ตอนที่ 14 กลับบ้านเกิด
ตอนที่ 14 กลับบ้านเกิด
ท้องฟ้ายามเย็นเริ่มมืดลง แสงสีส้มของดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าทอดเงายาวบนพื้นดิน ลู่ชิงหว่านเดินไปตามถนนดินด้วยความรู้สึกเคว้งคว้าง ในมือถือห่อผ้าเล็กๆ ที่บรรจุเสื้อผ้าไม่กี่ชุดและถุงเงินที่ปั๋วเฉิงมอบให้
ไฉ่เฟิงในอ้อมแขนของนางเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตากลมโตของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความเข้าใจที่เกินวัย
“ไม่ต้องกลัวนะลูก” ลู่ชิงหว่านกระซิบ “เราจะกลับไปอยู่บ้านท่านย่า”
นางเดินมาได้สักพักก็นึกถึงพี่หลิว หญิงสาวที่เคยช่วยเหลือนางยามที่นางเอาผ้าไปซักที่ลำธาร พี่หลิวเป็นคนใจดี มักจะคอยช่วยเหลือนางเสมอ
ลู่ชิงหว่านตัดสินใจเดินไปทางบ้านของพี่หลิว เมื่อไปถึงนางก็เคาะประตูเบาๆ
“ใครน่ะ?” เสียงของพี่หลิวดังมาจากด้านใน
“ข้าเองเจ้าค่ะ ลู่ชิงหว่าน”
ประตูเปิดออก พี่หลิวยืนอยู่ด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ชิงหว่าน? เจ้ามาทำอะไรที่นี่?...”
“พี่หลิว...” ลู่ชิงหว่านไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป น้ำตาไหลอาบแก้มนาง “ข้า... ข้าไม่มีที่ไปแล้ว”
พี่หลิวรีบดึงนางเข้ามาในบ้าน “เข้ามาก่อนเถอะ แล้วค่อยเล่าให้ฟัง”
ภายในบ้านของพี่หลิว สามีของพี่หลิวกำลังนั่งกินข้าวอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย
สามีของพี่หลิวพยักหน้าทักทาย “นั่งลงเถอะ พวกเรากำลังกินข้าวพอดี”
ลู่ชิงหว่านนั่งลงอย่างเกรงใจ พี่หลิวตักข้าวให้นางหนึ่งชาม และน้ำแกงใสให้ไฉ่เฟิงด้วย
“เล่ามาเถอะ เกิดอะไรขึ้น?” พี่หลิวถามพลางตักข้าวเข้าปาก หลังจากนางกับสามีไปส่งเหวินเฉาที่สุสานแล้วก็กลับมาที่บ้านเลย ไม่ได้ไปร่วมกินอาหารเย็น
ลู่ชิงหว่านเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พี่หลิวฟังทั้งน้ำตา
“ข้าตั้งใจจะกลับไปหาพ่อแม่ของข้า แต่หมู่บ้านของข้าอยู่ไกล”
พี่หลิวจับมือลู่ชิงหว่าน “งั้นคืนนี้เจ้าพักที่นี่ก่อนเถอะ มันมืดแล้ว”
“แต่ข้าไม่อยากรบกวนพวกท่าน...”
“ไม่รบกวนหรอก” สามีของเหลิวเว่ยพูดขึ้น “พรุ่งนี้ข้ากับหลิวเว่ยจะพาเจ้าไปส่ง”
ลู่ชิงหว่านรู้สึกซาบซึ้งในความเมตตาของพวกเขา “ขอบคุณมากเจ้าค่ะ ข้าจะไม่ลืมบุญคุณพวกท่านเลย”
คืนนั้น ลู่ชิงหว่านนอนบนเสื่อที่พี่หลิวปูให้ ไฉ่เฟิงหลับสนิทในอ้อมแขนของนาง นางมองดูใบหน้าน้อยๆ ของลูกชาย และอดคิดไม่ได้ว่าชีวิตต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร
รุ่งเช้า หลังจากกินข้าวเช้าเรียบร้อย สามีของพี่หลิวก็นำเกวียนวัวมาจอดหน้าบ้าน
“ขึ้นมาเถอะ” เขาบอก “ข้าจะพาเจ้าไปส่งถึงหมู่บ้านของเจ้า”
ลู่ชิงหว่านขึ้นไปนั่งบนเกวียนพร้อมกับไฉ่เฟิง ตามด้วยพี่หลิว
เกวียนค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านของลู่ชิงหว่าน การเดินทางใช้เวลาเกือบทั้งวัน ระหว่างทาง พวกเขาแวะพักกินข้าวกลางวันใต้ร่มไม้ใหญ่ริมทาง
“บ้านของเจ้าอยู่ไกลจริงๆ” พี่หลิวพูด ขณะที่เกวียนเคลื่อนผ่านทุ่งนาและภูเขา
“ใช่เจ้าค่ะ ตอนที่ข้าแต่งงานเป็นพ่อสามีที่ไปรับข้ามา”
“ครอบครัวของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” พี่หลิวถาม
ลู่ชิงหว่านถอนหายใจ “บ้านของข้าจนกว่าบ้านสามีมาก พ่อแม่ของข้ามีลูกหลายคน ข้าเป็นลูกสาวคนโต จึงต้องเสียสละแต่งงานออกไป”
“พวกเขาจะยินดีต้อนรับเจ้ากลับไปไหม?”
“ข้าก็ไม่แน่ใจ” ลู่ชิงหว่านตอบอย่างกังวล
เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ เกวียนก็มาถึงหมู่บ้านของลู่ชิงหว่าน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีบ้านไม่กี่หลังกระจายอยู่ตามเนินเขา
“บ้านของข้าอยู่ตรงนั้น” ลู่ชิงหว่านชี้ไปยังบ้านไม้หลังเล็กที่อยู่ปลายหมู่บ้าน
เกวียนจอดลงหน้าบ้าน ลู่ชิงหว่านอุ้มไฉ่เฟิงลงจากเกวียนด้วยหัวใจที่เต้นแรง นางไม่ได้กลับมาที่นี่นานหลายปีแล้ว
ประตูบ้านเปิดออก หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินออกมา ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้า
“ท่านแม่...” ลู่ชิงหว่านเรียกเบาๆ
ไป๋ลู่ชิงมองนางด้วยความตกใจ “ชิงหว่าน? เจ้ากลับมาทำไม?”
“ท่านแม่ ข้า...”
ก่อนที่ลู่ชิงหว่านจะพูดจบ บิดาของนางก็เดินออกมาจากบ้าน ตามมาด้วยน้องชายและน้องสาวอีกสองคน
“ชิงหว่าน?” หวังเยียนมองลูกสาวด้วยความประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเจ้าถึงกลับมา? และนั่นใครในอ้อมแขนของเจ้า?”
“ท่านพ่อ ท่านแม่” ลู่ชิงหว่านโค้งคำนับ “ข้าขออภัยที่กลับมาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า นี่คือไฉ่เฟิง ลูกชายของข้า”
“เจ้ากลับมาทำไม?” ไป๋ลู่ชิงถามซ้ำ สีหน้าไม่สู้ดีนัก “สามีของเจ้าล่ะ?”
“เขา... เขาตายแล้ว” ลู่ชิงหว่านตอบเสียงสั่น “และข้าไม่สามารถอยู่ในบ้านนั้นได้อีกต่อไป”
หวังเยียนขมวดคิ้ว “เจ้าหนีออกมาจากบ้านสามีหรือ?”
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ ข้าถูกไล่มา”
หวังเยียนและลู่ไป๋ชิงมองหน้ากัน สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
หวังเยียนมองหน้าลูกสาวด้วยความผิดหวัง “เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าทำอะไรลงไป? เจ้าทำให้ครอบครัวเราอับอาย! ภรรยาที่ดีต้องอยู่กับครอบครัวสามี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม!”
“แต่พ่อ พวกเขาปฏิบัติกับข้าเหมือนทาส” ลู่ชิงหว่านพยายามอธิบาย “ข้าทนไม่ไหวอีกแล้ว”
“แล้วเจ้าคิดว่าที่นี่จะดีกว่าหรือ?” ลู่ไป๋ชิงถามด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า “ดูสิ พวกเรามีปากมีท้องที่ต้องเลี้ยงตั้งหลายคน เจ้าจะให้พวกเราเลี้ยงเจ้ากับลูกของเจ้าด้วยอีกหรือ?”
ลู่ชิงหว่านรู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดของมารดา แต่นางเข้าใจ ครอบครัวของนางยากจน การมีปากเพิ่มอีกสองปากคงเป็นภาระหนักสำหรับพวกเขา
“ข้ามีเงินติดตัวมาบ้าง” ลู่ชิงหว่านบอก “ข้าจะไม่เป็นภาระของพวกท่าน ข้าแค่ต้องการที่พักชั่วคราว จนกว่าจะหาที่อยู่ใหม่ได้”
หลิวเว่ยที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ก้าวออกมา “ข้าชื่อหลิวเว่ย เป็นเพื่อนของชิงหว่าน ข้ารู้ว่าพวกท่านกำลังลำบากใจ แต่ชิงหว่านเป็นลูกสาวของพวกท่านนะ พวกท่านยังจะใจร้ายไล่นางไปอีกหรือ?”
หวังเยียนมองหน้าหลิวเว่ย “ข้าเข้าใจ แต่เจ้าไม่เข้าใจสถานการณ์ของพวกเราหรอก ว่าพวกเราลำบากเพียงใด”
“ท่านพ่อ” ลู่ชิงหว่านคุกเข่าลง “ข้าขอร้อง ให้ข้าอยู่ที่นี่สักพักเถอะ ข้าจะช่วยงานในบ้านและช่วยหาเงิน”
ลู่ไป๋ชิงมองดูหลานชายในอ้อมแขนของลูกสาว เมื่อเห็นสภาพบ้านเกิดของแม่แล้วไฉ่เฟิงก็ไม่อยากให้แม่อยู่ที่นี่เลย แต่ถ้าพาเขาออกไปเร่ร่อนข้างนอกคงอันตรายไม่น้อย
“ก็ได้” ลู่ไป๋ชิงพูดในที่สุด
ลู่ชิงหว่านเอ่ยขอบคุณมารดาทั้งน้ำตา หลิวเว่ยและสามีพักค้างคืนที่บ้านของลู่ชิงหว่าน แม้จะแออัดแต่พวกเขาก็ต้องทนข่มตานอน
