ตอนที่ 13 ไม่ทนอีกแล้ว
ตอนที่ 13 ไม่ทนอีกแล้ว
เมื่อถึงเวลาที่จะนำศพไปฝัง ชาวบ้านหลายคนช่วยกันหามโลงศพของเหวินเฉาออกจากบ้าน ปั๋วเฉิงเดินนำหน้า ตามด้วยเจียหลิง ซุนเยว่ และหลี่เหวิน ลู่ชิงหว่านที่อุ้งไฉ่เฟิงเดินตามหลัง
ขบวนแห่ศพเคลื่อนตัวไปตามถนนในหมู่บ้าน มุ่งหน้าไปยังสุสานของหมู่บ้านที่อยู่บนเนินเขาเล็กๆ นอกหมู่บ้าน ชาวบ้านหลายคนเดินตามมา บางคนเล่าเรื่องราวของเหวินเฉาให้คนอื่นฟัง
“เหวินเฉาเคยช่วยข้าซ่อมหลังคาบ้านเมื่อปีที่แล้ว ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะจากไปเร็วขนาดนี้” ชายคนหนึ่งพูด
“ใช่” อีกคนเห็นด้วย “เขาเป็นคนขยัน แต่ช่วงหลังมานี้ เขาเปลี่ยนไปมาก ชอบดื่มเหล้า และชอบหาเรื่องทะเลาะกับคนอื่น”
เมื่อขบวนแห่ศพมาถึงสุสาน ชาวบ้านช่วยกันวางโลงศพลงในหลุมที่ขุดไว้ ปั๋วเฉิงยืนอยู่ข้างหลุมศพ เขาหยิบกระดาษเงินกระดาษทองขึ้นมา และเริ่มพูด
“ลูกพ่อ” ปั๋วเฉิงพูด น้ำเสียงสั่นเครือ “วันนี้ พ่อมาส่งลูกเป็นครั้งสุดท้าย ขอให้ลูกไปสู่สุคติ อย่าได้ห่วงพวกเราที่อยู่เบื้องหลัง พ่อจะดูภรรยากับลูกของเจ้า พ่อสัญญา”
ปั๋วเฉิงโยนกระดาษเงินกระดาษทองลงไปในหลุมศพ ตามด้วยเจียหลิง ซุนเยว่ และหลี่เหวิน
เมื่อถึงคิวของลู่ชิงหว่าน นางเดินไปที่ขอบหลุมศพพร้อมกับไฉ่เฟิง นางหยิบกระดาษเงินกระดาษทองขึ้นมา และมองลงไปในหลุมศพ
“ขอให้ท่านไปสู่สุคติ” ลู่ชิงหว่านพูดเบาๆ
นางโยนกระดาษเงินกระดาษทองลงไป แล้วหันไปมองไฉ่เฟิง “ลูกอยากจะพูดอะไรกับพ่อไหม?”
ไฉ่เฟิงมองลงไปในหลุมศพ เด็กน้อยไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่มองโลงศพด้วยสายตาเย็นชา
“ไฉ่เฟิง” ลู่ชิงหว่านกระซิบเบาๆ “พูดอะไรกับพ่อสักหน่อย”
ไฉ่เฟิงยังคงเงียบ เขาไม่มีอะไรจะพูดกับคนที่ทำร้ายแม่ของเขา
เจียหลิงสังเกตเห็นท่าทีของไฉ่เฟิง นางรู้สึกโกรธมาก “ดูสิ!” นางพูดเสียงดัง “มันไม่มีความเคารพต่อพ่อของมันเลย!”
ปั๋วเฉิงมองภรรยาด้วยสายตาเหนื่อยใจ “เจียงหลิง เขายังเด็ก เขาอาจจะไม่เข้าใจ”
“ไม่เข้าใจ?” เจียหลิงถาม “หรือว่ามันถูกสอนให้เกลียดพ่อ”
คำพูดของเจียหลิงทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที ชาวบ้านที่มาร่วมงานศพต่างพากันมองลู่ชิงหว่านด้วยสายตาตำหนิ บางคนเริ่มกระซิบกระซาบกันอีกครั้ง
ลู่ชิงหว่านยืนนิ่ง ใบหน้าซีดเผือด นางกอดไฉ่เฟิงแน่นขึ้น ราวกับลูกน้อยคือเกราะกำบังเพียงอย่างเดียวที่นางมี
ไฉ่เฟิงรู้สึกถึงร่างของแม่ที่สั่นเทา เขามองเจียงหลิงด้วยสายตาเย็นชายิ่งกว่าเดิม แต่เขาไม่สามารถพูดอะไรได้มาก เพราะเขายังเป็นเพียงเด็กเล็กในสายตาคนอื่น
“เจียหลิง พอได้แล้ว!” ปั๋วเฉิงเอ่ยเสียงดัง
เมื่อพิธีฝังศพเสร็จสิ้น ทุกคนเดินทางกลับบ้านในความเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรมากนัก ปั๋วเฉิงเดินนำหน้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้าและความเศร้าโศก การสูญเสียลูกชายคนโตทำให้เขาดูแก่ลงไปหลายปีในชั่วข้ามคืน
เจียหลิงเดินตามหลังสามี นางไม่มองไปทางลู่ชิงหว่านแม้แต่ครั้งเดียว ราวกับว่าลูกสะใภ้ของนางเป็นอากาศธาตุ ซุนเยว่และหลี่เหวินเดินตามมา พวกเขาพยายามปลอบโยนเจียหลิง แต่นางไม่สนใจ
ลู่ชิงหว่านเดินอยู่ท้ายขบวน นางอุ้มไฉ่เฟิงไว้ในอ้อมแขน แม้ว่าเด็กน้อยจะเดินเองได้แล้ว แต่ระยะทางกลับบ้านก็ไกลมากสำหรับเด็กวัยสองขวบ
เมื่อกลับถึงบ้าน ปั๋วเฉิงเชิญชาวบ้านที่มาร่วมงานศพให้อยู่รับประทานอาหารเย็น ลู่ชิงหว่านพาไฉ่เฟิงไปนั่งที่มุมหนึ่งของห้อง นางหยิบอาหารมาให้ลูกชายเล็กน้อย ก่อนจะกินเองเพียงเล็กน้อยเช่นกัน นี่เป็นเรื่องปกติสำหรับนาง นางไม่เคยได้กินอาหารอย่างเต็มที่ตั้งแต่แต่งงานเข้ามาในบ้านนี้
“ไฉ่เฟิง กินอีกหน่อยนะลูก” ลู่ชิงหว่านกระซิบ พลางยื่นถ้วยข้าวให้ลูกชาย
ไฉ่เฟิงรับถ้วยข้าวมาและกินอย่างเงียบๆ
“เจ้าดูสิ” เสียงของเจียหลิงดังขึ้นจากอีกฝั่งของห้อง “นางนั่งแยกตัวจากพวกเราอีกแล้ว”
ลู่ชิงหว่านได้ยินคำพูดนั้นอย่างชัดเจน แต่นางแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน
ปั๋วเฉิงถอนหายใจ เขาเดินไปหาภรรยา “เจียหลิงอย่าสร้างความวุ่นวายอีกเลยนะ ข้าขอร้อง”
ไฉ่เฟิงมองย่าของเขาด้วยสายตาเย็นชา แต่ไม่พูดอะไร แต่เขากอดแม่แน่นขึ้น
ลู่ชิงหว่านลุกขึ้นยืน และจูงมือลูกชาย “ข้าขอตัวก่อน”
“เจ้าจะไปไหน?” เจียหลิงถาม “เจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีความผิดหรือ?”
“ข้าไม่ได้หนี” ลู่ชิงหว่านตอบเสียงเบา “ข้าแค่ไม่อยากทำให้งานศพของสามีข้าวุ่นวาย”
“งานศพของสามีเจ้า?” เจียหลิงหัวเราะเยาะ “แต่เจ้าไม่เสียน้ำตาให้เขาเลย แม้แต่หยดเดียว!”
ลู่ชิงหว่านยืนนิ่ง น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม คำพูดของแม่สามีทำให้นางทนไม่ไหวอีกต่อไป
“ข้าขอโทษ ที่ข้าทำหน้าที่ภรรยาไม่ดีพอ”
“ใช่! เจ้าไม่ดีพอ!” เจียหลิงตะโกน “และตอนนี้ลูกชายของข้าตายแล้ว! พอใจเจ้าหรือยัง?!...”
ปั๋วเฉิงจับแขนภรรยาไว้ “เจียหลิง พอได้แล้ว เจ้ากำลังทำให้ทุกคนอึดอัด”
“ข้าไม่สนใจ!” เจียหลิงสะบัดแขนออก “ข้าจะพูดความจริง! นางเป็นภรรยาที่ไม่ได้เรื่อง! และลูกของนางก็แปลกประหลาด!”
คำพูดนั้นทำให้ลู่ชิงหว่านตัดสินใจอย่างเด็ดขาด นางก้มลงอุ้มไฉ่เฟิงขึ้นมา และเดินไปที่ประตู
“ชิงหว่านใจเย็นๆก่อน เจ้าจะไปไหน?” ปั๋วเฉิงถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวล เขาไม่รู้ว่าจะจัดการปัญหาตรงหน้าอย่างไรในตอนนี้
“ข้าจะกลับบ้านไปหาพ่อแม่ของข้า” ลู่ชิงหว่านตอบ “ข้าทนอยู่ที่นี่ไม่ไหวอีกแล้ว”
ปั๋วเฉิงตกใจ เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้ว "เจ้าจะทิ้งบ้านนี้หรือ? ทั้งที่สามีเจ้าเพิ่งตายเนี่ยนะ”
“ใช่เจ้าค่ะ” ลู่ชิงหว่านตอบ น้ำตายังคงไหลอาบแก้ม “ข้าทนไม่ไหวอีกแล้ว ข้าไม่เคยได้รับความรักจากพวกท่านเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าถูกปฏิบัติเหมือนทาส ไม่เคยได้กินอิ่มสักมื้อ ทั้งที่ทำงานหนัก พอลูกชายของพวกท่านตายก็เอาแต่โทษข้า ทั้งที่เขาทำตัวของเขาเองแท้ๆ”
ปั๋วเฉิงถอนหายใจอีกครั้ง เขาเดินไปหาลู่ชิงหว่าน “ชิงหว่าน ข้าขอโทษแทนภรรยาของข้า นางกำลังเศร้าโศกเสียใจ นางไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนั้น เจ้าอย่าโกรธนางเลยนะ”
“ท่านพ่อ” ลู่ชิงหว่านพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านเป็นคนเดียวในบ้านนี้ที่ปฏิบัติกับข้าอย่างมีเมตตา แต่ข้าไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป”
“แต่ไฉ่เฟิงเป็นหลานชายของข้า ข้าไม่อยากให้เขาจากไป ขอให้เจ้าเห็นแก่ข้าบ้าง”
“ข้าเสียใจ” ลู่ชิงหว่านตอบ “ข้าไม่สามารถทิ้งเขาไว้ที่นี่ได้”
“งั้นก็รีบไสหัวไปสิ!” เจียหลิงตะโกน “แต่เจ้าต้องไปคนเดียว!”
ลู่ชิงหว่านส่ายหน้า “ไม่มีทาง”
“เจ้าไม่มีสิทธิ์เอาหลานข้าไป!” เจียหลิงตะโกน
ปั๋วเฉิงมองไปที่ไฉ่เฟิง เด็กน้อยกอดคอแม่แน่น เขารู้ได้ทันทีว่าไฉ่เฟิงไม่ยอมอยู่ที่นี่แน่ถ้าไม่มีแม่
ปั๋วเฉิงถอนหายใจ ดวงตาแดงก่ำ “ลู่ชิงหว่านข้าขอร้อง อย่าพาไฉ่เฟิงไปเลยนะ ลูกชายของข้าก็จากไปแล้ว ตอนนี้ไฉ่เฟิงคือเป็นความหวังเดียวของข้า”
ลู่ชิงหว่านรู้สึกลังเล นางรักและเคารพปั๋วเฉิงเหมือนพ่อ แต่นางไม่อยากให้ลูกอยู่บ้านหลังนี้อีกต่อไป นางเกลียดแม่สามีจนเกินกว่าจะทนอยู่ร่วมกันได้แล้ว
“ท่านพ่อ” ลู่ชิงหว่านพูดเสียงสั่น “ข้าเสียใจ แต่ข้าต้องไป”
“ถ้าเจ้าไป เจ้าจะไม่ได้อะไรจากบ้านนี้” ปั๋วเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ที่เขาพูดเช่นนี้เพราะไม่อยากให้ลูกสะใภ้พาหลานชายของเขาไป
“ข้าไม่ต้องการสิ่งใดจากพวกท่าน ชีวิตนี้ข้าต้องการแค่ไฉ่เฟิงเท่านั้น”
ปั๋วเฉิงถอนหายใจอีกครั้ง เขารู้ว่าเขาไม่สามารถเปลี่ยนใจลู่ชิงหว่านได้ “ได้! ถ้าเช่นนั้น ข้าจะให้เงินเจ้าบ้าง”
“ไม่!” เจียหลิงตะโกน “อย่าให้อะไรนางเลย! นางไม่สมควรได้รับอะไรทั้งนั้น!”
“เจียหลิง” ปั๋วเฉิงพูดเสียงเข้ม “นี่เป็นการตัดสินใจของข้า”
ปั๋วเฉิงเดินไปที่ห้องของเขา และกลับมาพร้อมกับถุงเงิน เขายื่นให้ลู่ชิงหว่าน “นี่ไม่มากนัก แต่มันจะช่วยให้เจ้ากลับไปหาพ่อแม่ได้”
ลู่ชิงหว่านมองถุงเงินด้วยความลังเล นางไม่อยากรับเงินจากปั๋วเฉิง แต่ถ้านางไปตัวเปล่าคงลำบากระหว่างทาง และไม่รู้ว่ากลับไปที่บ้านพ่อแม่ของนางจะว่าอย่างไรบ้าง
“ขอบคุณมาก” ลู่ชิงหว่านรับถุงเงินมา “ข้าจะไม่ลืมความเมตตาของท่าน”
ปั๋วเฉิงพยักหน้า “ข้าหวังว่าเจ้าจะพบความสุข และอย่าลืมพาไฉ่เฟิงมาเยี่ยมข้าบ้างนะ”
ลู่ชิงหว่านหันไปมองเจียหลิงและซุนเยว่เป็นครั้งสุดท้าย
“ไปเลย!” เจียหลิงตะโกน “ไปให้พ้น! และอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก! ดูสิว่าเจ้าจะเก่งสักแค่ไหน...อย่าหอบลูกซมซานกลับมาล่ะ!”
