ตอนที่ 11 เติบโต
ตอนที่ 11 เติบโต
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไฉ่เฟิงอายุได้สองขวบแล้ว เขาสามารถเดินและพูดได้ตั้งแต่หนึ่งขวบ ซึ่งทำให้ทุกคนในบ้านประหลาดใจมาก เพราะเด็กทั่วไปในวัยนี้ยังพูดไม่ชัดและเดินไม่คล่อง เจียงหลิงเห็นหลานชายเป็นเด็กฉลาดก็เริ่มเอ็นดูและเอาใจใส่มากขึ้น
ส่วนปั๋วเฉิงรักหลานชายมาก เขามักจะอุ้มไฉ่เฟิงไปเดินเล่นรอบๆ หมู่บ้านเสมอ และสอนให้เขารู้จักผักต่างๆ ที่พวกเขาปลูก
ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ไฉ่เฟิงยังไม่เคยเห็นหิมะตกเลย เขาพึ่งรู้ว่าตัวเองอยู่เขตมณฑลไหหลำ ถึงจะอยู่ในเขตร้อนแต่ก็มีฤดูหนาว แค่ไม่หนาวจัดและไม่มีหิมะตกเท่านั้นเอง จึงทำให้ครอบครัวใหม่ของเขาสามารถปลูกผักขายได้ทั้งปี ไม่งั้นชีวิตของเขาคงได้รันทดกว่านี้แน่ ยังไงร้อนก็ดีกว่าหนาว
“ไฉ่เฟิง นี่คือผักกาดขาว” ปั๋วเฉิงชี้ไปที่แปลงผัก “และนี่คือหัวไชเท้า”
“ตา...ผัก...” ไฉ่เฟิงพยายามพูดตาม แม้ในใจเขาจะรู้จักผักพวกนี้ดีอยู่แล้ว แต่เขาต้องแสร้งทำเป็นเหมือนเด็กทั่วไป
“เก่งมาก!” ปั๋วเฉิงยิ้มกว้าง “หลานตาฉลาดที่สุด”
ไฉ่เฟิงเรียกทุกคนในบ้านได้หมด ไม่ว่าจะเป็น “แม่” “ปู่” “ย่า” แต่มีคนเดียวที่เขาไม่เคยเรียกเลย นั่นคือพ่อของเขาเอง
เหวินเฉาสังเกตเห็นเรื่องนี้และรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ในวันหนึ่งขณะที่ทุกคนกำลังกินข้าวกันอยู่ เขาก็เอ่ยขึ้น
“ไฉ่เฟิง เรียกพ่อสิ” เหวินเฉาพูดพลางจ้องมองลูกชาย
ไฉ่เฟิงเพียงแค่มองหน้าเหวินเฉาแล้วหันไปกินข้าวต่อ เขาไม่มีทางเรียกผู้ชายคนนี้ว่าพ่อเด็ดขาด
“ข้าพูดกับเจ้าอยู่นะ!” เหวินเฉาเสียงดังขึ้น “เรียกพ่อเดี๋ยวนี้!”
ลู่ชิงหว่านรีบแทรก “เขายังเด็ก อาจจะยังพูดไม่ได้”
“ไม่จริง!” เหวินเฉาตวาด “เขาเรียกเจ้า เรียกพ่อข้า เรียกแม่ข้าได้ ทำไมจะเรียกข้าไม่ได้?”
ปั๋วเฉิงพยายามระงับสถานการณ์ “เหวินเฉา ใจเย็นๆ เขาอาจจะไม่คุ้นชินกับเจ้า”
“ข้าไม่เชื่อ!” เหวินเฉาลุกขึ้นและเดินไปหาไฉ่เฟิง เขาจับไหล่เล็กๆ ของลูกชาย “เรียกข้าว่าพ่อเดี๋ยวนี้!”
ไฉ่เฟิงมองหน้าเหวินเฉาด้วยสายตาเย็นชา แล้วทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขายกมือขึ้นและดึงหูของเหวินเฉาอย่างแรง
“โอ๊ย!” เหวินเฉาร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว ไฉ่เฟิงก็ต่อยเข้าที่เบ้าตาของเขาต่อ
“อ๊าก!” เหวินเฉาร้องลั่น เขาล้มลงกับพื้นและเอามือกุมตาตัวเองไว้
ทุกคนในห้องตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลู่ชิงหว่านรีบอุ้มไฉ่เฟิงขึ้นมา
“ลูกทำอะไรลงไป?” นางถามด้วยความตกใจ
ไฉ่เฟิงเพียงแค่ยิ้มน้อยๆ และซุกหน้าเข้ากับอกของแม่ ในใจเขาคิด ‘นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น ถ้าแกไม่ใช่พ่อ ฉันคงอุดรูจมูกแกให้ตายตอนเมาไปนานแล้ว’
เหวินเฉาลุกขึ้นด้วยความโกรธ “ไอ้เด็กบ้า! มันกล้าทำร้ายข้า!”
“พอได้แล้ว! ไฉ่เฟิงยังเด็ก เจ้าอย่าถือสาเขาเลย” ปั๋วเฉิงพยายามปกป้องหลานชาย
“ไม่รู้เรื่องบ้าอะไร?” เหวินเฉาตะโกน “มันตั้งใจทำร้ายข้า! ข้าเห็นสายตาของมัน มันเกลียดข้า!”
“หยุดพูดเหลวไหลได้แล้ว เขาเป็นแค่เด็กสองขวบเองนะ” เจียงหลิงพูดบ้าง
“ข้าไม่สน! มันต้องถูกลงโทษ!” เหวินเฉาพยายามเข้าไปหาไฉ่เฟิง แต่ลู่ชิงหว่านกอดลูกไว้แน่น
“อย่าแตะต้องลูกข้า!” นางตะโกนเสียงดังลั่น มองสามีด้วยสายตาเย็นชา
“มันเป็นลูกข้าด้วย!” เหวินเฉาตอบกลับเสียงดังไม่แพ้กัน
“ลูกที่ท่านไม่เคยรักนะหรือ?...”
เหวินเฉาชะงัก เขามองภรรยาด้วยความโกรธ “เจ้ากล้าพูดกับข้าแบบนี้! อย่าเจอดีใช่ไหม!”
“พอได้แล้ว!” ปั๋วเฉิงตะโกน “เหวินเฉา ออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอกก่อน!”
เหวินเฉาจ้องมองทุกคนด้วยความโกรธ ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังสนั่น
หลังจากเหตุการณ์นั้น เหวินเฉายิ่งดื่มหนักขึ้น บางครั้งเขาก็หายไปหลายวัน แล้วกลับมาในสภาพเมามาย
ไฉ่เฟิงเติบโตขึ้นทุกวัน เขาฉลาดเกินวัยมาก สามารถช่วยแม่ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ได้ แม้จะเป็นเพียงการหยิบของหรือเก็บผ้าที่ตากแห้งแล้ว
“ลูกแม่เก่งจัง” ลู่ชิงหว่านชมลูกชายขณะที่เขาช่วยนางเก็บผ้า
“ไฉ่เฟิง...อยากช่วย...แม่” เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม
ในคืนต่อมา เหวินเฉากลับมาบ้านในสภาพเมามาก เขาเดินโซเซเข้ามาในบ้านและเห็นลู่ชิงหว่านกำลังกล่อมไฉ่เฟิงอยู่บนเตียง
“ภรรยา...” เหวินเฉาเรียก เสียงแหบแห้ง “มาหาข้า...”
ลู่ชิงหว่านตกใจ นางรีบลุกแล้วเดินมาหาเขา “ท่านเมาอีกแล้ว ไปนอนเถอะ”
“ข้าไม่เมา!” เหวินเฉาตะโกน “ข้าต้องการเจ้า!”
“ลูกกำลังจะนอนแล้ว ท่านรอก่อนได้ไหม” ลู่ชิงหว่านพยายามพูดเสียงเบา
“คำก็ลูก สองก็ลูก!” เหวินเฉาพูดอย่างโกรธ “เจ้าสนใจแต่มัน ไม่เคยสนใจข้า!”
ไฉ่เฟิงลุกขึ้นนั่ง มองเหวินเฉาด้วยสายตาเย็นชา
“ดูมันสิ!” เหวินเฉาชี้ไปที่ไฉ่เฟิง “มันมองข้าด้วยสายตาแบบนั้นอีกแล้ว! มันเกลียดข้า!”
“ท่านเมาแล้ว” ลู่ชิงหว่านพยายามผลักสามีออกไปจากห้อง “ไปนอนเถอะ”
“ไม่!” เหวินเฉาผลักภรรยากลับ ทำให้นางล้มลงกับพื้น “วันนี้เจ้าต้องทำหน้าที่ภรรยา!”
ไฉ่เฟิงเห็นแม่ถูกผลักล้ม เขาโกรธมาก ร่างป้อมสั้นของเขากระโดดลงจากเตียงและวิ่งเข้าไปหาเหวินเฉาทันที
“อย่า! ไฉ่เฟิง!” ลู่ชิงหว่านตะโกน พยายามลุกขึ้นจะคว้าลูกชาย
แต่ไฉ่เฟิงไม่ฟัง เขาวิ่งเข้าไปและแขนของเหวินเฉาอย่างแรง
“อ๊าก!” เหวินเฉาร้องด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามสะบัดแขนให้ไฉ่เฟิงหลุด แต่เด็กน้อยกัดแน่นไม่ยอมปล่อย
“ปล่อย! ไอ้เด็กบ้า!” เหวินเฉาตะโกน เขาพยายามดึงไฉ่เฟิงออก
ลู่ชิงหว่านรีบลุกขึ้นและพยายามแยกทั้งสองออกจากกัน “พอแล้ว! ทั้งสองคน!”
ในที่สุด ไฉ่เฟิงก็ปล่อยแขนของเหวินเฉา แล้วถอยหลังไปหลบด้านหลังแม่ของเขา
“ไอ้เด็กปีศาจ!” เหวินเฉาสบถ เขามองแขนที่มีรอยเขี้ยวและมีเลือดซึมออกมา
"มันทำร้ายข้า!" เขาตะโกนเสียงดัง
“เป็นเพราะท่านทำร้ายข้าก่อน!” ลู่ชิงหว่านตอบโต้ “ข้าขี้เกียจทะเลาะกับท่านแล้ว ออกไปจากห้องเดี๋ยวนี้!”
“เจ้ากล้าไล่ข้า?” เหวินเฉาถาม เสียงเย็นเยียบ
“ใช่! ข้ากล้า!” ลู่ชิงหว่านตอบ น้ำตาไหลพราก “ข้าจะไม่ทนอีกแล้ว!”
ไฉ่เฟิงรู้สึกโกรธมาก เขาอยากจะทำร้ายเหวินเฉาให้หนักกว่านี้ แต่ร่างกายเล็กๆ ของเขาทำอะไรไม่ได้มาก
“ออกไป!...” ลู่ชิงหว่านพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เหวินเฉามองภรรยาด้วยสายตาวาวโรจน์ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงสบถคำหยาบอีกหลายคำ
ลู่ชิงหว่านทรุดตัวลงกับพื้น นางร้องไห้สะอึกสะอื้น ไฉ่เฟิงเข้าไปกอดแม่ของเขา
“แม่...ไม่ร้อง...” ไฉ่เฟิงเอ่ย พร้อมกับเช็ดน้ำตาให้นาง
ลู่ชิงหว่านกอดลูกชายแน่น “ขอโทษนะลูก ที่ลูกต้องเห็นเรื่องแบบนี้อยู่บ่อยๆ”
“ไม่เป็นไร...ไฉ่เฟิง...รัก...แม่” ไฉ่เฟิงพยายามพูดช้า ๆ ทีละประโยค
“แม่ก็รักลูกมาก” ลู่ชิงหว่านดึงลูกชายเข้ามากอด น้ำตายังคงไหลไม่หยุด นางอยากพาลูกหนีไปให้ไกลจากที่นี่แต่นางไม่มีเงินติดตัวเลย
ส่วนในใจของไฉ่เฟิง เขาสาบานว่าจะปกป้องแม่ของเขาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรก็ตาม
วันต่อมา เหวินเฉาไม่กลับบ้าน ปั๋วเฉิงออกไปตามหาลูกชาย แต่ไม่พบ
“เขาคงไปดื่มที่ไหนสักแห่ง เดี๋ยวก็คงกลับมาเอง” ปั๋วเฉิงบอกลู่ชิงหว่าน
ลู่ชิงหว่านพยักหน้า นางไม่ได้กังวลเรื่องสามีมากนัก
