ตอนที่ 8 จู่ๆก็กลายเป็นพ่อที่ดี
ตอนที่ 8 จู่ๆก็กลายเป็นพ่อที่ดี
เมื่อกลับถึงบ้าน ลู่ชิงหว่านพบว่าทุกคนกำลังนั่งกินข้าวเย็นกันอยู่ เหวินเฉาเงยหน้าขึ้นมองเมื่อนางเดินเข้ามา
ปั๋วเฉิงลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารเดินเข้ามาดูหลานชาย ใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “หมอบอกว่ายังไงบ้าง”
“หมอบอกว่าเขาเป็นไข้สูงและมีอาการอักเสบในปอด หมอให้ยามาสามชนิด และบอกว่าต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดเจ้าค่ะ”
“อักเสบในปอด?” เจียงหลิงทวนคำด้วยความตกใจ
“ใช่! ถ้าข้าไม่พาเขาไปหาหมอ...” นางไม่กล้าพูดต่อ นางทั้งโกรธทั้งเกลียดแม่สามีและสามีของตัวเอง
เจียงหลิงเงียบไป สีหน้าเคร่งเครียด ลู่ชิงหว่านอุ้มไฉ่เฟิงเข้าห้องโดยไม่มองหน้าสามี นางวางลูกลงบนเปลอย่างเบามือ แล้วรีบออกไปต้มน้ำเพื่อชงยา
“เจ้ากินข้าวก่อนเถอะ” ปั๋วเฉิงบอก
“ข้าต้องทำยาให้ไฉ่เฟิงก่อน เดี๋ยวค่อยกิน” ลู่ชิงหว่านตอบ ก่อนจะรีบเดินไปที่ห้องครัว
นางต้มยาตามที่หมอสั่ง รอจนเคี่ยวได้ที่ แล้วกรองเอาแต่น้ำยาใส่ถ้วยเล็ก รอให้เย็นลงเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ป้อนให้ไฉ่เฟิงทีละช้อน
เด็กน้อยดื่มยาได้เพียงครึ่งถ้วยก็เริ่มขัดขืน ลู่ชิงหว่านพยายามปลอบและป้อนต่อจนหมด
หลังจากนั้น นางต้มน้ำอุ่น แล้วใช้ผ้าชุบมาเช็ดตัวให้ลูก ทำอย่างนี้อยู่นานจนกระทั่งรู้สึกว่าตัวของไฉ่เฟิงเย็นลงบ้าง
เหวินเฉาเดินเข้ามาในห้อง มองดูภรรยาที่กำลังเช็ดตัวให้ลูกอย่างทะนุถนอม
“เจ้ายังไม่ได้กินข้าวเลย” เขาพูด น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย
“ข้าไม่หิว” ลู่ชิงหว่านตอบ ไม่เงยหน้าขึ้นมอง
“เจ้าต้องกินบ้าง ไม่อย่างนั้นจะไม่มีแรงดูแลเขานะ” เหวินเฉาวางถ้วยข้าวลงข้างๆ “ข้าเอามาให้”
ลู่ชิงหว่านเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยความประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงความห่วงใยนางแบบนี้
“ขอบคุณ” นางพูดเบาๆ
เหวินเฉานั่งลงข้างๆ เตียง มองดูลูกชายที่นอนหลับอยู่ ใบหน้ายังคงแดงจากไข้
“ข้า...ขอโทษ” เขาพูดเสียงแผ่ว
ลู่ชิงหว่านรู้สึกตกใจกับคำขอโทษของสามี นางไม่เคยได้ยินเขาพูดแบบนี้มาก่อน
“ไม่เป็นไร” นางตอบ
เหวินเฉาพยักหน้า เขายื่นมือไปแตะหน้าผากลูกชายเบาๆ
“ข้าคิดว่าเขาเป็นไข้ธรรมดา ต่อไปข้าจะไม่ประมาทอีก"
ลู่ชิงหว่านไม่ตอบ นางหยิบถ้วยข้าวขึ้นมากิน รู้สึกว่าความหิวกลับมาเมื่อความตึงเครียดผ่อนคลายลงเล็กน้อย
คืนนั้น ลู่ชิงหว่านไม่ได้นอน นางนั่งเฝ้าไฉ่เฟิงทั้งคืน คอยเช็ดตัวให้เขาเมื่อรู้สึกว่าตัวเริ่มร้อนขึ้นอีก
เหวินเฉาตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืด พบว่าภรรยายังคงนั่งเฝ้าลูกอยู่ ดวงตาแดงช้ำจากการอดนอน
“เจ้าไม่ได้นอนเลยหรือ?” เขาถาม
ลู่ชิงหว่านส่ายหน้า “ข้ากลัวว่าถ้าข้าหลับไป ไฉ่เฟิงจะเป็นอะไรไป”
เหวินเฉาถอนหายใจ เขาลุกขึ้นมานั่งข้างๆ ภรรยา
“เจ้านอนเถอะ ข้าจะเฝ้าเขาให้” เขาบอก
“แต่ท่านต้องไปทำงาน...”
“วันนี้ข้าจะอยู่บ้าน ไม่ไปขายผัก” เหวินเฉาตัดบท
เหวินเฉามองภรรยาที่อ่อนล้าด้วยสายตาปรารถนาที่ซ่อนอยู่ภายใน เหวินเฉาไม่ได้สนใจลูกชายอย่างที่แสดงออก แต่เขากำลังมองร่างบางของภรรยาที่นั่งอยู่ข้างเตียง
ไฉ่เฟิงลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย เขายังคงรับรู้ได้ถึงสายตาของพ่อที่มองมาที่แม่ของเขา วิญญาณของซีอีโอหนุ่มรู้สึกขยะแขยงกับสายตานั้น
“เจ้านอนเถอะ” เหวินเฉาพูดอีกครั้ง มือเขาแตะที่ไหล่ของลู่ชิงหว่าน “ข้าจะดูแลไฉ่เฟิงเอง”
ลู่ชิงหว่านลังเล แต่ความเหนื่อยล้าทำให้นางพยักหน้ารับ “ถ้าเขามีอาการผิดปกติ ท่านต้องปลุกข้าทันทีนะ”
“แน่นอน” เหวินเฉาตอบ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า
ลู่ชิงหว่านล้มตัวลงนอนบนเตียงอีกฝั่งหนึ่ง ความเหนื่อยล้าทำให้นางหลับไปอย่างรวดเร็ว
เหวินเฉามองภรรยาที่หลับสนิท ก่อนจะค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ เขาแตะมือลงบนหน้าอกของนาง ความปรารถนาในตัวเขาลุกโชน มันผ่านมานานแล้วที่เขาไม่ได้แตะต้องภรรยา
ไฉ่เฟิงมองเห็นทุกอย่าง แม้ร่างกายจะอ่อนแอจากไข้ แต่เขาก็พยายามขยับตัว ส่งเสียงครางเบาๆ เพื่อดึงความสนใจ
เหวินเฉาหันมามองลูกชายด้วยสีหน้าหงุดหงิด แต่ก็ต้องแสร้งทำเป็นห่วงใย เขาลุกขึ้นมาอุ้มไฉ่เฟิง
“เจ้าตื่นแล้วหรือ” เขาพูดเบาๆ พยายามทำเสียงอ่อนโยน
ไฉ่เฟิงรู้สึกขยะแขยงเมื่อถูกพ่อของเขาอุ้ม แต่ร่างกายที่อ่อนแอทำให้เขาไม่สามารถต่อต้านได้มาก เขาได้แต่หันหน้าหนี น้ำตาเริ่มไหลออกมา
“เจ้าร้องไห้ทำไม”
ในใจของไฉ่เฟิง เขาอยากจะตะโกนใส่หน้าชายผู้นี้ว่า ‘กูไม่อยากมีพ่ออย่างมึง!” แต่ทำได้เพียงส่งเสียงร้องไห้เบาๆ
เหวินเฉาวางไฉ่เฟิงลงบนเตียง แล้วหันไปมองภรรยาที่ยังคงหลับสนิท เขาค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ลู่ชิงหว่านอีกครั้ง มือของเขาแตะที่เอวบางของนาง
ไฉ่เฟิงรู้สึกโกรธและสิ้นหวัง เขาพยายามส่งเสียงร้องดังขึ้น ทำให้เหวินเฉาต้องหันมาสนใจ
“เจ้าเด็กนี่!” เหวินเฉาพึมพำอย่างหงุดหงิด แต่ก็ต้องอุ้มไฉ่เฟิงขึ้นมาอีกครั้ง
ลู่ชิงหว่านขยับตัวเล็กน้อย แต่ยังไม่ตื่น ความเหนื่อยล้าทำให้นางหลับลึก
เหวินเฉาอุ้มไฉ่เฟิงเดินวนไปมาในห้อง พยายามกล่อมให้เขาหลับ แต่ไฉ่เฟิงไม่ยอมหลับ เขาจ้องมองพ่อด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ
“เจ้าเป็นเด็กที่น่ารำคาญจริงๆ” เหวินเฉากระซิบ เมื่อแน่ใจว่าภรรยาไม่ได้ยิน “ถ้าไม่ใช่เพราะสงสารชิงหว่าน ข้าคงไม่ต้องมาเสียเวลาดูแลเจ้าแบบนี้”
ไฉ่เฟิงรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหมดแรง ไข้ทำให้เขาอ่อนแอลงเรื่อยๆ แต่เขาก็ยังพยายามไม่หลับตา เพื่อเฝ้าดูพ่อของเขา
เหวินเฉาเดินไปมาอยู่พักใหญ่ จนรู้สึกเบื่อหน่าย เขาวางไฉ่เฟิงลงบนเปลอีกครั้ง แล้วนั่งลงข้างๆ มองดูลูกชายที่ยังคงลืมตาอยู่
“เมื่อไรเจ้าจะหลับสักที” เขาพูดเสียงเบา “ข้าจะได้มีเวลาอยู่กับแม่ของเจ้า”
ไฉ่เฟิงพยายามส่งเสียงครางอีกครั้ง แต่คราวนี้เสียงของเขาแผ่วเบามาก ร่างกายเริ่มหมดแรง
เหวินเฉาสังเกตเห็นว่าลูกชายกำลังอ่อนแรงลง เขายิ้มบางๆ แล้วลุกขึ้น เดินไปที่เตียง นั่งลงข้างภรรยา
“ชิงหว่าน...” เขากระซิบเบาๆ มือของเขาแตะที่ไหล่ของนาง
ลู่ชิงหว่านขยับตัวเล็กน้อย แต่ยังไม่ตื่น
เหวินเฉาโน้มตัวลงใกล้ๆ สัมผัสใบหน้าของภรรยาด้วยมือหยาบกร้าน ความปรารถนาในตัวเขาก็ยิ่งลุกโชน
ไฉ่เฟิงมองภาพนั้นด้วยความโกรธแค้น เขาพยายามส่งเสียงร้อง แต่ร่างกายที่อ่อนแอทำให้เสียงของเขาแผ่วเบามาก
ทันใดนั้น ประตูห้องก็เปิดออก ปั๋วเฉิงเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยน้ำชา
“ไฉ่เฟิงเป็นยังไงบ้าง?...”
เหวินเฉารีบลุกขึ้นจากเตียง หน้าแดงเล็กน้อย “ยังไม่ดีขึ้นเลย”
ปั๋วเฉิงมองดูลูกชายด้วยสายตาสงสัย แล้วเดินเข้ามาดูหลานชาย “ไฉ่เฟิงยังไม่หลับอีกหรือ?”
“เขาร้องไห้ตลอด ข้าพยายามกล่อมแล้ว แต่เขาไม่ยอมหลับ”
ปั๋วเฉิงวางถ้วยชาลง แล้วอุ้มไฉ่เฟิงขึ้นมา “มาให้ปู่อุ้มหน่อย”
ไฉ่เฟิงรู้สึกโล่งใจเมื่อได้อยู่ในอ้อมแขนของปู่ เขาหยุดร้องไห้ทันที
“ดูสิ เขาชอบให้ท่านอุ้มมากกว่า” เหวินเฉาพูด พยายามซ่อนความหงุดหงิด
“เด็กเล็กๆ มักจะรู้สึกว่าคนแก่อุ้มสบายกว่า” ปั๋วเฉิงยิ้ม “เจ้าไปรดน้ำผักเถอะ ข้าจะดูแลไฉ่เฟิงให้เอง”
เหวินเฉาลังเล แต่ก็ไม่กล้าขัด เขาพยักหน้ารับ แล้วเดินออกจากห้องไป
ไฉ่เฟิงมองปู่ด้วยสายตาขอบคุณ ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง ความอ่อนล้าและความรู้สึกปลอดภัยทำให้เขาเริ่มผล็อยหลับ
ปั๋วเฉิงจึงอุ้มหลานชายมานอนที่ห้องโถง เพื่อให้ลูกสะใภ้พักผ่อน จนกระทั่งแน่ใจว่าเด็กน้อยหลับสนิทแล้ว จึงค่อยๆ วางเขาลงบนผ้าปูที่เจียงหลิงเป็นคนมาปูให้
