4.2 หนังสือสัญญาหย่า
“เดี๋ยววุ้นเรียกแกร๊ปเอาไปส่งให้” วาสินีเงียบไปพักหนึ่งก่อนค่อย ๆ ดึงเอกสารกลับมาเก็บใส่ซอง
“ขอบใจนะวุ้น”
“ไม่ต้องขอบใจหรอก เรื่องเล็กน้อยน่ะ” หญิงสาวยิ้มจาง ๆ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ “...แล้วถ้าเขาเซ็นเสร็จล่ะ จะให้ส่งกลับมาที่ไหน”
พสิกาลืมคิดไปเลยว่า ปุณณวิชยังไม่รู้ว่าเธอพาลูกหนีมาอยู่ที่นี่ ถ้าให้เขาส่งเอกสารมาที่นี่ เขาก็ต้องรู้ที่พักพิงชั่วคราวของเธอ
“ถ้าส่งมาที่นี่...เขาก็รู้สิว่าซีนอยู่ที่นี่”
“ไม่เป็นไรวุ้น ให้เขาส่งมาที่นี่แหละ”
“แน่ใจเหรอ” วาสินีขมวดคิ้วพลางถามเพื่อนให้แน่ใจอีกครั้ง
พสิกาพยักหน้า สายตาสงบนิ่งกว่าที่เคยก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเข้มแข็ง
“ซีนไม่ได้หนี ซีนแค่เลือกเดินออกมา ถ้าเขาได้รับเอกสาร เขาต้องโทรหาซีนแน่นอน หลังจากนั้น...” พสิกาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคง “ซีนจะจัดการเอง”
วาสินีมองเพื่อนอย่างเข้าใจ พสิกาไม่ใช่คนประเภทหนีปัญหา ไม่ใช่คนเรียกร้องความสนใจ เพื่อนเพียงต้องการพื้นที่ให้ตัวเองได้หายใจ ต้องการเวลาตัดสินใจและต้องการให้เขารับรู้ผลของสิ่งที่ทำด้วยตัวเอง
“แล้วหลังจากนี้ล่ะ”
“วุ้นหมายถึงอะไรเหรอ”
“ก็เรื่องของซีนนั่นแหละ หลังจากนี้ จะเอายังไงต่อจะกลับไปทำงานเลยหรือจะเลี้ยงลูกก่อน ถ้าอยากอยู่กับลูกอีกสักพักก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินนะ วุ้นช่วยได้ ช่วยได้จริง ๆ นะ อย่างน้อยเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างนี้...”
วาสินียังพูดไม่ทันจบ พสิกาก็ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของเช้าวันนี้ เป็นรอยยิ้มจาง ๆ แต่จริงใจ เธอเอื้อมมือไปกอดเพื่อน กอดแน่นกว่าทุกครั้งจนเพื่อนชะงักอึ้ง
“ขอบใจนะวุ้น ขอบใจที่ดีกับซีนเสมอ ขอบใจสำหรับทุกอย่างที่ทำให้ซีนกับซัมเมอร์”
วาสินีกอดตอบเพื่อนสนิท เธอรู้ดีว่าเพื่อนกำลังพยายามเข้มแข็งแค่ไหน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะตัดสินใจจบชีวิตแต่งงานกับสามีหรือพ่อของลูก
“แต่ซีนไม่มีปัญหาเรื่องเงิน”
เจ้าของคอนโดคลายอ้อมกอด มองหน้าเพื่อนอย่างสงสัย เห็นเพื่อนก้มมองมือตัวเองก่อนเอ่ยออกมาอย่างตรงไปตรงมา
“เงินเก็บทั้งหมดของครอบครัว...อยู่ในบัญชีซีน”
วาสินีชะงักไปเล็กน้อย ตั้งหน้าตั้งตาฟังเพื่อนด้วยความตั้งใจ
“ตอนแต่งงานกัน เขาเป็นคนให้ซีนดูแลเองเงินส่วนนี้ ทั้งบัญชีออมทรัพย์ เงินสำรองและค่าใช้จ่ายในบ้าน ซีนมั่นใจว่าเขาจะไม่ทวงคืน”
วาสินีไม่ได้ถามว่าทำไมเพราะคำตอบปรากฏอยู่ในดวงตาของเพื่อนแล้ว
“เขารู้ดี” หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่ว “ว่าซีนต้องใช้เงินเลี้ยงลูก ต่อให้โกรธกันมากแค่ไหน เรื่องลูก...”
เธอเม้มปากเล็กน้อยก่อนส่ายหน้า
“เขาไม่ทำแบบนั้นหรอก”
ประโยคสุดท้ายทำให้วาสินีรู้สึกปวดใจขึ้นมาฉับพลัน เพราะแม้เพื่อนจะเดินออกมาแล้ว แม้จะเซ็นใบหย่าไปแล้ว แม้จะเจ็บปวดจนไม่เหลืออะไร แต่เพื่อนก็ยังเชื่อว่าอดีตสามีจะเป็นพ่อที่ดีของลูก ยังเชื่อในความรับผิดชอบของเขาและยังไม่เคยคิดทำร้ายเขากลับ
“ซีนนี่นะ...”
“อะไร”
“ใจดีเกินไป”
พสิกาหัวเราะเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เจือความเศร้าอยู่ลึก ๆ ก่อนหันไปมองลูกอีกครั้ง เจ้าตัวเล็กขยับตัวนิดหน่อยเหมือนใกล้จะตื่น หญิงสาวยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
จากนี้ไป...
เส้นทางอาจไม่ง่าย เธออาจต้องกลับไปทำงานอาจต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน อาจต้องเหนื่อยกว่าที่เคย แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอแน่ใจ
เธอจะไม่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความเสียใจตลอดไป เพราะตอนนี้ เธอไม่ได้มีชีวิตเพื่อตัวเองคนเดียวอีกแล้วและในขณะที่ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกปิดลงพร้อมกับลายเซ็นที่เพิ่งเขียนไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
เธอก็รู้ว่า...อีกไม่นาน
ซองเอกสารนี้ จะเดินทางไปถึงมือของเขา...ที่ยังไม่รู้เลยว่ากระดาษเพียงไม่กี่แผ่นนี้ กำลังจะทำให้ชีวิตแต่งงานของเธอกับเขา...สิ้นสุดลง