บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 21 ไม่ใช่เด็กธรรมดา

ตอนที่ 21 ไม่ใช่เด็กธรรมดา

เมื่อเสร็จงาน ลู่ชิงหว่านก็เดินมานั่งพักข้างๆ ลูกชาย เหงื่อไหลโซมใบหน้าและลำคอของนาง นางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อ และถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“อีกไม่นานเราก็จะมีผักกินกันแล้ว” นางบอกไฉ่เฟิงด้วยรอยยิ้ม

ไฉ่เฟิงยิ้มตอบ “แม่เก่งมาก”

ดวงอาทิตย์ขึ้นสูงเต็มที่แล้ว บ่งบอกว่าใกล้ถึงเวลาเที่ยง ลู่ชิงหว่านมองดูผลงานของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ แปลงผักที่เพิ่งปลูกเสร็จดูเป็นระเบียบ

“ไปกินข้าวกลางวันกันเถอะลูก” นางลุกขึ้นยืน และจูงมือไฉ่เฟิงไปล้างมือก่อนจะเดินเข้าบ้าน

ลู่ชิงหว่านเตรียมอาหารกลางวันอย่างง่ายๆ นางอุ่นข้าวต้มที่เหลือจากเช้า และผัดผักใส่ไข่หนึ่งฟอง ส่วนอีกหนึ่งฟองเก็บไว้เป็นอาหารมื้อเย็นให้ไฉ่เฟิง

ขณะที่ทั้งสองนั่งกินอาหารกลางวัน ลู่ชิงหว่านครุ่นคิดถึงสถานการณ์การเงินของพวกเขา เงินที่มีอยู่เหลือน้อยมากแล้ว นางต้องหาทางหารายได้เพิ่ม

“ไฉ่เฟิง” นางเอ่ยขึ้นหลังจากกินอาหารเสร็จ “บ่ายนี้แม่คิดว่าจะไปถามชาวบ้านดู ว่ามีงานอะไรที่แม่พอจะรับจ้างทำได้บ้าง”

ไฉ่เฟิงมองหน้าแม่ด้วยความเป็นห่วง “ไม่ต้องไป เดี๋ยวขายรูป”

ลู่ชิงหว่านยิ้มอย่างอ่อนโยน “ใช่แล้วลูก แต่เราต้องรออีกหนึ่งเดือนกว่าคนซื้อรูปจะมาที่หมู่บ้านนี้”

ไฉ่เฟิงส่ายหน้า “ไม่ต้องรอ เอาไปขายในเมือง”

ลู่ชิงหว่านชะงัก นางมองลูกชายด้วยความประหลาดใจ “ในเมืองเหรอลูก? แม่ไม่รู้ว่าจะไปขายที่ไหน”

“ร้านหนังสือ” ไฉ่เฟิงตอบอย่างฉับไว ราวกับเขาได้คิดเรื่องนี้มาก่อนแล้ว “หรือไม่ก็ร้านขายของศิลปะ”

ลู่ชิงหว่านมองลูกชายด้วยความตกตะลึง ร่างของนางสั่นเทาเล็กน้อยจนแทบจะทรุดลงนั่งกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ คำพูดของไฉ่เฟิงที่บอกว่า “ร้านหนังสือ” หรือ “ร้านขายของศิลปะ” ทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็น

“ไฉ่เฟิง...” เสียงของนางสั่นเครือ “ลูกรู้จักร้านพวกนั้นได้อย่างไร?”

ไฉ่เฟิงรู้ทันทีว่าตนเองพลาดไปแล้ว เขาเผลอพูดสิ่งที่เด็กวัยสองขวบไม่ควรรู้ออกไป

เขารีบเดินเข้าไปกอดขาของมารดาไว้แน่น ใบหน้าเล็กๆ ซุกเข้ากับชายเสื้อของนาง

“ท่านแม่อย่ากลัวข้า” เขาพูดเสียงเบา แต่ชัดเจน “ข้าเป็นลูกของท่านแม่”

ลู่ชิงหว่านคุกเข่าลง มือสั่นเทาของนางลูบใบหน้าของลูกชาย ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความสับสนและความกังวล

“ลูก... ลูกไม่ใช่เด็กธรรมดา ใช่ไหม?” นางถามเสียงแผ่ว

ไฉ่เฟิงมองเข้าไปในดวงตาของมารดา เขาเห็นความกลัวในนั้น แต่ก็เห็นความรักอันไม่มีเงื่อนไขด้วย เขาตัดสินใจว่าไม่ควรโกหกผู้เป็นแม่ แต่ก็ไม่อาจเล่าความจริงทั้งหมดได้ กลัวว่านางจะรับมันไม่ไหว

เขาตอบอย่างระมัดระวัง “ข้าเห็นคนพูดถึงร้านพวกนั้น ตอนที่นั่งรอท่านอยู่ร้านขายเครื่องครัว”

ลู่ชิงหว่านกอดลูกชายแน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม นางไม่รู้ว่าควรเชื่อหรือไม่ แต่ความรักที่มีต่อลูกชายทำให้นางยอมรับคำอธิบายนั้น

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะลูก” นางปลอบ พลางลูบศีรษะของไฉ่เฟิง “ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร แม่ก็รักลูกเสมอ”

ไฉ่เฟิงรู้สึกอบอุ่นในอ้อมกอดของมารดา เขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้ในชาติก่อน

“ท่านแม่...” เขาเงยหน้าขึ้นมอง “ข้าจะช่วยท่านแม่หาเงินเอง”

ลู่ชิงหว่านเช็ดน้ำตา แล้วยิ้มให้ลูกชาย “แม่รู้ แม่รู้ว่าลูกเป็นเด็กพิเศษ”

ไฉ่เฟิงยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกาย “ท่านแม่ต้องเชื่อข้า”

“แม่เชื่อเจ้า” ลู่ชิงหว่านกระซิบตอบ ขณะที่น้ำตายังคงไหลอาบแก้ม นางรู้สึกว่าลูกชายของนางพิเศษกว่าเด็กทั่วไป แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุใด นางก็ยังรักเขาอย่างสุดหัวใจ

วันต่อมา หลังจากรดน้ำผักเสร็จแล้ว ลู่ชิงหว่านก็พาไฉ่เฟิงออกไปเก็บดอกไม้ตามที่เขาบอก พวกเขาเก็บดอกไม้หลากสี ทั้งสีเหลือง สีแดง สีม่วง และสีน้ำเงิน

เมื่อกลับถึงบ้าน นางเริ่มทำตามที่ไฉ่เฟิงบอก นางบดดอกไม้แต่ละสีในถ้วยไม้เล็กๆ ผสมกับน้ำและแป้งข้าวเหนียวเล็กน้อย แล้วกรองด้วยผ้าบาง ได้น้ำสีสวยงามออกมา

“เห็นไหม” ไฉ่เฟิงชี้ให้แม่ดูน้ำสีที่ได้ ดวงตาเปล่งประกายด้วยความภูมิใจ “สวย”

ลู่ชิงหว่านยิ้มกว้าง นางรู้สึกทึ่งกับความรู้ของลูกชาย “ใช่ สวยมาก”

ไฉ่เฟิงเริ่มวาดรูปแรกของเขา เขาวาดภาพทิวทัศน์ธรรมชาติ มีภูเขา แม่น้ำ และต้นไผ่ เขาใช้เวลาวาดอย่างตั้งใจ มือเล็กๆ ของเขาควบคุมพู่กันได้ดีขึ้น ทำให้ภาพที่ออกมาก็มีเสน่ห์และงดงามอย่างน่าประหลาดใจ

ลู่ชิงหว่านมองการทำงานของลูกชายด้วยความทึ่ง มันเหมือนกับว่าลูกชายของนางมีวิญญาณของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่สิงสถิตอยู่

การวาดรูปแรกใช้เวลาสามวันเต็มๆ ไฉ่เฟิงทำงานอย่างมีสมาธิ หยุดพักเป็นระยะเพื่อกินอาหารและนอนหลับ แต่เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการวาดรูป

ในระหว่างนั้น ลู่ชิงหว่านก็ทำงานในสวนและดูแลบ้าน นางทำอาหารง่ายๆ ให้ลูกชายกิน ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวกับไข่ ส่วนนางก็กินข้าวกับผักดอง เพื่อประหยัดอาหารไว้ให้ลูก

เมื่อรูปแรกเสร็จสมบูรณ์ ไฉ่เฟิงก็เริ่มวาดรูปที่สองต่อ คราวนี้เขาตัดสินใจวาดรูปมังกรขนาดใหญ่ เขาบอกแม่ว่าต้องการดอกไม้สีเหลืองจำนวนมาก

“ต้องลงสีหลายชั้น” เขาอธิบายให้แม่ฟัง “ให้เข้มขึ้น สวยขึ้น”

ลู่ชิงหว่านพยักหน้าและออกไปเก็บดอกไม้สีเหลืองตามที่ลูกชายต้องการ นางต้องเดินไปไกลกว่าเดิม เพื่อหาดอกไม้สีเหลืองให้ได้มากพอ

รูปมังกรใช้เวลาวาดนานกว่ารูปแรก ถึงห้าวันเต็มๆ ไฉ่เฟิงทำงานอย่างพิถีพิถัน ลงสีทีละชั้น รอให้แห้งแล้วจึงลงสีชั้นต่อไป ทำให้สีของมังกรดูมีมิติและสมจริงมากขึ้น

ลู่ชิงหว่านมองผลงานของลูกชายด้วยความทึ่ง นางไม่เคยเห็นภาพวาดที่สวยงามเช่นนี้มาก่อน แม้แต่ในร้านค้าในเมืองที่นางไปซื้อของก็ยังไม่เคยเห็น

“ลูกวาดสวยมาก” นางเอ่ยชมลูกชายก่อนจะหอมแก้มเขาทั้งสองข้างอย่างรักใคร่

ไฉ่เฟิงยิ้มน้อยๆ ด้วยความพอใจ เขาจุ่มพู่กันลงไปในหมึกสีดำแล้วเขียนอักษรลงไปที่มุมข้างขวาของภาพเหมือนเคย “หว่านชิง” ลายมือของเขาสวยงามราวกับเป็นฝีมือของอาลักษณ์ ไม่ใช่เด็กน้อยเพียงสองขวบ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel