บท
ตั้งค่า

3 : ก็แค่ใช้ชีวิต

“ส้มหวานๆ จ้า ส้มหวานๆ มาแล้ว เร่เข้ามา ส้มสดใหม่ส่งตรงจากไร่ ไวๆ เข้ามา สามโลร้อยจ้า สามโลร้อย”

เสียงเชิญชวนจากโทรโข่งบนรถกระบะเสริมโครงเหล็กสูงแล่นเชื่องช้าเข้ามาหน้าตลาด เป็นเสียงที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาแล้วแต่ชนิดของสินค้าที่ขาย

ผมตื่นจากภวังค์ เงยหน้าจากกองเศษผ้าที่กำลังคัดแยกใส่ถุงพลาสติกตามแต่ละชนิดเพื่อรอเวลาที่จะมีคนมารับมันไปแปรสภาพตามคำสั่งของปู่

การขายเศษผ้าใช้แล้วเป็นรายได้ที่เพิ่มมาเพียงน้อยนิดก็จริง แต่มันก็ผสมกับเงินส่วนอื่นเพียงพอกับค่าน้ำค่าไฟในแต่ละเดือนและยังช่วยให้คนที่ซื้อไปใช้ต่อได้มีรายได้เพิ่มเติม ถึงผมจะเบื่อที่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งทุกเดือน

เพราะเศษผ้าแต่ละชนิดมีน้ำหนักหนักเบาแตกต่างกันทั้งสีสันและเนื้อผ้าก็ต่างกันมากมาย ทำให้งานช้าลงกว่าเคยเพราะไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่

ผมจัดใส่ถุงหลังจากที่มันถูกทิ้งให้กองเรียงรายอย่างไร้ระเบียบอยู่มุมหนึ่งในร้าน ปู่ละสายตาจากจักรเย็บผ้าเก่าๆ หันมาที่ผมแล้วส่ายหน้าเล็กน้อยตามสไตล์เวลาขัดใจ

“เร่งมือหน่อยสิเจ้าคี วันนี้นังน้อยจะมาเอาแล้วนะ”

“ฮะ” ผมรับคำทั้งที่เหนื่อยเหลือเกินเพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนผมต้องช่วยปู่ทำงานรวมถึงตัดคลิปเล่นเปียโนที่อัดมาจากบ้านพี่จุลเตรียมลงยูทูปอีกหลายคลิป

ใช่ฮะ...

ผมเป็นยูทูปเบอร์สายดนตรีที่มีคนตามมากพอประมาณแต่คลิปของผมมาแค่เสียงและปลายนิ้วที่กำลังบรรเลงสลับเพลงหวานบ้าง หนักหน่วงบ้าง ตามแต่อารมณ์จะพาไป ผมชอบอัปโหลดคลิปดึกๆ เพื่อไม่ให้ปู่รู้ว่าผมกำลังทำและสิ่งนี้ทำให้ผมพอมีรายได้ใช้จ่ายรายเดือนโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินที่จะเก็บไว้เพื่อการศึกษาในอนาคต

ส่วนนังน้อยหลานของยายนาเป็นแม่ม่ายลูกติด ยายนาสาวเหลือน้อยเป็นเพื่อนร่วมวงน้ำชากับปู่จึงมีความสนิทสนมกันพอประมาณ ปู่สงสารก็เลยช่วยเหลือเจือจุนให้งานไปช่วยสอยบ้าง บางทีก็ให้เศษผ้าไปทำพวกงานฝีมือเล็กๆ น้อยๆ หรือาขายให้นังน้อยเอาไปทำผ้าเช็ดรถไว้ขายตามตลาดนัดบ้าง ผมก็เลยต้องเร่งมือทำ หนำซ้ำเมื่อคืนผมยังต้องเร่งสอยเสื้อตั้งสิบกว่าตัว เพื่อให้ปู่เอาไปส่งพนักงานบริษัทในตรอกถัดไปใส่ทันเปิดตึกแถวสาขาใหม่

เฮ้อ...

ผมไม่ชอบอาชีพนี้เลยสักนิด...

“นั่งใจลอยอยู่ได้ เร่งมือเข้าสิเจ้าคี” ปู่ย้ำอีก

ผมได้แต่ทำปากยื่นปากยาวแต่ก็ก้มหน้าก้มตาทำให้เสร็จไวๆ เพื่อจะได้ไปงานเลี้ยงจบป.ตรีของพี่จุลที่บ้านใหญ่ในคืนนี้ เพราะพี่เขาเชิญผมด้วยแหละ

ผมงี้โคตรดีใจเลย...

เวลาที่บ้านพี่จุลมีงานเลี้ยง พ่อกับแม่ของเขาจะใจดีกับผมมากเวลาที่ผมไปช่วยงาน ป้าภาคอยแบ่งข้าวแบ่งขนมให้ผมทุกครั้งแม้กระทั่งเวลาที่ไปรบกวนเรียนเปียโนกับพี่จุล ส่วนพ่อพี่จุลชื่อลุงมหัทนาเป็นคนใจดีขั้นสุดไปเลย เขาขอบชวนผมคุยเรื่องร้านสูทของปู่แล้วมาเป็นลูกค้าที่ร้านด้วย ผมชอบพวกท่านมากหวังว่าสักวันจะมีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนสักครั้ง

แต่นั่นยังอีกยาวไกล วันนี้คิดเรื่องใกล้ตัวก่อนดีกว่า คืนนี้ผมจะแต่งตัวยังไง ทำผมทรงไหนดีนะ

“ปู่ ปู่ว่าผมทรงนี้ของผมดูดียัง”

“ก็ดี”

“แค่ก็ดีเหรอ หล่อไหม” ผมถามความเห็นปู่ ทั้งที่รู้ว่าปูก็คงไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่หรอก

ปู่เหลือบมองครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าก้มตาเย็บจักรต่อจนผมถอนใจออกมาเสียงดัง ปู่จึงเหลือบมองอีกครั้งแล้วส่ายหน้าระอา “หล่อแล้ว แล้วนี้จะเสร็จได้รึยังเจ้าคี”

“ก็กำลังเร่งอยู่”

“งั้นก็เร่งมือเข้า”

ผมรู้ตัวเลยว่าเผลอทำหน้ามุ่ยเมื่อปู่ทักอีกเป็นรอบที่สาม คราวนี้ผมเร่งมือขมวดเศษผ้ากองสุดท้ายใส่ถุงผูกเงื่อนตายเสร็จสรรพพอดี “เสร็จแล้ว ปูให้ผมเอาไปให้ที่บ้านยายนาเลยไหมฮะ”

“ไม่ต้องๆ แกจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ อ้อ ก่อนไปก็ปิดประตูร้านให้ปู่ก่อนล่ะ”

“ได้เลยคร๊าบ”

ผมรีบรับคำอย่างกระตือรือร้นก่อนจะรีบไปที่หน้าประตู ดึงบังตาเข้าหากันอย่างเร่งรีบก่อนจะดึงประตูเหล็กค้าง เพราะ รถเก๋งสีดำคันยาวที่แล่นเข้ามาจอดหน้าร้านทำให้ผมชะงัก

รถอะไรวะโคตรสวย...

ผมอดชื่นชมความมันขลับของกระโปรงหน้ารถที่แวววับสะอาดสะอ้าน ชาตินี้ผมจะมีบุญได้นั่งรถหรูแบบนี้สักครั้งไหมนะ

ผมไม่รู้ตัวว่าเผลอมองอยู่นานจนกระทั่งกระจกรถที่นั่งตอนหลังค่อยๆ เลื่อนลงมา ผมชะเง้อมองคนที่นั่งหน้าเชิดในรถด้วยความตื่นตะลึง คนอะไรเห็นแค่ด้านข้างก็ดูดีเป็นบ้าขนาดว่าใส่แว่นกันแดดสีดำอันใหญ่แล้ว ยังสันกรามคมกริบนั่นอีกล่ะ รูปหน้าแบบนี้ต้องสกิลทองคำเท่านั้นแหละ ขนาดใส่แว่นดำไม่เห็นตายังโคตรหล่อเลย ผมทึ่งกับเขาจริงๆ

ผมไม่รู้ตัวหรอกว่าจ้องเขานานแค่ไหน แต่เพราะเสียงกระแอมกับคำพูดต่อมาของเขาที่ทำให้ผมไม่พอใจ

“นี่ ไอ้หนู”

“ไอ้หนู?” ผมชี้นิ้วมาที่ตัวเอง ไม่ค่อยพอใจคำพูดของเขาเท่าไหร่ “คุณเรียกผมเหรอ”

“ใช่สิ ไอ้หนู มานี่”

ผมปล่อยมือจากประตูเดินเข้าไปใกล้แล้วก้มหน้ามองคนที่นั่งตอนหลังนั่น “ผมไม่ใช่ไอ้หนู ผมอายุสิบเก้า”

เขาจ้องผมหัวจรดเท้าแล้วยกยิ้มถาม “เหรอ”

เออดิ...

ผมเห็นริมฝีปากกระจับของเขายกโค้งขึ้นข้างหนึ่งเล็กน้อยเหมือนกำลังยิ้มเยาะอยู่

“มีอะไร” ผมถามห้วน เริ่มหงุดหงิดที่คิดว่าเขาดูดีคงต้องกลืนน้ำลายตัวเองแล้วล่ะ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel