรับรองชีวิตของเจ้าได้ เช่นนี้แล้วเจ้ายังอยากจะตามข้าไปอีกหรือไม่” ไป๋หนิงเฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา นางไม่รู้หรอกว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก
“หม่อมฉันขอตามไปด้วยเพคะ” สตรีนางนี้ตอบกลับทันทีที เพราะนางหมดหนทางแล้ว
“เช่นนั้นก็ตามมาเถิด” ไป๋หนิงเฟิ่งกล่าวอีกครั้ง แม้ในใจจะยังกังวลอย่างมาก เพราะหากนางมีชีวิตรอดไปได้ แต่สตรีนางนี้เกิดหายนะ เห็นที่ท่านอ๋องคงกลับมาเล่นงานนางแน่นอน
จากนั้นนางและสาวใช้คนสนิทรวมถึงสตรีนางนั้นก็วิ่งสุดกำลัง โดยมีทหารไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ พร้อมกับเสียงตะโกนก้อง “ฆ่าพวกมันให้หมด อย่าให้เหลือ”
หัวใจของไป๋หนิงเฟิ่งเต้นแรง นางยังคงวิ่งอย่างไม่ลดละ จนไปถึงกลางเนินเขาที่ข้างหน้าเป็นหน้าผาสูงชัน หากวิ่งไปต่ออีกเพียงนิด ก็คงจะต้องตกหน้าผาแน่นอน แต่หากถอยกลับมา ก็ต้องเจอกับคมหอกคมดาบ ที่พร้อมจะฟาดฟันนางให้ตาย
“พี่หญิง พวกเราจะทำอย่างไรดีเพคะ หม่อมฉันไม่อยากตาย” สตรีนางนี้ยังคงกล่าวอย่างหวาดกลัวจนตัวสั่น
ขณะนั้นเองเสียงกีบม้ากระทบพื้นก็ดังขึ้น ท่านอ๋องปรากฏตัวพร้อมทหารไม่กี่นายที่ยังเหลืออยู่ ไป๋หนิงเฟิ่งเห็นพระสวามีมุ่งหน้ามาทางนี้ ใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มอย่างมีความหวัง ก่อนจะร้องเรียกออกมาด้วยเสียงสะอื้น
“ท่านอ๋อง ช่วยหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ”
