ตอนที่ 20 ปลูกผัก
ตอนที่ 20 ปลูกผัก
เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่ชิงหว่านตื่นแต่เช้าตรู่ นางลุกขึ้นอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ปลุกไฉ่เฟิง นางออกไปจุดไฟในเตาเตรียมทำข้าวต้ม
เมื่อน้ำเริ่มร้อน นางก็เตรียมข้าวต้มสำหรับอาหารเช้า ใส่ข้าวลงไปในหม้อน้ำร้อน และปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย
ขณะที่ลู่ชิงหว่านกำลังเตรียมข้าวต้มอยู่นั้น เสียงเคาะประตูเบาๆ ก็ดังขึ้น นางชะงักมือที่กำลังคนข้าวต้ม รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเพราะยังเช้าอยู่มาก ใครกันจะมาหาพวกเขาในเวลานี้
“ใครกันนะ?” นางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเดินไปที่ประตู
เมื่อเปิดประตูออก นางก็พบลุงเป่ยยืนอยู่พร้อมกับถุงผ้าเล็กๆ ในมือ ใบหน้าเหี่ยวย่นของชายชราฉายแววเป็นมิตร
“อรุณสวัสดิ์ แม่นางลู่” ลุงเป่ยทักทาย รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า “ข้าหวังว่า ข้าคงไม่ได้มารบกวนเจ้าเช้าเกินไปนะ”
“ไม่เลยเจ้าค่ะ ลุงเป่ย” ลู่ชิงหว่านรีบตอบพร้อมกับยิ้มตอบ “ข้ากำลังทำอาหารเช้าอยู่พอดี มีอะไรให้ช่วยหรือเจ้าคะ?”
ลุงเป่ยยื่นถุงผ้าในมือให้นาง “ข้านำเมล็ดพันธุ์ผักมาให้ เผื่อเจ้าอยากปลูกในสวนหลังบ้าน”
ลู่ชิงหว่านรับถุงผ้ามาด้วยความประหลาดใจและซาบซึ้ง “โอ้ ขอบคุณมากเจ้าค่ะ ท่านใจดีเหลือเกิน”
“ไม่เป็นไร” ลุงเป่ยโบกมือ “ข้าเห็นว่าเจ้าไม่มีอะไรติดมือมามากนัก”
ลู่ชิงหว่านเปิดถุงผ้าดู พบเมล็ดพันธุ์หลายชนิดบรรจุอยู่ในห่อกระดาษเล็กๆ แยกกัน มีทั้งผักกาดขาว ต้นหอม ผักชี และถั่วลันเตา
“ขอบคุณมากเจ้าค่ะ ส่วนค่าเช่าบ้านสิ้นเดือนข้าถึงจะเอาไปจ่ายนะเจ้าคะ”
“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอก เจ้ามีตอนไหนค่อยเอามาจ่าย”
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าเล็กๆ ก็ดังมาจากด้านหลัง ไฉ่เฟิงเดินมาพร้อมกับถูตาที่ยังง่วงงุน
“ลูกตื่นแล้วหรือ?” ลู่ชิงหว่านหันไปถาม
ไฉ่เฟิงพยักหน้า ชายชรามองไปรอบ ๆ บ้าน ด้วยความพอใจ เห็นว่านางได้ทำความสะอาดบ้านจนสะอาดสะอ้านกว่าเดิมมาก
“ข้าต้องกลับไปดูแลสวนของข้าแล้ว” ลุงเป่ยบอก
“ขอบคุณมากเจ้าค่ะ” ลู่ชิงหว่านกล่าวด้วยความซาบซึ้ง “บ่ายนี้ข้าจะเริ่มเตรียมดินที่สวนหลังบ้าน”
ลุงเป่ยพยักหน้า ก่อนจะหันหลังเดินออกไป
หลังจากลุงเป่ยจากไป ลู่ชิงหว่านกลับเข้ามาในบ้านพร้อมกับถุงเมล็ดพันธุ์ผัก นางวางถุงไว้ที่พื้น ก่อนจะหันไปดูข้าวต้มที่กำลังเดือดปุดๆ อยู่ในหม้อ
“ไฉ่เฟิง มาล้างหน้าก่อนนะลูก” นางเรียกลูกชายที่ยังง่วงงุนอยู่
ไฉ่เฟิงเดินมาหาแม่ด้วยท่าทางเซื่องซึม เขายังคงรู้สึกง่วงนอนอยู่บ้าง แต่ก็พยายามตื่นตัว ในขณะที่ลู่ชิงหว่านเทน้ำอุ่นลงในอ่างเล็กๆ และค่อยๆ ล้างหน้าให้ลูกชาย
นางเหลือบมองไปที่หม้อข้าวต้มที่สุกได้ที่แล้ว จึงยกลงจากเตา ดับไฟ และปิดฝาหม้อเอาไว้เพื่อให้ข้าวสุกต่อไปด้วยความร้อนที่เหลืออยู่
“เราไปตลาดกันก่อน พอกลับมาค่อยกินข้าวเช้ากัน” นางบอกลูกชาย
ลู่ชิงหว่านจัดแจงเสื้อผ้าให้ไฉ่เฟิงให้เรียบร้อย ก่อนจะหยิบตะกร้าไม้ไผ่เล็กๆ ที่มีอยู่ในบ้าน แล้วจูงมือลูกชายออกจากบ้าน
เมื่อมาถึงตลาดในหมู่บ้าน ลู่ชิงหว่านก็พาไฉ่เฟิงเดินไปยังหญิงวัยกลางคนที่กำลังนั่งเฝ้าตะกร้าไข่อยู่
“ขอซื้อไข่ไก่สี่ฟองเจ้าค่ะ”
แม่ค้าเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะยิ้มให้ “อ้อ เจ้าเป็นคนที่ย้ายมาอยู่บ้านของลุงเป่ยใช่ไหม?”
“ใช่เจ้าค่ะ” ลู่ชิงหว่านตอบพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
“เด็กน้อยน่ารักจัง”
แม่ค้าหยิบไข่ไก่สี่ฟองให้ลู่ชิงหว่าน “ไข่ไก่สี่ฟอง สิบอีแปะนะ”
ลู่ชิงหว่านล้วงเงินจากถุงผ้าเล็กๆ ที่พกติดตัวมา และส่งให้แม่ค้า นางรับไข่ไก่มาวางในตะกร้าอย่างระมัดระวัง
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” นางกล่าวก่อนจะจูงมือไฉ่เฟิงเดินต่อไป
ระหว่างทางกลับบ้าน ไฉ่เฟิงมองไปรอบๆ ด้วยความสนใจ เขาสังเกตเห็นเด็กๆ วัยใกล้เคียงกันกำลังวิ่งเล่นกันอยู่
“ลูกไม่อยากไปเล่นกับเด็กคนอื่นหรือ?” ลู่ชิงหว่านถามด้วยความสงสัย
ไฉ่เฟิงส่ายหน้า ลู่ชิงหว่านรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ลูกชายไม่เหมือนเด็กทั่วไปที่มักจะอยากวิ่งเล่น
เมื่อกลับถึงบ้าน ลู่ชิงหว่านจุดไฟที่เตาอีกครั้ง นางวางกระทะเล็กๆ บนเตา เทน้ำมันเล็กน้อยลงไป รอให้น้ำมันร้อน ในระหว่างนั้น นางก็ตีไข่ลงในชามเล็กๆ ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย และตีให้เข้ากัน
“ไฉ่เฟิง มานั่งรอตรงนี้นะ” นางเรียกลูกชายให้มานั่งข้างๆ
เมื่อน้ำมันร้อนได้ที่ นางเทไข่หนึ่งใบที่ตีไว้ลงในกระทะ เสียงไข่สัมผัสน้ำมันร้อนดังฟู่ กลิ่นหอมของไข่เจียวเริ่มลอยอบอวลไปทั่วห้อง ลู่ชิงหว่านใช้ตะหลิวไม้พลิกไข่เจียวให้สุกทั้งสองด้าน ก่อนจะตักขึ้นมาวางบนจานหั่นแล้วเป็นชิ้น
นางตักข้าวต้มที่เตรียมไว้ใส่ชามให้ไฉ่เฟิงและตัวเอง แล้วตักไข่เจียวทั้งหมดใส่ถ้วยข้าวต้มของลูกชาย
“กินข้าวได้แล้วลูก” นางบอกพร้อมกับยื่นช้อนให้ไฉ่เฟิง
ไฉ่เฟิงรับช้อนมาและเริ่มกินอาหารเช้าอย่างเงียบๆ แม่เป็นแบบนี้เสมอ ถ้าเขาถามว่าทำไมชามของนางถึงไม่มีไข่ นางก็จะตอบว่านางไม่ชอบกินไข่
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ลู่ชิงหว่านล้างชามและกระทะให้สะอาด เก็บกวาดครัวให้เรียบร้อย
“ลูกอยากออกไปดูสวนหลังบ้านกับแม่ไหม?” นางถามไฉ่เฟิงที่กำลังนั่งเล่นอยู่บนพื้น
ไฉ่เฟิงพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น “อยากไป”
ลู่ชิงหว่านหยิบถุงเมล็ดพันธุ์ผักที่ลุงเป่ยให้มา และพาไฉ่เฟิงออกไปยังสวนหลังบ้าน พื้นที่ด้านหลังบ้านไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีบริเวณพอสมควรสำหรับปลูกผักได้ ดินตรงนั้นดูอุดมสมบูรณ์ แต่มีวัชพืชขึ้นรกเล็กน้อย
“แม่จะต้องถางหญ้าและเตรียมดินก่อน เจ้านั่งเล่นตรงนี้ก่อนนะ”
นางหยิบจอบที่วางอยู่มุมหนึ่งของบ้านมา และเริ่มขุดดินเพื่อเตรียมแปลงผัก
ในขณะที่ลู่ชิงหว่านกำลังทำงานอยู่นั้น ไฉ่เฟิงไม่ได้นั่งเฉยๆ เขาเดินไปเก็บก้อนหินขนาดพอเหมาะกับมือเล็กๆ ของเขา แล้วเริ่มยกขึ้นลงเหมือนคล้ายออกกำลังกาย
ลู่ชิงหว่านเหลือบไปเห็นลูกชายกำลังยกก้อนหินขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ นางชะงักมือที่กำลังขุดดิน ก่อนจะยิ้มอย่างขบขัน นางคิดว่าลูกชายคงเล่นตามประสาเด็ก
“ไฉ่เฟิง ลูกกำลังทำอะไรอยู่น่ะ?” นางถามด้วยความสงสัยปนขบขัน
ไฉ่เฟิงหยุดยกก้อนหินชั่วครู่ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ออกกำลังกาย ทำให้แขนแข็งแรง
ลู่ชิงหว่านพยักหน้า ตั้งใจทำงานต่อ นางขุดดินและเตรียมแปลงผักอย่างขะมักเขม้น เหงื่อเริ่มผุดซึมตามขมับและหลัง แต่นางก็ไม่ย่อท้อ เหนื่อยกว่านี้นางก็ผ่านมันมาแล้ว
หลังจากเตรียมแปลงผักเสร็จแล้ว นางก็เริ่มหยอดเมล็ดพันธุ์ผักลงไป นางแบ่งแปลงผักออกเป็นส่วนๆ สำหรับผักแต่ละชนิด ทั้งผักกาดขาว ต้นหอม ผักชี และถั่วลันเตา
“ไฉ่เฟิง มาช่วยแม่หยอดเมล็ดผักหน่อยไหม?” นางเรียกลูกชาย
ไฉ่เฟิงวางก้อนหินลง และเดินมาหาแม่ ลู่ชิงหว่านสอนให้เขาหยอดเมล็ดพันธุ์ลงในหลุมเล็กๆ ที่นางเตรียมไว้ แล้วกลบดินเบาๆ
“เบามือหน่อยนะลูก ไม่ฝังลึกเกินไป”
ไฉ่เฟิงพยักหน้ารับ และทำตามคำบอกของแม่อย่างตั้งใจ
“เก่งมากลูก” ลู่ชิงหว่านเอ่ยชม
ทั้งสองช่วยกันปลูกผักจนเกือบเสร็จ เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มสูงขึ้น ความร้อนก็เริ่มแผ่ซ่านมากขึ้น ลู่ชิงหว่านเห็นว่าลูกชายเริ่มมีเหงื่อซึม จึงบอกให้เขาไปนั่งพักในร่มก่อน
“ไฉ่เฟิง ไปนั่งพักในร่มก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะทำต่อให้เสร็จ”
ไฉ่เฟิงพยักหน้า แล้วเดินไปนั่งใต้ชายคาบ้าน เขาเห็นความเหนื่อยยากของผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องดิ้นรนเพื่อเลี้ยงดูลูก เขาก็รู้สึกทึ่งในตัวนางไม่น้อย
ลู่ชิงหว่านทำงานต่อไปอย่างขยันขันแข็ง นางหยอดเมล็ดพันธุ์ที่เหลือลงในแปลง กลบดินให้เรียบร้อย แล้วรดน้ำให้ทั่ว นางต้องตักน้ำจากลำธารเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านมาหลายครั้ง จนในที่สุดก็รดผักที่ปลูกได้ทั้งหมด
