บทย่อ
"พอเถอะค่ะ คุณปุณณ์ ซีนเหนื่อย...เหนื่อย มาก ๆ" พสิกาหลับตาลงช้า ๆ เหมือนเหนื่อยเหลือเกิน "ซีน...ผมขอนะ ฟังผมก่อน...ได้ไหม" ปุณณวิชเอ่ยขอด้วยน้ำเสียงเว้าวอน เขาเซ็นไม่ได้ เซ็นไม่ได้จริง ๆ "ซีนบอกแล้วไงคะ ถ้าซีนออกจากบ้าน ซีนคิดดีแล้วและซีนไม่กลับไปอีก อย่ายื้อซีนเลยนะคะ ซีนอยากหลุดพ้นจากความรู้สึกบ้า ๆ นี้สักที ถ้าคุณยังรักซีน...ก็หย่าให้ซีนเถอะค่ะ" เธอเจ็บ เธอเหนื่อย จนไม่อยากไปต่อกับความสัมพันธ์นี้แล้วจริง ๆ ถ้าปุณณวิชยังต้องการยื้อเธอไว้ ทุกอย่างยิ่งแย่ ยิ่งหาทางออกที่สันติที่สุดไม่ได้ "ไม่นะซีน ผมไม่หย่า ผมรักคุณขนาดนี้ ผมจะหย่าได้ยังไง" เอาอุ้มลูกลุกจากเก้าอี้แล้วมายืนข้างเธอ อ้อนขอด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด พสิกาถอดถอนลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ กว่าเธอจะตัดสินใจ กว่าจะคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะเดินออกมาจากความสัมพันธ์นี้ เธอต้องใช้ความกล้า ใช้กำลังใจที่มีอยู่น้อยนิดเพื่อประคองหัวใจที่มีแต่ความผิดหวัง ต่อให้ปุณณวิชยืนยันว่าไม่หย่า เธอก็จะทำทุกอย่างเพื่อหย่าขาดจากเขา "ถ้างั้น...ซีนฟ้องหย่านะคะ" คำพูดนั้นเบามาก แต่กลับทำให้คนฟังแทบร้องไห้ "ซีนไม่อยากระแวงอีกแล้ว ไม่อยากคอยปลอบใจตัวเองอีกแล้ว ไม่อยากเป็นคนที่ต้องพยายามเข้าใจอยู่ฝ่ายเดียว"
1.1 บทนำ
เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตดังขึ้นในความเงียบของบ้านยามสี่ทุ่มกว่า “พสิกา” ที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ในห้องนอนค่อย ๆ ก้มมองหน้าจอ มือข้างหนึ่งประคองลูกน้อยวัยสองเดือนที่กำลังหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขน อีกข้างเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจนัก
เธอคิดว่าอาจเป็นข้อความจากสามี
บางทีเขาอาจส่งมาบอกว่าจะกลับบ้านแล้วหรือไม่ก็ส่งมาถามว่าอยากได้อะไรไหม เขาจะซื้อติดมือเข้ามาให้
ริมฝีปากซีดขยับเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ขณะปลดล็อกหน้าจอ แต่ทันทีที่เห็นชื่อผู้ส่ง...
รอยยิ้มนั้นก็หายไป
“เอิงเอย”
ชื่อของผู้หญิงที่เธอรู้จักดี อดีตคนรักเก่าของสามี
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบอย่างไม่มีเหตุผล นิ้วเรียวสั่นเล็กน้อยก่อนกดเปิดข้อความ
และในวินาทีถัดมา...
โลกทั้งใบก็เหมือนหยุดหมุน ภาพถ่ายหนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ภาพของผู้ชายที่เธอรักที่สุดในชีวิต
สามีของเธอ พ่อของลูก
กำลังนั่งอยู่ในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง รอบตัวมีเพื่อนผู้ชายหลายคนกำลังหัวเราะเฮฮาและข้างกายเขา...
คือผู้หญิงที่เพิ่งส่งรูปนี้มาให้
ผู้หญิงคนนั้นนั่งชิดจนหัวไหล่แทบแนบกัน กำลังยิ้มหวานมองเขา ส่วนเขา...แม้จะไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวกันแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธการอยู่ใกล้แบบนั้นเลย
ข้อความใต้รูปเด้งขึ้นมา
‘อุ๊ย! ส่งผิด ขอโทษด้วยค่ะ’
ลมหายใจของหญิงสาวสะดุด หัวใจเหมือนถูกใครบางคนบีบจนแทบแหลกสลาย
เมื่อไม่ถึงสองชั่วโมงก่อน สามีเพิ่งก้มลงจูบหน้าผากเธอ บอกว่าที่ไซต์งานเกิดปัญหา เขาต้องรีบเข้าไปดูและคงกลับดึกหน่อย ให้เธอพักผ่อนและดูแลลูกไปก่อน เธอเชื่อเขา เชื่อทุกคำ เชื่อจนไม่เคยคิดจะซักไซ้ให้มากความ ไม่เคยคิดจะระแวง เพราะเธอรักเขา...
รักจนยอมทิ้งทุกอย่างมาแต่งงาน
รักจนยอมลาออกจากงานเพื่อเลี้ยงลูก
รักจนยอมอดหลับอดนอนตื่นทุกสามชั่วโมงเพื่อให้นมลูกเพียงลำพัง
แต่วินาทีนี้...
ความเชื่อใจทั้งหมดกลับพังทลายลงตรงหน้า น้ำตาร้อนผ่าวเอ่อขึ้นทันที ดวงตาพร่ามัวจนมองหน้าจอแทบไม่เห็น เธอเม้มปากแน่น พยายามกลั้น พยายามไม่ร้องไห้ แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟังเอาเสียเลย
มือที่ถือโทรศัพท์เริ่มสั่น...สั่นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจับเครื่องไม่อยู่ ปลายนิ้วชา ลมหายใจเริ่มติดขัดติดขัด แน่นหน้าอกเหมือนคนกำลังจะขาดอากาศ
“ไม่จริง...” เสียงแหบพร่าหลุดออกมาเบา ๆ เธอส่ายหน้า พยายามหลอกตัวเองว่าอาจเป็นภาพเก่า อาจเป็นความเข้าใจผิด แต่ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาอีก
เป็นคลิปวิดีโอสั้น ๆ
พสิกากดเปิดดูแล้วหัวใจทั้งดวงก็แตกสลายอย่างสมบูรณ์ ในคลิปนั้น...
เสียงหัวเราะของสามีดังชัดเจน ชัดจนจำไม่ได้ว่าเคยหัวเราะแบบนี้กับเธอครั้งสุดท้ายเมื่อไร
เขากำลังชนแก้วกับเพื่อน ส่วน ‘แฟนเก่า’ ของเขานั่งอยู่ข้าง ๆ ยิ้มให้กัน คุยกัน
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนที่บ้านไม่มีภรรยาและลูกวัยสองเดือนกำลังรออยู่
โทรศัพท์หล่นลงบนตัก น้ำตาหยดแรกไหลลงมา
ตามด้วยหยดที่สองและหยดที่สามก่อนจะกลายเป็นสายน้ำที่ไหลไม่หยุด
ร่างบอบบางสั่นเทา ไหล่เล็ก ๆ กระตุกตามแรงสะอื้นที่พยายามอดกลั้น แต่ยิ่งกลั้น ยิ่งเจ็บ ยิ่งทรมาน
ลูกน้อยในอ้อมแขนยังคงหลับสนิท ไม่รู้เลยว่าโลกของแม่กำลังพังลงตรงหน้า
พสิกาก้มมองลูก ใบหน้ากลมเล็กน่ารักกำลังหลับสบาย ขนตางอนยาวทอดเงาบนแก้มอิ่ม เด็กคนนี้เพิ่งลืมตาดูโลกได้เพียงสองเดือน สองเดือนที่เธอแทบไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ สองเดือนที่เธอใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กับผ้าอ้อม ขวดนมและเสียงร้องไห้ของลูกตอนกลางคืน เธอทำทุกอย่างเพียงลำพังเพราะไม่อยากให้สามีเหนื่อย
แต่คืนนี้...
เขากลับเลือกไปนั่งหัวเราะกับผู้หญิงอีกคน
น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงบนแก้มลูก หญิงสาวสะดุ้งรีบเช็ดออก แต่หยดใหม่ก็ไหลลงมาอีก
