ตอนที่ 5 ไม่สบอารมณ์
ตอนที่ 5 ไม่สบอารมณ์
ลู่ชิงหว่านกินอาหารอย่างเงียบๆ ไม่มีคำบ่นหรือสีหน้าที่แสดงความไม่พอใจ นางเคยชินกับการเป็นคนสุดท้ายที่ได้กิน และมักจะได้กินแต่เศษอาหารที่เหลือ ขณะที่นางกำลังกิน ไฉ่เฟิงสังเกตเห็นว่าซุนเยว่กำลังชมปิ่นอันใหม่ของตัวเองให้เจียหลิงดู
“สวยมากเลยนะ” เจียหลิงชม พลางหยิบปิ่นมาพิจารณาอย่างละเอียด “ราคาเท่าไรกัน?”
“แปดอีแปะเจ้าค่ะ” ซุนเยว่ตอบ พร้อมกับรอยยิ้มภาคภูมิใจ “ข้าต่อราคาลงมาจากสิบห้าอีแปะ คนขายใจดีมาก”
ไฉ่เฟิงรู้สึกโกรธจนแทบอกจะระเบิด แต่เขาทำได้เพียงส่งเสียงอ้อแอ้เบาๆ ในอ้อมแขนของแม่
“ชิงหว่าน เจ้ากินเสร็จแล้วหรือยัง?” เหวินเฉาถามอย่างไม่สบอารมณ์ “ล้างจานแล้วก็รีบไปอาบน้ำด้วย ข้าเหนื่อยมาทั้งวัน อยากพักผ่อนเร็วๆ”
“เจ้าค่ะ” ลู่ชิงหว่านตอบเบาๆ นางรีบกินข้าวที่เหลือจนหมด แม้จะไม่อิ่มท้องก็ตาม
เมื่อกินเสร็จ ลู่ชิงหว่านก็วางไฉ่เฟิงลงบนเสื่อที่ปูไว้ข้างๆ โต๊ะอาหาร นางเริ่มเก็บถ้วยชาม ไฉ่เฟิงมองตามแม่ด้วยความสงสาร เขาเห็นว่านางเก็บถ้วยชามของทุกคน ส่วนซุนเยว่ที่นั่งมองปิ่นอันใหม่อย่างมีความสุข ไม่คิดจะช่วยแม่ของเขาแม้แต่น้อย
“พี่สะใภ้ พรุ่งนี้ข้าอยากให้ท่านซักผ้าผืนใหม่ของข้าด้วย"
ลู่ชิงหว่านพยักหน้ารับ “ได้ ข้าจะซักให้”
ไฉ่เฟิงได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกไม่พอใจยิ่งขึ้น แต่เขาทำได้เพียงนอนมองและส่งเสียงอ้อแอ้เท่านั้น
ลู่ชิงหว่านล้างถ้วยชามเสร็จแล้วก็กลับมาอุ้มไฉ่เฟิง “เราไปอาบน้ำกันเถอะลูก” นางพูดเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน
นางเตรียมน้ำอุ่นในอ่างไม้เล็กๆ และค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าไฉ่เฟิง ก่อนจะอุ้มเขาลงในอ่าง ไฉ่เฟิงรู้สึกถึงความอบอุ่นของน้ำและมือของแม่ที่ช่วยอาบน้ำให้เขา
“ลูกแม่ตัวหอมแล้ว” ลู่ชิงหว่านเอ่ยพลางหอมแก้มลูกน้อย ก่อนจะห่อตัวเขาด้วยผ้าสะอาด
นางเทน้ำในอ่างทิ้งอย่างระมัดระวัง แล้ววางลูกน้อยลงในถังไม้ไว้ข้างๆ ไฉ่เฟิงกำลังจะส่งเสียงงอแงเพราะไม่อยากให้แม่ห่างไป แต่เมื่อเห็นนางเริ่มแก้ผ้า เขาก็รีบหลับตาลงทันที
แม้จะอยู่ในร่างเด็กแต่จิตใจของเขายังคงเป็นผู้ใหญ่ เขาพยายามหันหน้าไปทางอื่นเพื่อให้แม่มีความเป็นส่วนตัว
ลู่ชิงหว่านอาบน้ำอย่างรวดเร็ว เสียงน้ำกระทบกับร่างของนางดังแผ่วเบา ไฉ่เฟิงได้ยินเสียงถอนหายใจเหนื่อยอ่อนจากนาง
“เสร็จแล้ว” ลู่ชิงหว่านบอกลูกชายเบาๆ ก่อนจะสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่แม้จะเก่าแต่สะอาด นางกลับมาอุ้มไฉ่เฟิงขึ้นมากอด “ลูกแม่ง่วงแล้วใช่ไหม?”
ไฉ่เฟิงลืมตาขึ้นมองใบหน้าอ่อนโยนของแม่ เขาเห็นรอยคล้ำใต้ตาของนางที่บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้า แต่รอยยิ้มของนางยังคงอบอุ่นเสมอเมื่อมองมาที่เขา
ลู่ชิงหว่านพาไฉ่เฟิงเข้าไปในห้องนอน เหวินเฉานอนเล่นอยู่บนเตียง
“อาบน้ำเสร็จแล้วหรือ?” เหวินเฉาถาม สายตาจับจ้องที่ภรรยา
“เจ้าค่ะ” ลู่ชิงหว่านตอบ พลางใส่เสื้อผ้าให้ไฉ่เฟิง
เหวินเฉาลุกขึ้นเดินเข้ามาหาภรรยา เมื่อเห็นว่านางใส่เสื้อผ้าให้ลูกชายเสร็จแล้ว เขาก็แย่งไฉ่เฟิงจากอ้อมแขนของลู่ชิงหว่านอย่างไม่นุ่มนวลนัก แล้ววางเด็กน้อยลงบนเตียง
“ท่านพี่ ระวังหน่อย เขายังเล็กอยู่...” ลู่ชิงหว่านพูดด้วยความเป็นห่วง
“เขาไม่เป็นไรหรอก” เหวินเฉาตัดบท ก่อนจะหันมาโอบกอดภรรยาจากด้านหลัง
ลู่ชิงหว่านแข็งตัวเมื่อรู้สึกถึงมือของสามีที่กำลังล้วงเข้ามาในเสื้อของนาง ลูบคลำหน้าอกที่กำลังเต่งตึงด้วยน้ำนม
“ท่านพี่... อย่าเลย...” นางพยายามขยับตัวหนี “ข้า... ข้ายังไม่พร้อม ร่างกายข้ายังไม่หายดี...”
“ไม่พร้อม?” เหวินเฉาพูดเสียงเข้ม มือยังคงลูบคลำร่างกายของภรรยาอย่างหยาบคาย “เจ้าไม่พร้อมมาเกือบจะสองเดือนแล้ว ตั้งแต่คลอดลูกมา เจ้าจะให้สามีอดยากปากแห้งไปถึงเมื่อไร!”
“ได้โปรด...” ลู่ชิงหว่านวิงวอน น้ำตาเริ่มคลอ “หมอบอกว่าต้องรออย่างน้อยสามเดือนหลังคลอด...”
“ข้าไม่สนใจหมอพูดอะไร!” เหวินเฉาตวาดเสียงดัง มือข้างหนึ่งบีบหน้าอกของนางอย่างแรง ทำให้ลู่ชิงหว่านร้องด้วยความเจ็บปวด
"โอ๊ย! ข้าเจ็บนะ!"
“ข้าอดทนมานานพอแล้ว!” เหวินเฉาเอ่ยก่อนจะซุกไซ้ซอกคอของภรรยา
ไฉ่เฟิงที่นอนอยู่บนเตียงเห็นทุกอย่าง เขารู้สึกโกรธจนอยากฆ่าผู้ชายคนนี้ให้ตาย เขาเห็นแม่พยายามผลักเหวินเฉาออก แต่ร่างกายที่อ่อนแอเพราะทำงานมาทั้งวันทำให้นางไม่มีแรงต่อต้าน
เหวินเฉาผลักลู่ชิงหว่านลงบนเตียง ใกล้กับที่ไฉ่เฟิงนอนอยู่ เขาทาบทับร่างของภรรยาและพยายามถอดเสื้อผ้าของนางออก
“ฮือๆ... ได้โปรด...อย่า” ลู่ชิงหว่านร้องไห้ พยายามปกป้องตัวเอง “ลูกอยู่ตรงนี้...”
“แล้วไง? เขายังเด็กเกินกว่าจะรู้เรื่อง!” เหวินเฉาตวาด มือหยาบกร้านของเขากระชากเสื้อของภรรยา
ไฉ่เฟิงไม่อาจทนดูแม่ถูกทำร้ายได้อีก เขาส่งเสียงร้องไห้จ้าด้วยสุดเสียง พยายามดึงความสนใจของเหวินเฉาให้ออกห่างจากแม่
เหวินเฉาชะงัก หันไปมองลูกชายที่กำลังร้องไห้สุดเสียง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ “หุบปาก! ไอ้เด็กเวร!”
“อย่าพูดกับลูกแบบนั้น!” ลู่ชิงหว่านตะโกน ใช้จังหวะนั้นผลักสามีออกและรีบลุกขึ้นไปอุ้มลูก “เขาหิวแล้ว ข้าต้องให้นมเขา”
“เจ้าใช้ลูกเป็นข้ออ้างตลอด!” เหวินเฉาตวาด กำมือแน่นด้วยความโกรธ “เจ้าไม่เคยคิดถึงความต้องการของข้าเลย!”
ลู่ชิงหว่านไม่ตอบ นางกอดไฉ่เฟิงแนบอก พยายามปลอบให้เขาหยุดร้อง “ไม่เป็นไรนะลูก แม่อยู่นี่แล้ว...”
“เจ้าคิดว่าเจ้าจะหลบเลี่ยงได้ตลอดหรือ?” เหวินเฉาถามเสียงเย็น “ข้าเป็นสามีเจ้า เจ้ามีหน้าที่ต้องทำให้ข้าพอใจ!”
“ข้าไม่ได้หลบเลี่ยง...” ลู่ชิงหว่านตอบเสียงสั่น “ข้าแค่ต้องการเวลาให้ร่างกายหายดีก่อน... ได้โปรด เข้าใจข้าด้วย...”
เหวินเฉาจ้องมองภรรยาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเดินออกจากห้องไปปิดประตูเสียงดังปัง!
เมื่อเหวินเฉาออกไปแล้ว ลู่ชิงหว่านก็ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง น้ำตาไหลอาบแก้ม นางกอดไฉ่เฟิงแน่น ราวกับเลูกน้อยเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของนางไว้
“แม่ขอโทษนะลูก...” นางกระซิบ พลางหอมแก้มลูกน้อย “แม่ขอโทษที่ลูกต้องเห็นเรื่องแบบนี้...”
ไฉ่เฟิงหยุดร้อง เขามองหน้าแม่ด้วยความเป็นห่วง เขายกมือเล็กๆ ขึ้นแตะใบหน้าของแม่ ราวกับต้องการปลอบโยน
ลู่ชิงหว่านยิ้มผ่านน้ำตา “ลูกแม่ช่างน่ารักยิ่งนัก...” นางพูดเบาๆ “ไม่เป็นไรนะ แม่จะดูแลลูกให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
นางเปิดเสื้อและให้นมลูก ขณะที่ไฉ่เฟิงดูดนม เขาสังเกตเห็นว่าแม่ยังคงร้องไห้เงียบๆ น้ำตาหยดลงบนใบหน้าเล็กๆ ของเขา ไฉ่เฟิงรู้สึกเจ็บปวดในใจ เขาอยากจะปกป้องแม่ แต่ในร่างทารกนี้ เขาทำได้เพียงอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจนางผ่านแววตาเท่านั้น
ลู่ชิงหว่านลูบศีรษะลูกน้อยเบาๆ “ลูกคือความหวังของแม่ ลูกรู้ไหม? แม่อดทนทุกอย่างเพื่อลูก...”
