ตอนที่ 12 ไม่เสียใจ
ตอนที่ 12 ไม่เสียใจ
เช้าวันถัดมา ลู่ชิงหว่านกำลังนั่งอยู่หน้าบ้าน สายตามองออกไปยังถนนดินหน้าบ้าน นางกำลังรอคอยการกลับมาของเหวินเฉา แม้ในใจจะไม่ได้กังวลมากนัก แต่ด้วยหน้าที่ภรรยา นางจึงต้องทำเช่นนี้
ไฉ่เฟิงนั่งเล่นอยู่ข้างๆ มารดา เขาวางก้อนหินเรียงกันเป็นแถว แล้วค่อยๆ ผลักให้ล้มลงทีละก้อน ใบหน้าเล็กๆ ไร้ซึ่งความกังวลใดๆ
“ลูกหิวหรือยัง?” ลู่ชิงหว่านถามลูกชาย
ไฉ่เฟิงส่ายหน้า แล้วกลับไปสนใจก้อนหินของเขาต่อ
ปั๋วเฉิงเดินออกมาจากในบ้าน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล “ยังไม่มีวี่แววของเหวินเฉาเลยหรือ?”
“ยังเลยท่านพ่อ” ลู่ชิงหว่านตอบเบาๆ
“เขาไม่เคยหายไปนานขนาดนี้มาก่อน” ปั๋วเฉิงพูดพลางถอนหายใจ “ข้าจะลองออกไปตามหาอีกรอบ”
ขณะที่ปั๋วเฉิงกำลังจะก้าวออกจากบ้าน ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากถนน
“ปั๋วเฉิง! ปั๋วเฉิง!”
ทุกคนหันไปมองตามเสียง เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งหอบมาที่หน้าบ้าน เหงื่อไหลโซมใบหน้า สีหน้าตื่นตระหนก
“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” ชายหนุ่มตะโกน
ปั๋วเฉิงรีบเดินเข้าไปหา “ใจเย็นๆ ค่อย ๆ พูดเกิดอะไรขึ้น?”
“เหวินเฉา... ลูกชายท่าน...” ชายหนุ่มพูดติดขัด พยายามหายใจเข้าลึกๆ “เขา... เขาถูกทำร้าย!”
“เหวินเฉาไปดื่มสุราที่ร้านเหล้าหน้าหมู่บ้าน เขาเมามาก แล้วไปมีเรื่องกับพวกอันธพาลที่นั่น”
“แล้วตอนนี้เขาเป็นอย่างไร?” ปั๋วเฉิงตะโกนถาม
“เขา... เขาตายแล้ว” ชายหนุ่มพูดเสียงเบา “พวกมันรุมกระทืบเขาจนตาย...”
เสียงร้องไห้ดังขึ้นจากในบ้าน เจียหลิงที่ได้ยินทุกอย่างทรุดตัวลงกับพื้น นางร้องไห้โฮ “ลูกข้า! ลูกข้า!”
ปั๋วเฉิงยืนนิ่งราวกับถูกสาป ใบหน้าของเขาซีดขาว น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาที่เบิกกว้าง
ไฉ่เฟิงที่ยืนอยู่ข้างมารดามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเฉยชา ในใจของเขาไม่มีความรู้สึกเสียใจแม้แต่น้อย มีเพียงความคิดที่ว่า ‘สมน้ำหน้า คนอย่างแกสมควรตายแบบนี้’
ปั๋วเฉิงพยายามรวบรวมสติ “ข้าต้องไปดูลูกชาย!”
“ข้าจะไปด้วย!” เจียหลิงร้องไห้สะอึกสะอื้น “ลูกข้า... ลูกข้า...อือๆ”
“ข้าจะอยู่ที่บ้านกับไฉ่เฟิง ท่านพ่อ ท่านแม่ไปเถอะ” ลู่ชิงหว่านเอ่ยขึ้นในที่สุด หลังจากที่เงียบมานาน
ปั๋วเฉิงพยักหน้า เขาประคองเจียหลิงที่ร้องไห้โฮและรีบออกจากบ้านไปกับชาวบ้านคนนั้น
เมื่อทุกคนออกไปแล้ว ลู่ชิงหว่านก็ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ราวกับคนหมดแรง
“แม่...” ไฉ่เฟิงเรียกเบาๆ “พ่อ... ตายแล้ว”
ลู่ชิงหว่านพยักหน้า น้ำตาไหลออกมาเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นเพราะความโล่งอก “ใช่ ลูก พ่อเจ้าตายแล้ว”
“แม่... เสียใจ?” ไฉ่เฟิงถาม ดวงตาเล็กๆ จ้องมองใบหน้าของแม่
ลู่ชิงหว่านเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ “แม่ไม่รู้... แม่ควรจะเสียใจ แต่แม่รู้สึกเพียงแค่... โล่งอก”
ไฉ่เฟิงยิ้มน้อยๆ และซุกหน้าเข้ากับอกของแม่ “ไม่... เป็นไร... แม่”
ลู่ชิงหว่านกอดลูกชายแน่น น้ำตาไหลมากขึ้น “แม่เป็นคนไม่ดีใช่ไหม ที่ไม่เสียใจกับการตายของพ่อเจ้า?”
“ไม่...” ไฉ่เฟิงส่ายหน้า “แม่... ดี... ที่สุด”
ในใจของไฉ่เฟิง เขาคิดว่า ‘ในที่สุดก็จบสักที ชีวิตของแม่จะดีขึ้นแล้ว’
ยามเย็น ปั๋วเฉิงและเจียหลิงกลับมาพร้อมกับร่างของเหวินเฉาที่ถูกห่อด้วยผ้าขาว ชาวบ้านหลายคนช่วยกันหามมา เจียหลิงยังคงร้องไห้ไม่หยุด ส่วนปั๋วเฉิงนั้นเงียบขรึม ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าโศก
ลู่ชิงหว่านยืนมองอยู่ห่างๆ โดยมีไฉ่เฟิงอยู่ในอ้อมแขน นางไม่ได้เข้าไปใกล้ศพของสามี
“เจ้าจะไม่เข้าไปดูหน้าสามีเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายหน่อยหรือ?” เจียหลิงถามด้วยน้ำเสียงขมขื่น
“ข้า...ข้าต้องดูแลไฉ่เฟิง” ลู่ชิงหว่านตอบเบาๆ “เด็กเล็กไม่ควรเห็นศพ”
เจียหลิงส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง แต่ไม่ได้พูดอะไรอีก นางเดินเข้าไปในห้องโถงเพื่อไปอยู่ข้างศพลูกชาย
ลู่ชิงหว่านพาไฉ่เฟิงกลับเข้าห้อง นางนั่งลงบนเตียงและวางลูกชายลงข้างๆ
“ตั้งแต่นี้ไป เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น” นางกระซิบกับลูกชาย “แม่สัญญา”
ไฉ่เฟิงยิ้มและจับมือของแม่ “ไฉ่เฟิง... ดูแล... แม่”
ลู่ชิงหว่านยิ้มผ่านน้ำตา “ลูกยังเล็กนัก แม่ต่างหากที่จะดูแลลูก”
ขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการจัดการศพ เสียงเอะอะดังมาจากหน้าบ้าน ตามด้วยเสียงร้องไห้
“พี่ชาย! พี่ชาย!”
ซุนเยว่วิ่งเข้ามาในบ้าน ใบหน้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา ตามหลังมาด้วยหลี่เหวิน
“ท่านแม่!” ซุนเยว่วิ่งเข้าไปกอดเจียหลิงที่นั่งอยู่ข้างร่างของเหวินเฉา
นางไม่สามารถพูดต่อได้ เมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของพี่ชายนอนอยู่ตรงหน้า ซุนเยว่ร้องไห้โฮออกมาทันที
“พี่ชาย! ทำไมพี่ถึงจากไปเร็วนัก!” นางร่ำไห้
หลี่เหวินเดินเข้ามาค้อมตัวคำนับปั๋วเฉิง “ท่านพ่อตา ข้าเสียใจด้วย”
ปั๋วเฉิงพยักหน้าเล็กน้อย “ขอบใจที่พาซุนเยว่มา”
คืนนั้น บ้านของปั๋วเฉิงเต็มไปด้วยความเศร้าโศก ชาวบ้านหลายคนมาเยี่ยมเพื่อแสดงความเสียใจ บางคนนำอาหารมาให้ บางคนช่วยจัดเตรียมของทำพิธีพรุ่งนี้
เช้าวันต่อมา เจียหลิงยังคงนั่งอยู่ข้างโลงศพ น้ำตาของนางไหลไม่หยุด นางร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง
ปั๋วเฉิงนั่งอยู่ข้างๆ ภรรยา ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม ดวงตาแดงก่ำ แต่เขาพยายามอดกลั้นความรู้สึก ในฐานะหัวหน้าครอบครัว เขาต้องเข้มแข็ง
ชาวบ้านทยอยมาร่วมงานศพตั้งแต่เช้าตรู่ ซุนเยว่และสามีของนาง นั่งอยู่ไม่ไกลจากโลงศพ ซุนเยว่ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น
“พี่ชาย... พี่ชาย...ทำไมพี่ถึงทิ้งพวกเราไป...ฮือๆ”
หลี่เหวินลูบหลังภรรยาเบาๆ พยายามปลอบโยนนาง แม้ว่าในใจของเขาจะไม่ได้รู้สึกเศร้าเลยแม้แต่น้อย
ท่ามกลางความโศกเศร้าของคนในครอบครัว มีเพียงสองแม่ลูกที่ดูเหมือนจะแยกตัวออกมาจากบรรยากาศอันหม่นหมองนี้ ลู่ชิงหว่านนั่งอยู่มุมหนึ่งของห้องโถง นางอุ้มไฉ่เฟิงไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าของนางไม่มีน้ำตา มีเพียงความเศร้าที่ซ่อนอยู่ในดวงตาเท่านั้น ส่วนไฉ่เฟิงมองโลงศพของบิดาด้วยสายตาเย็นชา ไม่มีความเศร้าโศกใดๆ ปรากฏบนใบหน้า
ชาวบ้านหลายคนสังเกตเห็นท่าทีของลู่ชิงหว่านและไฉ่เฟิง พวกเขาเริ่มกระซิบกระซาบกัน
“ดูสิ นางไม่ร้องไห้เลยสักนิด” หญิงชราคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนข้างๆ “สามีตายแท้ๆ แต่ไม่มีน้ำตาสักหยด”
“ใช่ แล้วลูกชายของนางก็ด้วย” อีกคนตอบ “เด็กคนนั้นแปลกมาตั้งแต่เกิด ข้าไม่เคยเห็นเขาเล่นซนเหมือนเด็กทั่วไป”
“ข้าได้ยินมาว่า เหวินเฉาชอบดื่มเหล้าเพราะภรรยาไม่สนใจ” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
“พูดเบาๆ” อีกคนเตือน “อย่าให้ปั๋วเฉิงได้ยิน”
แต่เสียงกระซิบกระซาบเหล่านั้นไม่ได้หลุดรอดไปจากหูของเจียหลิง นางหันไปมองลู่ชิงหว่านด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะลุกขึ้นและเดินตรงไปหานาง
“เจ้าไม่มีน้ำตาให้สามีของเจ้าเลยหรือ?” เจียหลิงถามเสียงดัง ทำให้ทุกคนในห้องหันมามอง
ลู่ชิงหว่านตกใจกับคำถามกะทันหัน นางก้มหน้าลงเล็กน้อย “ข้า... ข้าเศร้า แต่ข้าต้องดูแลไฉ่เฟิง”
“ดูแลไฉ่เฟิง?” เจียหลิงถามด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “หรือว่าเจ้าดีใจที่สามีของเจ้าตาย?”
“เจียงหลิง!” ปั๋วเฉิงรีบเข้ามาห้าม “นี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม”
“ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม?” เจียหลิงหันไปมองสามี “ลูกชายของข้าตายแล้ว! แต่ภรรยาของเขากลับไม่มีน้ำตาให้เขาสักหยด! จะไม่ให้ข้าโกรธได้อย่างไร!” นางตะโกนเสียงดัง
ลู่ชิงหว่านยืนนิ่ง นางกอดไฉ่เฟิงไว้แน่น ราวกับกลัวว่าใครจะมาพรากลูกชายไปจากนาง
“ข้าขอโทษ” ลู่ชิงหว่านพูดเบาๆ “ข้าเศร้ามาก แต่ข้าต้องเข้มแข็งเพื่อลูก”
“เศร้า?” เจียหลิงหัวเราะเยาะ “ถ้าเจ้าเศร้า ทำไมเจ้าถึงไม่ร้องไห้? ทำไมลูกของเจ้าถึงมองศพพ่อของมันด้วยสายตาเย็นชา?”
ไฉ่เฟิงมองเจียหลิงด้วยสายตาว่างเปล่า เด็กน้อยไม่พูดอะไร แต่เขากอดคอของแม่แน่นขึ้น
“เจียงหลิง” ปั๋วเฉิงพยายามห้ามอีกครั้ง “คนเราแสดงความเศร้าไม่เหมือนกัน”
“ใช่ท่านแม่” ซุนเยว่เข้ามาช่วย “พี่สะใภ้อาจจะเศร้ามาก จนไม่มีน้ำตาเหลือแล้ว”
เจียหลิงส่ายหน้า น้ำตาไหลอาบแก้ม “เจ้ารู้ว่าทำไมพี่ชายของเจ้าถึงชอบไปดื่มเหล้า ทำไมเขาถึงไม่อยากอยู่บ้าน เป็นเพราะภรรยาของเขาไม่เคยดูแลเขาอย่างที่ภรรยาควรทำ!”
คำพูดของเจียหลิงทำให้ลู่ชิงหว่านถอนหายใจ แต่นางไม่ตอบโต้ นางรู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะโต้เถียงกับแม่สามีในเวลาเช่นนี้
“ถ้าเจ้าทำหน้าที่ภรรยาให้ดี” เจียหลิงพูดต่อ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธและความเศร้า “ลูกชายของข้าคงไม่ต้องไปดื่มเหล้าจนเมา และเขาคงไม่ต้องตายแบบนี้!”
“พอแล้ว!” ปั๋วเฉิงตะโกน “นี่เป็นวันที่เราควรไว้อาลัยให้เหวินเฉา ไม่ใช่มาทะเลาะกัน!”
เจียหลิงมองสามีด้วยสายตาโกรธเคือง ก่อนจะหันกลับไปที่โลงศพของเหวินเฉา นางทรุดตัวลงข้างๆ โลงและร้องไห้ต่อไป
บรรยากาศในงานศพเต็มไปด้วยความอึดอัด ชาวบ้านมองกันไปมา ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร บางคนเริ่มกระซิบกระซาบกันอีกครั้ง
“ข้าว่าแล้ว” หญิงชราคนเดิมกระซิบ “ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ”
“ใช่” หญิงชราอีกคนตอบ
ลู่ชิงหว่านรู้สึกถึงสายตาของทุกคนที่จับจ้องมาที่นางและลูกชาย นางอยากจะหนีออกไปจากที่นี่ แต่นางรู้ว่านางไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ นางต้องอยู่ในงานศพของสามี ไม่ว่านางจะรู้สึกอย่างไรก็ตาม
“ท่านแม่...” ไฉ่เฟิงกระซิบ “กลับ...ห้อง...”
ลู่ชิงหว่านส่ายหน้าเบาๆ “เราต้องอยู่ที่นี่ ลูกรัก อดทนหน่อยนะ”
ไฉ่เฟิงมองแม่ด้วยสายตาที่เข้าใจ เขาพยักหน้าเล็กน้อยและซุกหน้าลงกับไหล่ของแม่
