3.1 แค่เราสองคน
ตีสามกว่าแล้ว
ทั้งคอนโดยังคงเงียบสงัด พสิกานอนตะแคงอยู่บนเตียง เสื้อนอนถูกเปิดรั้งขึ้นมากองอยู่บนอกอวบอิ่ม ลูกน้อยวัยสองเดือนกำลังนอนดูดนมอย่างเอร็ดอร่อยในอ้อมแขนแม่ มือเล็ก ๆ ข้างหนึ่งจับที่ใบหน้าตนเอง เปลือกตาปรือจนแทบลืมไม่ขึ้น แต่ปากยังขยับดูดไม่หยุด
หญิงสาวก้มมองลูกเงียบ ๆ ดวงตาที่เคยสดใสแดงช้ำจากการร้องไห้มาทั้งคืน หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบรัดอยู่ตลอดเวลา เจ็บจนชา…
ชาเสียจนแทบไม่รู้แล้วว่าควรร้องไห้อีกหรือไม่
ผ่านไปพักใหญ่ เด็กน้อยเริ่มอิ่ม แรงดูดค่อย ๆ เบาลงก่อนจะกลายเป็นเพียงการเม้มปากดูดเล่นตามสัญชาตญาณ พสิกายกมือขึ้นอย่างแผ่วเบา ค่อย ๆ ถอนหัวนมออกจากปากลูก
ลูกน้อยขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็หลับต่อ แก้มกลมป่องอิ่มนม ริมฝีปากเล็ก ๆ ยังขยับดูดอากาศเบา ๆ อย่างไร้เดียงสา ภาพนั้นน่ารักจนหัวใจคนเป็นแม่อ่อนยวบ แต่ในขณะเดียวกัน
มันก็ทำให้เจ็บปวดเหลือเกิน
เพราะเด็กคนนี้ไม่รู้เลยว่า...
ชีวิตของพ่อกับแม่กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
พสิกานอนมองลูกอยู่อย่างนั้น นิ้วเรียวลูบแก้มนุ่มเบา ๆ ก่อนที่น้ำตาจะค่อย ๆ ไหลออกมาจากหางตา
เงียบ ๆ ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีเสียงร้องไห้
มีเพียงหยดน้ำใสที่ไหลผ่านสันจมูก ไหลลงไปยังดวงตาอีกข้างแล้วซึมหายลงบนหมอน
เธอรีบยกมือเช็ดมันทิ้ง กลัวว่าลูกจะตื่น กลัวว่าลูกจะรับรู้ความเศร้าของแม่ แม้จะรู้ดีว่าเด็กอายุเพียงสองเดือนคงไม่เข้าใจอะไร แต่คนเป็นแม่ก็เป็นแบบนี้เสมออยากปกป้องลูกจากทุกอย่าง
แม้กระทั่งความเสียใจของตัวเอง
โทรศัพท์บนหัวเตียงสั่นขึ้นเบา ๆ หญิงสาวเอื้อมมือไปหยิบ หน้าจอสว่างขึ้นท่ามกลางความมืด
เป็นข้อความจากวาสินี
‘ทนายจัดการเรื่องเอกสารเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้วุ้นจะเอาสัญญาหย่ามาให้ซีนเซ็น หลังจากนั้นจะรีบส่งไปให้เขาเซ็นต่อ’
เพียงเท่านั้น หัวใจของพสิกาก็เหมือนถูกกระชากออกจากอกอีกครั้ง ลมหายใจสะดุด ดวงตาพร่ามัว มือที่ถือโทรศัพท์เริ่มสั่น สั่นจนตัวอักษรบนหน้าจอเบลอไปหมด
‘หนังสือสัญญาหย่า’ ที่เธอไม่เคยคิดว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับชีวิตตัวเอง ไม่เคยเลย
ตอนแต่งงาน เธอไม่ได้แต่งเพราะอยากลองใช้ชีวิตคู่ ไม่ได้แต่งเพราะความหลงใหลชั่วคราว เธอแต่งงานกับปุณณวิชเพราะรัก รักจนคิดว่าจะอยู่ด้วยกันไปจนวันตาย
รักจนวาดฝันถึงลูก ถึงบ้าน ถึงครอบครัวเล็ก ๆ ที่อบอุ่น แต่สุดท้าย...เธอกลับต้องมานอนอยู่ในห้องคอนโดของเพื่อนสนิท อุ้มลูกวัยสองเดือนและรอเซ็นใบหย่า
พสิกายกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพราะกลัวว่าจะเผลอร้องไห้ออกมาเสียงดัง น้ำตายังคงไหลอาบแก้ม
หยดแล้วหยดเล่า
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้...” เสียงสั่นเครือหลุดออกมาเบา ๆ เธอไม่ได้อยากหย่า ไม่เคยอยากเลย
หากเลือกได้
เธออยากเป็นภรรยาของเขาไปตลอดชีวิต อยากให้ลูกเติบโตขึ้นมาพร้อมพ่อและแม่ อยากนั่งดูลูกเดินก้าวแรกด้วยกัน อยากพาลูกเข้าโรงเรียนด้วยกัน อยากแก่เฒ่าไปพร้อมกัน แต่บางครั้ง...ความรักอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอ
โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายไม่เข้าใจว่าความเจ็บปวดที่เราต้องแบกรับมันหนักแค่ไหน
พสิกาหลับตาลงช้า ๆ ความทรงจำตลอดหลายปีที่ผ่านมาไหลย้อนกลับมา เธอรู้ตั้งแต่วันแรกแล้วว่าแฟนเก่าของสามียังอยู่ในชีวิตเขา ไม่ได้อยู่ในฐานะคนรัก แต่เป็นเพื่อน เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เป็นคนทำงานในสายงานเดียวกัน เป็นคนที่ต้องเจอหน้ากันตลอด
ตอนนั้นเธอพยายามเข้าใจ พยายามบอกตัวเองว่า
คนเรามีอดีตกันทั้งนั้น เธอไม่มีสิทธิ์ไปลบใครออกจากชีวิตเขา ขอแค่เขารู้ขอบเขต ขอแค่เขาซื่อสัตย์ แค่นั้นก็พอ
แต่สิ่งที่ไม่มีใครรู้เลยก็คือ...
ทุกครั้งที่เขาบอกว่าจะไปสังสรรค์กับเพื่อน หัวใจของเธอจะหนักอึ้งด้วยความคิดหนักเสมอ ทุกครั้งที่เห็นชื่อผู้หญิงคนนั้นในโทรศัพท์เขา ทุกครั้งที่เห็นรูปถ่ายกลุ่มเพื่อนและมีผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ข้าง ๆ
เธอจะนอนไม่หลับทั้งคืน
ไม่ใช่เพราะไม่เชื่อใจเขา แต่เพราะเธอเป็นมนุษย์และผู้หญิงคนหนึ่งย่อมรู้สึกไม่สบายใจ เมื่อแฟนเก่าของสามียังวนเวียนอยู่ในชีวิตตลอดเวลา
แต่เธอไม่เคยพูดหรือพูดให้ถูกคือ...
เธอพยายามไม่พูด เพราะกลัวเขาลำบากใจ กลัวเขาอึดอัด กลัวเขาคิดว่าเธอไม่มีเหตุผล
หลายครั้งที่เธอนั่งเงียบ ๆ คนเดียว ปลอบตัวเองคนเดียว ร้องไห้คนเดียวแล้วตื่นเช้ามาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอคิดว่าหากรักใครสักคนมากพอ
เราควรเชื่อใจเขา
ควรให้พื้นที่เขา ควรไม่สร้างปัญหา ดังนั้นเธอจึงอดทน อดทนมาตลอด จนกระทั่งคืนล่าสุด
ภาพที่ส่งมาจากแฟนเก่าของเขา ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เธอเดินออกมา แต่สิ่งที่ทำให้เธอเดินออกมา...
คือคำโกหกของสามี
น้ำตาของพสิกาไหลออกมาอีกครั้ง เธอจำได้ดีว่าเคยนั่งคุยกับเขาจริงจัง ในคืนหนึ่งหลังจากทะเลาะกันเรื่องเดิม เธอจับมือเขาไว้แล้วพูดตรง ๆ
‘ซีนรู้ว่าคุณต้องเจอ รู้ว่าคุณยังคบหากับเธอในฐานะเพื่อน ซีนไม่เคยคิดที่จะขอให้คุณเลิกคบใคร แต่ขออย่างเดียว อย่าโกหกซีน’ เธอยังจำสายตาของตัวเองในวันนั้นได้ จำได้ว่าต้องใช้ความกล้ามากแค่ไหนกว่าจะพูดออกไป ‘ถ้าวันไหนต้องไปเจอเธอ ก็บอกซีนตรง ๆ ซีนอาจไม่สบายใจ แต่ซีนจะพยายามเข้าใจ แต่อย่าโกหก อย่าทำให้ซีนเป็นคนโง่’
ตอนนั้นปุณณวิชรับปาก เขารับปากอย่างหนักแน่นจนเธอเชื่อ...เชื่อสนิทใจ เชื่อจนปล่อยผ่านทุกอย่างมาตลอดหลายปี
พสิกาแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด น่าแปลกดี เธอพยายามต่อสู้กับความไม่สบายใจอยู่คนเดียวมาตลอด แต่เขากลับไม่เคยรู้เลย
ไม่เคยรู้ว่าเธอต้องพยายามมากแค่ไหน ไม่เคยรู้ว่าหลายคืนเธอนอนไม่หลับ ไม่เคยรู้ว่าหลายครั้งเธอต้องแอบร้องไห้ในห้องน้ำ ไม่เคยรู้ว่าทุกครั้งที่เขาบอกว่าจะไปเจอเพื่อน เธอต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะทำให้ตัวเองสงบ เพราะเขาเข้าใจไปเองว่า...เธอไม่คิดอะไร
เข้าใจไปเองว่า...เธอสบายใจ
เข้าใจไปเองว่า...เธอไม่ได้สนใจแฟนเก่าของเขาแล้ว ทั้งที่ความจริง เธอสนใจมาตลอด เจ็บมาตลอดและกลัวมาตลอด เพียงแต่เธอเลือกเก็บมันไว้คนเดียว เพื่อรักษาความสัมพันธ์ เพื่อรักษาครอบครัว เพื่อไม่ให้เขาลำบากใจ แต่สุดท้าย...คนที่พยายามรักษาทุกอย่างไว้ที่สุด กลับเป็นคนที่เหนื่อยที่สุด
หญิงสาวก้มลงมองลูกสาวตัวน้อยที่ยังหลับสนิทแก้มอิ่มนุ่มนิ่ม มือเล็กกำไว้หลวม ๆ เธอเอื้อมมือไปแตะหน้าผากลูกก่อนโน้มตัวลงจูบเบา ๆ
“แม่ขอโทษนะคะ...” เสียงสั่นเครือดังขึ้นในความมืด “แม่พยายามแล้วจริง ๆ แม่พยายามรักษาครอบครัวของเราแล้ว”
น้ำตาหยดหนึ่งตกลงบนหมอนหนุน หญิงสาวรีบเช็ดมันออกแล้วขยับเข้าไปกอดลูกเอาไว้
พรุ่งนี้...เธอจะเซ็นหนังสือสัญญาหย่า
พรุ่งนี้...ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง
และพรุ่งนี้...ผู้ชายที่เธอรักที่สุด จะได้รับรู้เสียทีว่า
ผู้หญิงที่เขาคิดว่าไม่เคยคิดอะไร แท้จริงแล้วกำลังเจ็บปวดกับเรื่องเดิมมาตลอดหลายปีเพียงแต่เธอรักเขามากพอ
จนเลือกเงียบไว้เท่านั้นเอง...