บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 เตรียมร่างกายให้พร้อม

เสียงเกือกม้าดังเข้ามาใกล้ตัวรถม้า นิ้วเรียวขาวจึงคลี่ม่านออกเพียงเล็กน้อย แม้ใบหน้าจะปกคลุมไว้ด้วยผ้าสีแดงบางเบาเพราะต้องแต่งกายด้วยชุดเจ้าสาวแต่ฉินมี่ก็มองเห็นบุรุษที่นั่งอยู่บนอาชาตัวสีดำปลอด จากนั้นจึงปล่อยม่านลงอย่างช้า ๆ โดยไม่สนใจใบหน้าอันหล่อเหลาที่มองมาแม้แต่น้อย

          เจียวฝางมองผู้เป็นนายด้วยความเป็นกังวล “องค์หญิงยังตัดใจจากซื่อจื่อไม่ได้หรือเจ้าคะ”

          “ข้าแค่อยากดูว่าหน้าตาเขาเป็นอย่างไรก็เท่านั้น” อยากดูว่าคนที่เจ้าของร่างนี้ตกหลุมรักมีหน้าตาเป็นเช่นไรกันแน่

          “แล้วเป็นอย่างไรเจ้าคะ”

          “ก็ไม่เลว” พูดเพียงเท่านั้นฉินมี่ก็ปิดเปลือกตาลง ในโลกที่นางจากมา นางพบเจอคนหล่อมามาก ทั้งหล่อจริงและหล่อเทียมเพราะศัลยกรรม บุคคลตรงหน้านางเมื่อครู่หาได้ทำให้ใจนางสั่นไหวไม่ ถึงเขาจะหล่อเหลาอยู่มากก็ตาม ยิ่งรู้ว่าบุรุษผู้นี้จิตใจโลเลเปลี่ยนใจง่ายนางยิ่งเกลียดชัง เพราะในวันเทศกาลซั่งหยวนวันนั้น นางยังจดจำคำพร่ำรักที่บุรุษผู้นี้ให้ไว้กับเจ้าของร่างนี้ได้จนขึ้นใจ แต่ผ่านไปไม่กี่วันเขากลับเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น

ตอนนี้ในใจนางกังวลเพียงว่าจะอยู่ร่วมกับสามีพิการอย่างไรดี เพราะนางเคยอ่านนิยายอีกทั้งยังดูซีรีส์จีนย้อนยุคมามาก สตรีในยุคโบราณล้วนต้องปรนนิบัติสามี เช่นนั้นนางก็คงหนีไม่พ้นเรื่องนี้

          ฉินมี่ผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด ชีวิตในโลกเดิมก็มีแต่งาน นางเคยมีสามีที่ไหนกันเล่า แต่การดูแลผู้ป่วยคงไม่เกินความสามรถของนางนัก คิดได้เช่นนั้นก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง

          เจียวฝางไม่เข้าใจว่าทำไมองค์หญิงใหญ่ถึงมีท่าทีเปลี่ยนไปมากเช่นนี้ ก่อนหน้านางเอาแต่พูดพร่ำรำพันถึงแต่แม่ทัพหยวน แต่พอได้มาพบหน้าจริง ๆ นางกลับมีท่าทีสงบเยือกเย็น คล้ายกับว่าไม่เคยรู้สึกใด ๆ กับท่านแม่ทัพมาก่อน หรือนางจะตัดใจจากแม่ทัพหยวนได้แล้วจริง ๆ

          การเดินทางเข้าสู่วันที่สองก็พ้นเขตเมืองหลวงแล้ว ฉินมี่เปลี่ยนมาสวมชุดตามปกติ และคิดขึ้นมาได้ว่าว่าที่สามีของตนเป็นคนป่วยติดเตียง เช่นนั้นนางจึงเริ่มเพิ่มน้ำหนักตนเองโดยการกินอาหารมากขึ้น อีกทั้งยังต้องทำตนเองให้มีร่างกายที่แข็งแรงจะได้ปรนนิบัติสามีมิให้ขาดตกบกพร่อง

          เช่นนั้นทุกวันช่วงเย็นก่อนกินอาหาร เมื่ออยู่ในกระโจมเพียงลำพังนางจึงฝึกโยคะและพิลาทิสเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้กับตนเอง เหมือนที่เคยทำในโลกเดิม

          และการเดินทางครั้งนี้ทำให้ฉินมี่ได้เปิดหูเปิดตาเป็นอย่างมาก นางรู้สึกว่าตนคล้ายได้รับอิสระอย่างไรอย่างนั้น หากไปถึงแคว้นเว่ยแล้วเป็นอย่างนี้สักครึ่งหนึ่งก็คงดีไม่น้อย

          ตลอดการเดินทางฉินมี่ไม่เคยเอ่ยวาจากับหยวนหงเจี๋ยแม้แต่ครึ่งคำ ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ ถึงแม้หยวนหงเจี๋ยจะแปลกใจมากแค่ไหนแต่ก็คงทำอันใดไม่ได้

          เย็นวันที่สิบห้าของการเดินทาง เจียวฝางเปิดม่านกระโจมแล้วเดินเข้ามาโดยไม่ส่งสัญญาณก่อน นางถึงกับเบิกตาอ้าปากค้างเมื่อเห็นผู้เป็นนายอยู่ในท่าคล้ายกับค้างคาว ศีรษะตั้งไว้บนพื้นแล้วชี้ขาขึ้นบนฟ้า ยังดีที่องค์หญิงสวมกางเกง ไม่เช่นนั้นคง…

          หลายอึดใจกว่านางจะหาเสียงตัวเองเจอ “องค์ องค์หญิงทำอันใดหรือเจ้าคะ” ทำไมองค์หญิงถึงได้ทำท่าทางไม่สำรวมเช่นนี้

          ฉินมี่ไม่ได้สะทกสะท้านกับท่าทางตกใจของนางเลยสักนิด ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจครั้งที่ห้าออกยาว เก็บขาเข่าลงมาด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยทว่าแข็งแรง อยู่ในท่าหมอบแล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เอ่ยออกอย่างไม่เร็วไม่ช้า “ข้ากำลังออกกำลังกาย”

          “ออกกำลังกายหรือเจ้าคะ ก่อนหน้าข้าไม่เคยเห็นท่านทำเช่นนี้มาก่อน” ทำไมองค์หญิงใหญ่ถึงได้แปลกขึ้นทุกวันเช่นนี้ เดิมทีองค์หญิงใหญ่อยู่ในตำหนักหากไม่นอนก็เอาแต่นั่งทำตาเหม่อลอย หรือไม่ก็นั่งร้องไห้ จึงทำให้ผิวพรรณของนางขาวซีดจนคล้ายกับคนป่วยอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้ใบหน้าของนางกลับมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างแล้ว

          “นั่นไม่เหมือนกัน ก่อนหน้าวัน ๆ ข้าไม่ต้องทำสิ่งใดล้วนไม่ต้องใช้กำลัง แต่ตอนนี้ว่าที่สามีข้าป่วยติดเตียง หากร่างกายข้าไม่แข็งแรงจะดูแลเขาได้อย่างไร”

          “ทำไมองค์หญิถึงงยอมรับคนผู้นั้นได้ง่ายดายนัก” เรื่องนี้เจียวฝางก็แปลกใจมากเช่นกัน ฉินมี่เป็นถึงองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ อีกทั้งยังหน้าตางดงาม แต่กลับต้องแต่งให้กับบุรุษพิการ ถึงเว่ยอ๋องจะเป็นเชื้อพระวงศ์แต่ก็ไม่คู่ควรกับนางอยู่ดี

          “วันนี้ไม่ยอมรับ วันหน้าก็ต้องยอมรับอยู่ดี” ถึงจะเป็นองค์หญิงแต่เจ้าของร่างนี้กลับเหมือนคนไร้ญาติ ไม่ต้องพูดถึงว่านางมาจากโลกอนาคต หากไม่ยอมรับสามีแล้ว ชะตาของนางจะเป็นอย่างไร

          เจียวฝางพูดเสียงเบาลงอีกหลายส่วน “องค์หญิงไม่กลัวว่าเขาจะ…” นางเว้นคำว่าฆ่าไว้แล้วกล่าวต่อ “พวกเราหรือเจ้าคะ ข้าได้ยินมาว่าเขาเกลียดชังสตรีต่างแคว้นยิ่งนัก”

          ฉินมี่ยังอยู่ในความสงบ “ความตายมีอะไรให้น่ากลัวเล่า” เพราะตอนนี้นางก็ผ่านความตายมาชาติหนึ่งแล้ว หากตายอีกครั้งจะเป็นไรไป “อีกอย่างเราไม่รู้ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ เราไม่ควรไปตัดสินผู้อื่น” บางครั้งคนที่พูดก็อาจจะไม่หวังดีกับเว่ยอ๋องก็เป็นได้ “เจ้าออกไปอยู่ข้างนอกก่อนเถอะ ข้ายังออกกำลังกายไม่เสร็จ”

          “เจ้าค่ะ” เมื่อเห็นว่าตลอดหลายวันมานี้ผู้เป็นนายไม่ได้มีใบหน้าเศร้าหมองคล้ายกับคนอมทุกข์อีก เจียวฝางก็เบาใจเป็นอย่างยิ่ง ก่อนออกเดินทางยังอดเป็นห่วงผู้เป็นนายไม่ได้ แต่ตอนนี้เหมือนนางจะปรับตัวได้ดีเลยทีเดียว

          พ้นร่างของสาวใช้ ฉินมี่จึงฝึกโยคะและพิลาทิสต่อ ปิดท้ายด้วยท่าสุริยนมัสการเป็นลำดับสุดท้าย
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel