บทย่อ
‘หนึ่งวินาทีที่พบหน้า...คือช่วงเวลาที่ตกหลุมรัก...’ (Key’s Time) “ไม่รู้ว่าชีวิตจริงจะเป็นอย่างที่ในหนังสือบอกไหม เพราะตั้งแต่ที่ได้พบคุณ ชีวิตของผมก็เปลี่ยนไป ความรู้สึกที่เหมือนกำลังนั่งรถไฟเหาะตีลังกานั้น หากสุดท้ายแล้วมันต้องหยุดลง ผมขอหยุดที่คุณได้ไหมฮะ...” (คีตา) +++++++++++++++++++++++++++ “Because of your song… make my heart skip a bit” (Three’s Time) “เสียงเพลงของนายทำให้หัวใจฉันแทบหยุดเต้น รู้สึกหายใจไม่ออกในนาทีแรก แล้วต่อมากลับผ่อนคลาย ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร หรือเพราะฉันสนใจนาย อยากมีนายวนเวียนใกล้ๆ อยู่กับฉันได้ไหม... คี” (ตรีคชา)
1 : ฝันร้าย
“เรื่องคืนนั้นมันผ่านมานานเท่าไรแล้วนะ หนึ่ง สอง ไม่สิ
มันผ่านมาสามหรือเกือบสี่เดือนแล้วต่างหาก”
ไม่รู้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับเขาในคืนนั้นคือเรื่องจริงหรือความฝัน ผมไม่รู้ว่าความสุขราวกับตกอยู่ในห้วงรักรัดรึงกับใครคนนั้นจะฝังแน่นติดลึกอยู่ในความทรงจำนานขนาดนี้ ผมคิดว่าผมอาจจะตกหลุมรักคนที่ไม่เคยเห็นหน้าและจำไม่ได้แม้กระทั่งหน้าตา แต่รู้แค่ว่าระหว่างผมกับเขา
เรามีซัมติง..
ซัมติงที่ไม่ใช่แค่พบหน้า แอบมอง หรือตกหลุมรักกันแต่มันมากกว่านั้น ผมนอนกับเขา ผมพยายามปฏิเสธความรู้สึกและคิดว่ามันอาจเป็นเพียงแค่ความฝัน มันคงไม่ใช่ความจริง แต่ผมกลับคิดถึงเขาทุกวัน ผมอยากรู้จังว่าเขาคือใคร แต่ผมไม่รู้เลยว่าเขาคือใคร...
ผมไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลย...
ไม่รู้เลยจริงๆ...
หลายเดือนก่อน...
ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงสีจากภายนอกพาดผ่านเข้ามา ผมได้แต่ส่ายหน้าซ่อนข่มความเจ็บปวดจากเรือนร่างกำยำของใครคนหนึ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนตัวผม จังหวะเร้าระทึกสอดประสานให้ความรู้สึกเจ็บเหมือนจะตาย
แต่ผมยังไม่ตาย...
“ขยับสิ ฉันบอกให้ขยับไง”
“แต่ผม... ไม่...”
“ค่อยๆ ช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไปนะ”
“แต่ผมเจ็บ”
“เจ็บเดี๋ยวก็หาย ฉันรู้ว่านายเก่ง”
คำชมและคำพูดปลอบประโลมของเขาไม่ได้ทำให้ผมดีขึ้น แม้ความขมขื่นนั้นจะซ่อนไว้ด้วยความอัศจรรย์ในความรู้สึกที่เหมือนจู่ๆ เอ็นโดรฟินในร่างกายก็พุ่งทะยานขึ้นฟ้าแล้วร่วงหล่นลงมาราวกับดอกไม้ไฟที่สูงล้ำดำดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดรวดร้าวที่ดื่มด่ำไปด้วยความสุขเมื่อถึงปลายทาง มันแปลกใหม่สำหรับผมมากจนอดวิตกกังวลไม่ได้
“จะทำให้ผมตายไหมฮะ”
ผมไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกมา แต่ผมได้ยินเสียงหัวเราะเคร่งขรึมในลำคอและแววตาแสดงความขบขันออกมาพร้อมคำชม “นายไม่ตายหรอกเจ้าหนู... “
“ผมกลัว”
“ผ่อนคลายตามฉันนะอย่ากังวล”
เขาปลอบประโลมราวกับว่าสิ่งที่ผมพูดมาไม่ได้เข้าหูเขาเลย นอกจากจะไม่หยุดอย่างที่บอก เขายังพยายามทำให้ผมคล้อยตามด้วยรสจูบหวานล้ำครั้งใหม่ แต่นี่เป็นครั้งแรกของผมกับใครก็ไม่รู้ที่เผอิญมาเจอกันในวันแย่ๆ
“นายเซ็กซี่ชะมัด ฉันชอบนาย”
ผมฟังคำพูดของเขาแล้วได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือด เจ็บใจตัวเองไม่พอยังต้องป้องกันไม่ให้ลิ้นร้อนของเขาฉกฉวยเข้ามา ดูเขาชอบใจด้วยซ้ำ
“แต่คุณเอาเปรียบผม”
“เขาเรียกว่าวินวินทั้งสองฝ่ายต่างหาก”
“วินวินอะไรกัน ผมเจ็บแต่คุณไม่เห็นเจ็บเลย”
“เจ็บสิ ตรงนี้ของฉันกำลังเจ็บ”
เขาตอบพลางกำหมัดทุบเบาๆ ที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเองก่อนจะเผยอยิ้มน้อยๆ ขณะก้มหน้าลงมาจะจูบผมอีกรอบ แต่คราวนี้ผมหลบแล้วสวนทันที
“ผมไม่จูบกับคนแปลกหน้า”
“ฉัน?”
“ก็คุณนั่นแหละ”
เขาเลิกคิ้วเหมือนประหลาดใจก่อนจะยืดตัวขึ้นนั่งคุกเข่าคร่อมตัวผมด้วยท่าทีที่เหมือนเสือกำลังตะครุบเหยื่อ ผมสังเกตเห็นหยาดเหงื่อไหลผ่านซิกแพ็คแน่นๆ เป็นสาย
เซ็กซี่ชะมัด!
เอ๊ย!
ผมหลับตาส่ายหน้ารัวๆ แต่กลับถูกเขาโน้มตัวลงมาจนรู้สึกถึงไอร้อนจากริมฝีปากอุ่นที่กำลังกระซิบข้างหู
“’ฉันชอบนาย คบกับฉันเถอะ”
หา!
นี่ผมฟังผิดไปใช่ไหม!
จู่ๆ เขาก็พ่นคำว่าชอบ เพราะนอนด้วยกันเนี่ยนะ!
“แต่ผมไม่ชอบคุณ”
ผมบอกไปแต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นริมฝีปากอุ่นร้อนที่ฉกฉวยริมฝีปากผมราวกับจงใจปิดปาก เหมือนเขาจะทำเป็นไม่ได้ยิน นาทีนั้นผมได้แต่หวังว่ามันจะเป็นแค่ฝันที่ตื่นมาแล้วจางหาย ฝันที่มีทั้งขมและสุข ผมไม่อยากจะคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง ขออย่าให้มันเป็นความจริง ขอให้เป็นแค่ฝัน
แต่เปล่าเลย...
มันคือความจริงที่ว่า ผมมีอะไรๆ กับใครคนหนึ่งซึ่งไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเข้าแล้ว...
“เจ้าคี... ตื่น ตื่น จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน เจ้าคี๊!”
ผมสะดุ้งตื่นเมื่อสิ้นเสียงเสียดแทงแก้วหูคุ้นเคยของปู่ที่เรียกให้ตื่นจากฝันร้ายเมื่อหลายเดือนก่อน มันเป็นฝันร้ายที่เกิดจากใครคนหนึ่งซึ่งผมไม่รู้ว่าเขาคือใคร แต่เขาหายไปหลังจากเรามีอะไรกัน
เขาทิ้งผมไว้หน้าตาเฉย...
เพราะงานเลี้ยงบ้านั่นแท้ๆ ที่ทำให้ผมต้องจมอยู่กับฝันร้าย แล้วยังคำพูดของหมอนั่นที่บอกว่าชวนคบกันก็ช่างบ้าบอไร้สาระสิ้นดี!
“ตื่นไปตลาดได้แล้วเจ้าคี๊! ได้ยินปู่ไหม!”
“ฮะ”
ผมเบนหน้าหนีแสงยามเช้าที่ส่องเข้ามาทางม่านหน้าต่างที่ปู่เปิด ผมลุกนั่งบิดขี้เกียจบนเตียงขนาดสามฟุตที่อยู่ชิดริมผนัง มันส่งเสียงเอียดอาดเพราะความเก่าคร่ำคร่าก่อนจะเอื้อมมือปิดผ้าม่านเก่าสีขาวที่เกือบจะกลายเป็นเทาหม่นแถมฝุ่นจับเป็นทางตามซอกผ้าม่านเพราะผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน
นานแค่ไหนนะเหรอ...
ก็คงพอๆ กับอายุของผมนั่นล่ะ

