ตอนที่ 10 กลับมาเยี่ยมบ้าน
ตอนที่ 10 กลับมาเยี่ยมบ้าน
เช้าวันต่อมา ลู่ชิงหว่านตื่นขึ้นมาพร้อมกับความตั้งใจใหม่ นางจะอดทนต่อไปเพื่อลูกชาย
นางลุกขึ้นอย่างเงียบๆ ระวังไม่ให้ปลุกไฉ่เฟิงที่ยังหลับอยู่ เหวินเฉาคงออกไปเตรียมผักสำหรับขายแล้ว ลู่ชิงหว่านจัดการล้างหน้าล้างตาและเดินไปที่ครัว เตรียมอาหารเช้าเหมือนทุกวัน
ขณะที่นางกำลังหุงข้าว แม่สามีก็เดินเข้ามา
“เจ้าตื่นแล้วหรือ?” เจียงหลิงถาม เสียงของนางอ่อนโยนกว่าปกติ
“เจ้าค่ะ ท่านแม่” ลู่ชิงหว่านตอบ ไม่กล้าสบตา
เจียงหลิงเดินมานั่งข้างๆ ลู่ชิงหว่าน “เมื่อคืน…เหวินเฉามันทำเกินไป”
ลู่ชิงหว่านไม่ตอบ เพราะนางไม่รู้จะพูดอะไร
“ชิงหว่าน เจ้าเป็นสะใภ้ที่ดี ข้ารู้ว่าเจ้าเหนื่อย”
น้ำตาของลู่ชิงหว่านเริ่มไหลอีกครั้ง นางไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้จากแม่สามี
“แต่ข้าต้องบอกเจ้าเรื่องการเป็นภรรยา” เจียงหลิงพูดต่อ “บางครั้ง การเป็นภรรยาที่ดีไม่ได้หมายถึงการทำงานหนักเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการเอาใจใส่สามีด้วย”
ลู่ชิงหว่านเงยหน้าขึ้นมอง ไม่เข้าใจว่าแม่สามีกำลังพูดถึงอะไร
“ข้าไม่ได้บอกว่าเจ้าทำผิด” เจียงหลิงรีบพูด เมื่อเห็นสายตาเย็นชาของลู่ชิงหว่าน “แต่ข้าเห็นว่าตั้งแต่ไฉ่เฟิงเกิดมา เจ้าทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่เจ้าอาจจะละเลยเหวินเฉาไปบ้าง”
ลู่ชิงหว่านก้มหน้า นางไม่เคยคิดเช่นนั้น นางคิดว่านางทำหน้าที่ของภรรยาครบถ้วนแล้ว
“ข้าไม่ได้ตำหนิเจ้านะ” เจียงหลิงจับมือลู่ชิงหว่าน พยายามเกลี้ยกล่อม “ข้าแค่อยากให้เจ้าเข้าใจว่าผู้ชายบางครั้งก็ต้องการความสนใจ พวกเขาต้องการรู้สึกว่าเป็นคนสำคัญ โดยเฉพาะในบ้านของตัวเอง”
ลู่ชิงหว่านพยักหน้า แม้จะไม่เห็นด้วยในใจ นางคิดว่านางให้ความสำคัญกับเหวินเฉาเสมอ แต่เขาเองต่างหากที่ไม่เห็นค่าของนาง
“ถ้าเจ้าเหนื่อยมาก” เจียงหลิงพูดต่อ “ต่อไปนี้ทำแค่อาหารกับดูแลไฉ่เฟิงก็พอ ข้าจะช่วยทำงานบ้านเอง”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” ลู่ชิงหว่านรีบตอบ “ข้าทำไหว”
“ข้ารู้ว่าเจ้าทำไหว แต่ข้าไม่อยากให้เจ้าเหนื่อยเกินไป” เจียงหลิงยิ้ม “และอย่าลืมเอาใจใส่เหวินเฉาด้วย เขาเป็นสามีของเจ้า เป็นพ่อของไฉ่เฟิง”
ลู่ชิงหว่านพยักหน้าอีกครั้ง นางไม่อยากโต้เถียงกับแม่สามี แม้ในใจจะคิดว่าเหวินเฉาไม่สมควรได้รับการเอาใจใส่ หลังจากที่เขาทำกับนางและลูกตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
“ไปดูลูกเถอะ ข้าจะทำอาหารเช้าเอง”
ลู่ชิงหว่านขอบคุณแม่สามีและเดินกลับไปที่ห้อง ไฉ่เฟิงยังคงหลับอยู่ นางนั่งลงข้างๆ ลูก มองใบหน้าน้อยๆ ที่สงบนิ่ง
วันเวลาผ่านไป ลู่ชิงหว่านยังคงทำหน้าที่ภรรยาที่ดี นางทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน ดูแลลูก แต่นางไม่ยอมให้เหวินเฉานอนด้วยอีก นางไม่อยากมีลูกกับเขาอีกคน นางไม่อยากให้ลูกอีกคนต้องมาเกิดในครอบครัวที่มีพ่อเป็นคนเห็นแก่ตัวเช่นนี้
หลังจากเหตุการณ์คืนนั้น เหวินเฉาเริ่มดื่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่สนใจคำตักเตือนของพ่อแม่ เขาหาความสุขจากเหล้าเพียงอย่างเดียว
ทุกเย็นเขาจะกลับบ้านในสภาพเมามาย บางครั้งก็เดินโซเซแทบไม่ไหว บางครั้งก็กลับมาพร้อมกับอาเจียนเปรอะเสื้อผ้า ลู่ชิงหว่านต้องคอยทำความสะอาดให้เขาทุกครั้ง แม้จะรังเกียจและเหนื่อยล้าเพียงใด นางยังคงทำหน้าที่ภรรยาที่ดี ทำให้เจียงหลิงไม่กล้าพูดอะไรมาก เพราะกลัวว่าลูกสะใภ้จะทิ้งลูกชายของนางไป
หลายเดือนผ่านไป
วันแล้ววันเล่า เหวินเฉาดื่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มไม่ไปขายผัก ปล่อยให้พ่อของเขาต้องทำงานหนักแทน
ลู่ชิงหว่านเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวสามี นอกจากจะดื่มหนักแล้ว เขายังผอมลงมาก ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาเหลืองซีด และบางครั้งก็มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง
“ท่านควรไปหาหมอนะ” ลู่ชิงหว่านบอกสามีในเช้าวันหนึ่ง หลังจากที่เขาอาเจียนเป็นเลือด
“ข้าไม่เป็นอะไร” เหวินเฉาตอบ เสียงอ่อนแรง “ข้าแค่ดื่มมากไปหน่อย”
“นั่นไม่ใช่แค่ดื่มมากไปหน่อย” ลู่ชิงหว่านยืนกราน “ท่านอาเจียนเป็นเลือด ไม่ใช่เรื่องปกติ”
“เจ้าจะมาทำเป็นห่วงข้าทำไม?” เหวินเฉาถาม เสียงเย็นชา “เจ้าไม่เคยรักข้า”
ลู่ชิงหว่านถอนหายใจ “ข้าเป็นภรรยาของท่าน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าก็ยังเป็นภรรยาของท่าน”
“แต่เจ้าไม่ยอมให้ข้าแตะต้องเจ้า” เหวินเฉาพูด น้ำตาเริ่มไหล “เจ้ารังเกียจข้า”
“ข้าไม่ได้รังเกียจท่าน” ลู่ชิงหว่านตอบ “ข้าแค่ไม่อยากมีลูกอีกคนในตอนนี้ ไฉ่เฟิงยังเล็กมาก”
“เจ้าโกหก!” เหวินเฉาตะโกน แต่เสียงของเขาอ่อนแรง
ประมาณสายๆ ซุนเยว่ก็มาถึงบ้าน นางมาพร้อมกับสามีที่ชื่อหลี่เหวิน ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ท่าทางสุภาพ
“ทานแม่!” ซุนเยว่ร้องเรียกพร้อมกับวิ่งเข้าไปกอดเจียงหลิง
เจียงหลิงยิ้ม แต่น้ำเสียงไม่ได้แสดงความดีใจมากนัก “ดูเจ้าสิ ผอมลงกว่าเดิมอีก สามีเจ้าไม่เลี้ยงดูเจ้าให้ดีหรือ?”
“แม่พูดอะไรอย่างนั้น” ซุนเยว่หัวเราะ “หลี่เหวินดูแลข้าดีมาก”
หลี่เหวินยิ้มอย่างเขินๆ เขาค้อมตัวคำนับเจียงหลิง “ท่านแม่ยาย ข้าดูแลซุนเยว่อย่างดีที่สุดแล้ว งานหนักข้าก็ไม่เคยให้นางทำ”
เจียงหลิงพยักหน้า แต่สีหน้ายังไม่สู้ดีนัก “นั่นสินะ เพราะอยู่ที่บ้านนางก็ไม่เคยทำ”
ทุกคนเดินเข้าไปในบ้าน ซุนเยว่ทักทายพ่อและพี่ชายอย่างร่าเริง นางดูมีความสุขมากกับชีวิตแต่งงาน
“พี่ชาย ท่านดูไม่ค่อยสบายนะ” ซุนเยว่สังเกตเห็นสีหน้าซีดเซียวของเหวินเฉา
“พี่แค่เหนื่อยหน่อย” เหวินเฉาตอบ พยายามยิ้ม
“ท่านควรเลิกกินเหล้าได้แล้ว”
เหวินเฉาพยักหน้า “พี่จะพยายาม”
ทุกคนนั่งล้อมวงกินอาหารที่ลู่ชิงหว่านเตรียมไว้ ซุนเยว่เล่าเรื่องชีวิตแต่งงานของนางอย่างมีความสุข
“ตอนแรกข้ากลัวว่าจะปรับตัวไม่ได้ แต่ครอบครัวของพี่หลี่เหวินใจดีมาก โดยเฉพาะแม่ของเขา นางสอนข้าทำทุกอย่าง ไม่เคยดุด่าเลย”
เจียงหลิงฟังลูกสาวพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ดีแล้วที่เจ้ามีความสุข”
“แม่ยังโกรธที่ข้าแต่งงานแบบรีบร้อนอยู่หรือ?” ซุนเยว่ถามอย่างระมัดระวัง
“ไม่ใช่เรื่องนั้น แต่ค่าสินสอดที่ได้น้อยเกินไป ทำให้แม่รู้สึกว่าครอบครัวของสามีเจ้าไม่ให้เกียรติเรา”
“ท่านแม่...” ซุนเยว่ถอนหายใจ โชคดีที่วันนี้แม่สามีไม่ยอมให้นางเอาลูกมาด้วย “ข้าบอกแล้วว่าเป็นความผิดของข้าเอง ที่ท้องก่อนแต่ง ครอบครัวของหลี่เหวินยังยอมรับข้า นั่นก็ดีมากแล้ว”
“พูดเรื่องนี้ทำไมกัน” ปั๋วเฉิงแทรกขึ้น “วันนี้ลูกสาวกลับมาเยี่ยมบ้าน ควรจะมีความสุขกัน”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย บรรยากาศกลับมาผ่อนคลายอีกครั้ง
“ท่านแม่...” ซุนเยว่เอ่ยขึ้นหลังจากที่ทุกคนนั่งลงกินอาหารได้สักพัก “ข้ามีเรื่องอยากจะขอปรึกษาท่าน”
เจียงหลิงเงยหน้าขึ้นมองลูกสาว “เรื่องอะไรหรือ?”
ซุนเยว่กลืนน้ำลายอย่างประหม่า “คือว่าที่บ้านสามีข้า... พวกเราอยากจะขยายพื้นที่ทำนา แต่ว่าขาดเงินอยู่นิดหน่อยสำหรับซื้อพันธุ์ข้าว ข้าเลยคิดว่า...”
“เจ้าอยากยืมเงินข้า?” เจียงหลิงถามตรงๆ สีหน้าเรียบเฉย
ซุนเยว่พยักหน้า “ใช่เจ้าค่ะ ข้าสัญญาว่าหลังจากเก็บเกี่ยว ข้าจะแบ่งข้าวมาให้ที่บ้านเรา อย่างน้อยก็สองถัง”
หลี่เหวินรีบเสริม “ท่านแม่ยาย ข้าสัญญาว่าจะนำเงินมาคืนตามกำหนด”
เจียงหลิงวางตะเกียบลงช้าๆ สีหน้าเย็นชาลงทันที “เจ้ากลับมาบ้านครั้งแรกหลังแต่งงาน นี่คือสิ่งแรกที่เจ้าทำหรือ?”
“ท่านแม่...” ซุนเยว่พยายามอธิบาย “ไม่ใช่อย่างนั้น ข้าคิดถึงบ้านมาก แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไร?” เจียงหลิงถามเสียงเข้ม “ครอบครัวสามีเจ้าไม่มีเงินพอจะซื้อพันธุ์ข้าวเองเลยหรือ? หรือว่าพวกเขาส่งเจ้ามาขอเงินจากเรา?”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะขอรับ” หลี่เหวินรีบแทรก “เป็นความคิดของพวกเราเอง ที่อยากจะขยายกิจการ...”
“พอ!” เจียงหลิงยกมือขึ้นห้าม “ข้าไม่อยากฟัง”
“เจียงหลิง ลูกสาวเรากลับมาเยี่ยมบ้าน อย่าพูดแรงไปเลย” ปั๋วเฉิงพยายามไกล่เกลี่ย
“ท่านพ่อ” ซุนเยว่หันไปมองพ่อด้วยสายตาวิงวอน “ข้าแค่คิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะช่วยทั้งสองครอบครัว ถ้าเราปลูกข้าวได้มาก ก็จะมีพอแบ่งให้ทุกคน”
เจียงหลิงลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลัน “พอแล้ว! เจ้ากลับไปบ้านสามีเจ้าเดี๋ยวนี้! ถ้าเจ้ากลับมาที่นี่เพื่อขอเงินเท่านั้น ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดกับเจ้าอีก!”
“ท่านแม่!” ซุนเยว่ร้องไห้ “ข้าไม่ได้กลับมาเพื่อขอเงินอย่างเดียว ข้าคิดถึงท่านด้วย”
“แล้วทำไมเจ้าถึงไม่เอาหลานชายมาให้ข้าดูบ้าง?” เจียงหลิงถามเสียงสั่น “เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าแม่สามีเจ้าไม่ให้เอาเด็กมา? พวกเขาไม่ให้เกียรติครอบครัวเรา ตั้งแต่เรื่องสินสอดที่น้อยนิด จนถึงตอนนี้!”
ห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบ ลู่ชิงหว่านนั่งก้มหน้าไม่พูดอะไร
“ท่านแม่...” ซุนเยว่พูดเสียงสั่น “ไม่ใช่อย่างที่ท่านคิด แม่สามีข้าแค่เป็นห่วงว่าเด็กยังเล็ก...”
“พอกัน!” เจียงหลิงตัดบท “กลับไปได้แล้ว! ถ้าเจ้าต้องการเงิน ก็ไปขอจากครอบครัวสามีเจ้า! อย่ามาขอจากเรา!”
หลี่เหวินลุกขึ้นยืน สีหน้าเคร่งเครียด “ท่านแม่ยาย พวกเราขอโทษที่ทำให้ท่านไม่พอใจ พวกเราจะกลับเดี๋ยวนี้”
ซุนเยว่ร่ำไห้ไม่หยุด “แม่... ข้าไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้...”
ปั๋วเฉิงพยายามห้าม “เจียงหลิง อย่าทำแบบนี้เลย พวกเขาเพิ่งมาถึง...”
“กลับไป!” เจียงหลิงยืนกราน “ถ้าเจ้าไม่เห็นค่าครอบครัวเรา ก็ไม่ต้องกลับมาอีก!”
เหวินเฉาลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก “ท่านแม่... อย่าพูดอย่างนั้นเลย ซุนเฟยเป็นลูกสาวของท่านนะ”
“เจ้าก็เหมือนกัน!” เจียงหลิงหันไปตวาดเหวินเฉา “เจ้าก็ไม่เคยเห็นหัวพ่อแม่! ตอนนี้ดูเจ้าสิ! ผอมซูบ หน้าตาซีดเซียว วันๆเอาแต่ดื่มเหล้า! ไม่เคยฟังคำเตือนของพ่อแม่เลย!”
ปั๋วเฉิงถอนหายใจ “ซุนเยว่กลับไปก่อนเถอะ แม่เจ้ากำลังอารมณ์ไม่ดี เดี๋ยวพ่อจะพูดกับแม่เอง”
ซุนเยว่และหลี่เหวินจำใจต้องลาจากไป ทิ้งให้บรรยากาศในบ้านตกอยู่ในความเงียบงัน
