ตอนที่ 23 เสื้อผ้าชุดใหม่
ตอนที่ 23 เสื้อผ้าชุดใหม่
เมื่อเกวียนมาถึงหมู่บ้าน ลู่ชิงหว่านและไฉ่เฟิงก็รีบลงจากเกวียนและเดินตรงไปยังบ้านของลุงเป่ย นางต้องการคืนเงินที่ยืมมาและจ่ายค่าเช่าบ้านให้เรียบร้อย
ลุงเป่ยกำลังนั่งอยู่หน้าบ้าน สีหน้าของเขาสดใสขึ้นเมื่อเห็นพวกเขาเดินมา
“แม่นางลู่ กลับมาแล้วหรือ? เป็นอย่างไรบ้าง ขายภาพได้ไหม?” เขาถามด้วยความเป็นห่วง
ลู่ชิงหว่านยิ้มกว้าง “ขายได้เจ้าค่ะลุงเป่ย ข้ามาคืนเงินที่ยืมไปและจ่ายค่าเช่าบ้าน” นางล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเงินออกมาหนึ่งตำลึง แล้วยื่นให้ลุงเป่ย
ลุงเป่ยมองเงินด้วยความประหลาดใจ “เจ้าขายภาพได้ดีขนาดนั้นเลยหรือ?”
“เจ้าค่ะ” ลู่ชิงหว่านตอบพลางยื่นเงินให้ “ร้านค้าในเมืองให้ราคาดีมาก”
ลุงเป่ยรับเงินไว้ แต่สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย “เจ้าคงวาดภาพเก่งมากแน่ๆ”
ลู่ชิงหว่านรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่นางพยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติ “เจ้าค่ะ...ข้า... เคยเรียนวาดภาพมาบ้าง”
ลุงเป่ยพยักหน้าช้าๆ แม้จะดูไม่ค่อยเชื่อนัก “ดีแล้ว ข้าดีใจที่เจ้ามีรายได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเช่าบ้านเดือนหน้านะ ข้าจะลดให้เจ้าครึ่งหนึ่ง”
“ไม่ต้องหรอกลุงเป่ย” ลู่ชิงหว่านรีบปฏิเสธ “ข้าจ่ายไหว”
ลุงเป่ยโบกมือ “ไม่เป็นไร ข้าต้องการช่วยเจ้า เจ้าเป็นหญิงม่ายที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ข้าเข้าใจว่ามันยากแค่ไหน”
ลู่ชิงหว่านรู้สึกซาบซึ้งใจ น้ำตาเอ่อขึ้นมาเล็กน้อย “ขอบคุณมากค่ะลุงเป่ย”
หลังจากกล่าวลาลุงเป่ย ลู่ชิงหว่านและไฉ่เฟิงก็กลับมาที่บ้านของพวกเขา เมื่อปิดประตูบ้านแล้ว นางจึงหยิบถุงเงินออกมาจากอกเสื้อ วางลงบนพื้น
“เรามีเงินมากพอที่จะใช้ชีวิตสบายๆ ได้หลายเดือนเลย” นางพูดพลางนับเงินแยกออกเป็นกองๆ
ไฉ่เฟิงนั่งลงข้างๆ มารดา “ท่านแม่ เราควรเก็บเงินไว้ใช้เท่าที่จำเป็น รอบนี้เราจะเอารูปไปขายช้ากว่าเดิม”
ลู่ชิงหว่านพยักหน้าเห็นด้วย “พรุ่งนี้เราจะไปซื้อเนื้อสัตว์ และผักสดมาเก็บไว้ แล้วก็ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เจ้าสักชุดสองชุด”
“ท่านแม่ก็ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ด้วยนะ ท่านสวมชุดเดิมมานานแล้ว”
ลู่ชิงหว่านยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหอมแก้มนุ่ม ๆ ของลูกชาย “เจ้าเป็นเด็กดีจริงๆ ไฉ่เฟิง แม่โชคดีที่มีเจ้า”
คืนนั้น หลังจากที่ไฉ่เฟิงเข้านอนแล้ว ลู่ชิงหว่านนั่งอยู่คนเดียวข้างหน้าต่าง มองดูดวงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างบนท้องฟ้า นางรู้สึกทั้งโล่งใจและกังวลใจในเวลาเดียวกัน
โล่งใจที่พวกเขามีเงินพอที่จะใช้ชีวิตได้สบายขึ้น แต่กังวลใจเกี่ยวกับความสามารถพิเศษของไฉ่เฟิง นางไม่รู้ว่าพรสวรรค์นี้จะนำพาอะไรมาสู่ชีวิตของพวกเขาในอนาคต แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนางจะปกป้องไฉ่เฟิงด้วยชีวิต
นางมองไปที่ถุงเงินที่ซ่อนไว้ใต้แผ่นกระดานไม้ สามร้อยตำลึงเป็นเงินจำนวนมากสำหรับหญิงม่ายในหมู่บ้านชนบท
เช้าวันต่อมา ลู่ชิงหว่านลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกสดชื่น นางมองไปที่ไฉ่เฟิงซึ่งยังคงหลับสนิทอยู่ข้างๆ ใบหน้าน้อยๆ ของเขาดูสงบและไร้เดียงสา
“ไฉ่เฟิง” นางเอื้อมมือไปลูบผมนุ่มของลูกชายเบาๆ “ตื่นได้แล้วลูก”
ไฉ่เฟิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยิ้มให้มารดา “ท่านแม่...” เสียงเล็กๆ ของเขาแหบแห้งเล็กน้อยเพราะเพิ่งตื่นนอน
“วันนี้เราจะไปซื้อของกัน” ลู่ชิงหว่านบอกพลางลุกขึ้นนั่ง
ลู่ชิงหว่านลุกขึ้นไปเตรียมน้ำล้างหน้าให้ลูกชาย หลังจากทำความสะอาดร่างกายและแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว นางก็จัดแจงเตรียมตะกร้าไม้ไผ่และถุงผ้าสำหรับใส่ของ
“เราจะซื้ออาหารมาเก็บไว้ให้พอกินสักพัก จะได้ไม่ต้องออกไปซื้อบ่อยๆ” นางบอกลูกชายขณะที่จูงมือเขาเดินออกจากบ้าน
ระหว่างทางพวกเขาพบกับชาวบ้านหลายคนที่กำลังมุ่งหน้าไปยังทุ่งนาเพื่อทำงาน บางคนทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้ม แต่บางคนก็มองมาด้วยสายตาสงสัย
วันนี้ตลาดคึกคักกว่าทุกวัน ลู่ชิงหว่านพาไฉ่เฟิงไปที่แผงขายเนื้อสัตว์ตากแห้งก่อน นางเลือกซื้อเนื้อหมูตากแห้ง เนื้อวัวตากแห้ง และปลาเค็มจำนวนหนึ่ง
“วันนี้แม่นางลู่ซื้อเยอะนะ” พ่อค้าทักด้วยรอยยิ้ม “ปกติไม่เคยเห็นซื้อเนื้อเลย”
“วันนี้มีเงินหน่อย ข้าเลยอยากให้ลูกชายได้กินอาหารดีๆ บ้าง” นางตอบพลางยื่นเงินให้
จากนั้นนางก็พาไฉ่เฟิงไปที่แผงขายผัก นางเลือกซื้อผักที่เก็บได้นาน เช่น ฟักทอง กะหล่ำปลี และหัวไชเท้า รวมถึงผักสดอื่นๆ ที่สามารถนำไปดองเก็บไว้ได้ นางยังแวะซื้อไข่ไก่ร้านที่นางมาซื้อประจำอีกหลายฟอง
“วันนี้เจ้าซื้อเยอะนะ ปกติมาซื้อทีละสี่ฟอง” แม่ค้าขายไข่ทักด้วยความสงสัย
“ข้าอยากเก็บไว้กอินหลายวัน จะได้ไม่ต้องมาตลาดบ่อยๆ” ลู่ชิงหว่านตอบพลางหยิบไข่ไก่ใส่ตระกร้า
หลังจากซื้อของกินเรียบร้อยแล้ว ลู่ชิงหว่านก็พาไฉ่เฟิงไปที่ร้านขายเสื้อผ้าและผ้าสำหรับตัด ซึ่งมีเพียงร้านเดียวในหมู่บ้านแห่งนี้ เจ้าของร้านเป็นหญิงวัยกลางคน นางทั้งรับตัดและรับซ่อมเสื้อผ้าด้วย
“เจ้าหาอะไรหรือ?” หญิงเจ้าของร้านทักทายด้วยรอยยิ้ม
“ข้าอยากได้เสื้อผ้าใหม่ให้ลูกชายสักสองชุด และอยากได้ผ้าสักผืนสองผืนสำหรับตัดเสื้อให้ตัวเองด้วย”
“ได้เลย” หญิงเจ้าของร้านพยักหน้า ก่อนจะหันไปหยิบเสื้อผ้าเด็กหลายชุดมาให้ดู “ลองดูชุดพวกนี้สิ น่าจะพอดีกับลูกเจ้า”
ลู่ชิงหว่านเลือกชุดสีน้ำเงินเข้มหนึ่งชุดและชุดสีเขียวอ่อนอีกหนึ่งชุดสำหรับไฉ่เฟิง นางให้ลูกชายลองใส่ดู ซึ่งทั้งสองชุดพอดีกับตัวเขา ทำให้เขาดูน่ารักและสดใสขึ้นมาก
“ดูลูกชายเจ้าสิ น่ารักจริงๆ” หญิงเจ้าของร้านชม “เขาหน้าตาคล้ายเจ้ามากเลยนะ”
ลู่ชิงหว่านยิ้มด้วยความภูมิใจ ก่อนจะหันไปดูผ้าสำหรับตัดเสื้อให้ตัวเอง
ลู่ชิงหว่านมองดูผ้าสีเหลืองอ่อนและสีฟ้าอ่อนในมือด้วยความพึงพอใจ นานมากแล้วที่นางไม่ได้มีเสื้อผ้าใหม่
“ท่านมีเข็มกับด้ายขายด้วยหรือไม่?” ลู่ชิงหว่านถามหญิงเจ้าของร้าน “ข้าอยากได้กรรไกรด้วยสักอัน”
“มีสิ” หญิงเจ้าของร้านตอบพลางเดินไปที่ลิ้นชักไม้ใบเล็กด้านหลังร้าน นางหยิบกล่องไม้ใบเล็กออกมาเปิดให้ดู “ข้ามีเข็มหลายขนาด เจ้าเลือกเอาได้เลย ส่วนด้ายก็มีหลายสี”
ลู่ชิงหว่านเลือกเข็มขนาดกลางสองเล่ม และด้ายสีดำกับสีขาวอย่างละม้วน “กรรไกรล่ะ?”
“อ๋อ” หญิงเจ้าของร้านหยิบกรรไกรเหล็กที่ดูแข็งแรงออกมาจากลิ้นชักอีกใบ “กรรไกรเล่มนี้คมดี ใช้ตัดผ้าได้ลื่น ราคาก็ไม่แพงนัก”
ลู่ชิงหว่านรับกรรไกรมาดู นางลองเปิดปิดดูสองสามครั้ง รู้สึกพอใจกับความคมและน้ำหนักที่พอเหมาะมือ
“ทั้งหมดเท่าไหร่เจ้าคะ?” นางถามพลางล้วงเงินจากถุงผ้าที่เหน็บไว้ข้างเอว
หญิงเจ้าของร้านคำนวณราคาทั้งหมด ทั้งเสื้อผ้าสองชุดของไฉ่เฟิง ผ้าสองผืน เข็ม ด้าย และกรรไกร “ทั้งหมดสองตำลึงสี่สิบสองอีแปะ”
ลู่ชิงหว่านนับเงินออกมาจ่ายให้ครบถ้วน ก่อนจะเก็บของทั้งหมดใส่ถุงผ้าที่นางสะพายอยู่
“ขอบคุณมาก” ลู่ชิงหว่านเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่เป็นไร” หญิงเจ้าของร้านตอบ “ถ้ามีเวลาก็แวะมาคุยกันบ้าง ข้าอยากรู้ว่าเจ้าจะตัดเสื้อแบบไหน”
ลู่ชิงหว่านพยักหน้ารับ ก่อนจะจูงมือไฉ่เฟิงออกจากร้าน
เมื่อกลับถึงบ้าน ลู่ชิงหว่านวางตะกร้าลงบนพื้น นางเริ่มจัดเก็บของที่ซื้อมา วางเนื้อตากแห้งและปลาเค็มเก็บไว้ในไหที่มีฝาปิดมิดชิด ส่วนผักต่างๆ นางแยกไว้ บางส่วนเก็บไว้กินสด บางส่วนเตรียมไว้สำหรับดอง
เมื่อจัดของเสร็จแล้วนางก็ทำอาหารเช้า นางหยิบไข่ไก่สองฟองมาตีให้เข้ากัน แล้วนำไปทอดในกระทะเหล็กเล็กๆ นางทำไข่เจียวและผัดผักใส่เนื้อแห้ง
หลังจากกินอาหารเช้าอิ่มแล้ว ไฉ่เฟิงก็นั่งลงที่พื้นแล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งจากกระดาษที่เหลืออยู่แปดแผ่น เขาเริ่มร่างภาพด้วยพู่กันจุ่มหมึกดำ มือน้อยๆ ของเขาเคลื่อนไหวอย่างมั่นคง
ภาพที่ไฉ่เฟิงวาดเป็นภาพของสตรี ใบหน้าอ่อนหวาน ดวงตากลมโต ริมฝีปากบางเฉียบเหมือนกำลังยิ้มน้อยๆ ผมยาวสลวยปล่อยสยายลงมาถึงเอว นางสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงปักลายดอกโบตั๋น มือเรียวถือพัดไว้ข้างกาย ท่าทางสง่างามราวกับเป็นสตรีชั้นสูง
“สวยมากลูก” ลู่ชิงหว่านชมขณะที่มองภาพวาดที่ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
ไฉ่เฟิงยิ้มน้อยๆ ด้วยความพอใจ เขาทำงานอย่างตั้งใจ ใช้เวลาวาดเส้นและลงรายละเอียดเกือบครึ่งวันก่อนจะลงสีจากน้ำดอกไม้ ระหว่างที่ไฉ่เฟิงวาดรูป ลู่ชิงหว่านก็นำผ้าที่ซื้อมาตัดเย็บ แต่เมื่อลูกชายต้องการสีนางก็จะมาทำไว้ให้เขา เสร็จแล้วนางก็จะไปนั่งเย็บผ้าต่อ
ขณะที่นางกำลังเย็บผ้า ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว นางวางงานเย็บปักลง
“ไฉ่เฟิง ลูกอยากได้โต๊ะสำหรับวาดรูปไหม?”
ไฉ่เฟิงเงยหน้าขึ้นจากภาพวาด ก่อนจะพยักหน้า “อยากได้”
ลู่ชิงหว่านยิ้ม “ดี แม่จะไปหาลุงเป่ยให้ช่วยทำโต๊ะกับเก้าอี้ให้ลูก”
ลู่ชิงหว่านเดินไปหาลุงเป่ย เมื่อมาถึงบ้านของลุงเป่ย นางเห็นเขากำลังให้นั่งสานตระกร้าอยู่หน้าบ้านพอดี
“ลุงเป่ย” นางเรียก “ขอรบกวนสักครู่ได้ไหม?”
ลุงเป่ยเงยหน้าขึ้นจากงานที่กำลังทำ “อ้าว! แม่นางลู่ มีอะไรให้ช่วยหรือ?”
“ข้าอยากจะขอให้ท่านช่วยทำโต๊ะกับเก้าอี้ให้ไฉ่เฟิง” ลู่ชิงหว่านตอบ “โต๊ะใหญ่หน่อยและเก้าอี้ที่พอดีกับตัวเขา”
“โต๊ะกับเก้าอี้เหรอ?” ลุงเป่ยทวนคำ ดูแปลกใจเล็กน้อย “
“ใช่” ลู่ชิงหว่านพยักหน้า
ลุงเป่ยพยักหน้า “ได้สิ ข้าจะช่วยทำให้ ต้องการแบบไหน?”
“โต๊ะที่สูงพอสมควร” ลู่ชิงหว่านอธิบาย “และมีพื้นที่กว้างพอสำหรับวางของ ส่วนเก้าอี้ก็ต้องสูงพอที่ไฉ่เฟิงจะนั่งได้สบาย”
ลุงเป่ยคิดสักครู่ แล้วพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว ข้ามีไม้ที่เหมาะสำหรับทำโต๊ะและเก้าอี้แบบนี้พอดี น่าจะใช้เวลาสักสองสามวัน ถ้าข้าจะทำให้เสร็จแล้วจะเอาไปส่ง”
“ขอบคุณมากเจ้าค่ะ” ลู่ชิงหว่านกล่าวอีกครั้ง ก่อนจะลาลุงเป่ยและเดินกลับบ้าน
