4.1 หนังสือสัญญาหย่า
บรรยากาศสงบจนเหมือนโลกภายนอกไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทั้งที่สำหรับพสิกา ชีวิตของเธอกำลังเปลี่ยนไปตลอดกาล เด็กน้อยวัยสองเดือนกำลังนอนหลับอยู่บนโซฟาข้างกายแม่ แก้มกลมแดงระเรื่อ ปากเล็ก ๆ เม้มเข้าหากันเป็นระยะ หญิงสาวนั่งมองลูกอยู่เงียบ ๆ ในมือถือขวดนมที่เพิ่งเทน้ำนมที่กลั่นออกมาจากอกหมาด ๆ
ตลอดทั้งคืนเธอแทบไม่ได้นอน พอลูกตื่นก็ให้นม
พอลูกหลับก็ได้แต่นั่งคิด คิดถึงอดีต คิดถึงปัจจุบัน
และคิดถึงอนาคตที่มองไม่เห็น
คิดจนปวดหัว พยายามคิดว่าถ้าเธอให้โอกาสปุณณวิชกับตนเองอีกครั้ง ผลจะออกมาเป็นแบบไหน?
แต่เมื่อชั่งใจและคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำอีก
เธอพบว่า...ให้ทุกอย่างจบในขณะที่ยังมองหน้ากันได้ เป็นทางออกที่ดีที่สุดจริง ๆ
ต่างฝ่ายต่างทำแค่หน้าที่พ่อกับแม่ ติดต่อกันแค่เรื่องลูกก็พอ ไม่ต้องมีความรู้สึกมากกว่านั้น ไม่ต้องผูกพันกันเหมือนเช่นในอดีตอีกต่อไป
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น พสิการะบายลมหายใจแผ่ว ๆ ออกมาก่อนลุกไปเปิดประตู
วาสินียืนอยู่ด้านนอก ในมือถือซองเอกสาร
สีน้ำตาล สีหน้าของเพื่อนดูไม่ต่างจากเมื่อคืนมากนัก เต็มไปด้วยความเป็นห่วงใย แต่ก็พยายามทำตัวปกติที่สุด
“ได้นอนบ้างไหม”
“นอนนิดหน่อยน่ะ”
คำตอบสั้น ๆ ทำให้วาสินีรู้ทันทีว่าเพื่อนแทบไม่ได้นอนเลยต่างหาก แต่เธอไม่ได้ซักไซ้เพียงเดินเข้ามาในห้องแล้ววางซองเอกสารลงบนโต๊ะ พสิการู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้น
รู้ตั้งแต่ยังไม่เปิดดู แต่ถึงอย่างนั้น...
หัวใจก็ยังเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
วาสินีดึงเก้าอี้ออกมานั่ง จากนั้นก็เลื่อนซองไปตรงหน้าเพื่อนสนิท
“เอกสารพร้อมแล้ว ถ้าซีนยังยืนยันเหมือนเดิม...”
คำพูดขาดหายไปตรงนั้น เพราะทั้งคู่รู้ดีว่าหมายถึงอะไร พสิกามองซองเอกสารบนโต๊ะ ปลายนิ้วค่อย ๆ แตะซอง จากนั้นก็หยิบขึ้น ดึงเอกสารแผ่นแรกออกมา
ตัวอักษรสีดำเรียงรายเป็นระเบียบ รายละเอียดต่าง ๆ ถูกจัดทำไว้อย่างถูกต้อง ไม่มีการเรียกร้องทรัพย์สินเพิ่มเติม ไม่มีข้อพิพาทเรื่องลูก ไม่มีการฟ้องร้อง มีเพียงการยุติความสัมพันธ์ทางกฎหมาย ระหว่างสามีและภรรยาเท่านั้น แต่สำหรับคนที่เคยรักกันมาก มันไม่ใช่แค่ลายเซ็นบนกระดาษ มันคือการยอมรับว่า...
ความฝันทั้งหมดจบลงแล้ว
พสิกาอ่านทุกบรรทัดช้า ๆ แม้จะจำรายละเอียดได้แทบทั้งหมดจากที่คุยกับทนายเมื่อคืน แต่เมื่อเห็นมันอยู่ตรงหน้า ความจริงก็ชัดเจนขึ้นอีกหลายเท่า เธอเงยหน้ามองลูกที่ยังหลับอยู่ ดวงตาเริ่มร้อนผ่าว เมื่อนึกถึงวันแต่งงาน วันที่ทั้งคู่ยืนจับมือกันต่อหน้าผู้ใหญ่ วันที่เขาสัญญาว่าจะดูแลเธอ วันที่เธอสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเขา ไม่มีใครแต่งงานเพื่อหย่า ไม่มีใครเริ่มต้นชีวิตคู่โดยหวังให้จบแบบนี้ แต่บางครั้ง...
ความผิดหวังไม่ได้เกิดขึ้นเพราะหมดรัก
แต่มันเกิดขึ้นเพราะหมดแรงจะเชื่อใจ
“ไม่ต้องรีบก็ได้ ค่อย ๆ คิด” วาสินีหยิบปากกาออกมาจากกระเป๋าแล้ววางลงบนโต๊ะ ตรงหน้าเพื่อน
คุณแม่ลูกหนึ่งมองปากกานิ่ง ไม่พูดอะไร เธอเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาแล้วเพิ่งรู้ว่ามือตัวเองสั่นมากแค่ไหนสั่นจนจับแทบไม่อยู่ นิ้วเย็นเฉียบ หัวใจเต้นถี่ ลมหายใจไม่เป็นจังหวะปกติ
ปลายปากกาจรดลงบนช่องสำหรับลายเซ็น แต่กลับหยุดอยู่ตรงนั้น ขยับต่อไม่ได้
วาสินีมองภาพนั้นแล้วรู้สึกจุกในอก เธอรู้จักเพื่อนคนนี้มาหลายปี รู้ว่าเพื่อนรักผู้ชายคนนั้นมากแค่ไหน รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
หากเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เพื่อนคงไม่อุ้มลูกออกจากบ้านทั้งที่ไม่มีอะไรติดตัว
หากเป็นเพียงอารมณ์โกรธ เพื่อนคงไม่รอให้ทนายร่างเอกสารและหากยังลังเล เพื่อนคงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้
พสิกาหลับตาลงช้า ๆ น้ำตาคลอขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อบังคับไม่ให้น้ำตาไหลแล้วเซ็นชื่อลงไป ทีละตัว ช้า ๆ เหมือนกำลังใช้มีดกรีดหัวใจตัวเองไปพร้อมกัน เมื่อเขียนตัวสุดท้ายจบ ปากกาก็หลุดออกจากมือ ตกกระทบโต๊ะเบา ๆ
หญิงสาวก้มหน้าลง น้ำตาหยดหนึ่งร่วงใส่เอกสาร
เธอรีบเช็ดออกก่อนมันจะทิ้งรอยเปื้อน
ทุกอย่างจบแล้ว อย่างน้อยก็ในส่วนของเธอ