ตอนที่9 เทียบไม่ได้
ตอนที่9 เทียบไม่ได้
“นายไม่รู้เหรอ ว่าผู้ชายไม่ควรทำร้ายผู้หญิง” น้ำเสียงเรียบนิ่งพูดพร้อมจ้องเด็กชายภูผา
“.....” เด็กน้อยเจอสายตาดุของผู้ใหญ่ก็ก้มหน้าหลบอย่างหวาดกลัว
ท่าทางที่เชอรีนเห็นแล้วเจ็บในอกอย่างมาก
“แต่แกก็แค่เด็กคนหนึ่ง เรี่ยวแรงของเด็กวัยนี้ไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็พอกันไม่ใช่เหรอคะ” ถ้าเธอไม่ปกป้องลูกแล้วใครจะทำ
ฐานะต่ำต้อยกว่าแล้วยังไง ความรักลูกของเขาไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าเธอเหมือนกัน
“แต่นี่คือพื้นที่ของฉัน เธอผิดตั้งแต่ปล่อยให้ลูกของเธอเพ่นพ่านขึ้นมาแล้ว” เพราะความอวดดีของแม่เด็ก ทำให้ขุนเขากลายเป็นเอาเรื่องทั้งหมดมาพัวพันกัน
“เรื่องนั้นฉันยอมรับผิดค่ะ แต่เรื่องที่เด็กสองคนทะเลาะกัน ฉันมองว่าเป็นเรื่องเล็กที่สอนกันได้...”
“และถ้าจะมีการขอโทษ ก็ต้องขอโทษทั้งสองฝ่าย” ไม่ใช่ให้ลูกเธอขอโทษฝ่ายเดียว ทั้งที่ดูไปแล้วลูกเธอไม่ได้ผิดอะไรด้วยซ้ำ
“แต่ลูกของฉัน ใครไม่มีสิทธิ์แตะต้อง”
“หมายความว่าลูกของฉันใครจะรังแกยังไงก็ได้เหรอคะ!” จากที่คิดว่าขึ้นมาพูดคุยรับผิดในส่วนที่ผิด ตอนนี้เธอคิดว่ามันมากไป บานปลายเกินไปแล้ว
หากจะต้องตกงานด้วยเหตุผลนี้ เธอก็จะยอม
“แน่นอนว่าไม่ใช่...”
“แต่ปัญหาอยู่ที่หากลูกของเธอไม่สร้างปัญหาตั้งแต่แรก เรื่องวุ่นวายก็จะไม่เกิด” จริงๆ เขาไม่ได้จะให้เด็กนั่นขอโทษลูกสาวเขาฝ่ายเดียว แต่เป็นลูกผู้ชายก็ควรขอโทษออกมาก่อน และไม่ควรใช้กำลังกับลูกสาวเขาแบบนี้
“.....” เชอรีนเลือกจะยืนนิ่งมองสบตากับรองประธานที่มีลูกสาวอยู่บนตัก
สองแม่ลูกดวงตากลมโตเหมือนกัน คนตัวเล็กกว่าก้มหน้าขยับไปเบียดข้างขาแม่ ส่วนคนเป็นแม่กลับไม่ยอมแพ้จะขอโทษทั้งที่ลูกไม่ผิด
ใครยัดเยียดความไม่ยุติธรรมให้ลูกเธอ แต่เธอจะไม่ทำแบบนั้น
“ถ้าไม่พอใจจะทำก็ออกไป” คำว่าออกไปรวมไปหมดทุกอย่างแล้ว
ออกจากห้องนี้ แล้วก็ออกจากงานไปจะได้หมดปัญหา
“คุณกำลังรังแกเด็ก”
“ฉันไม่ได้รังแกเด็ก แต่ฉันสั่งสอนแม่เด็กที่ถือดีทั้งที่ไร้ความรับผิดชอบ”
“แล้วถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกของคุณบ้าง คุณจะทำกับแกแบบนี้ไหม!”
ความไม่ยุติธรรมที่ลูกชายได้รับ ความรู้สึกหลายอย่างที่สะสมมานาน สุดท้ายก็กลายเป็นความใจร้อนที่ทำให้… พานพบกับจุดเปลี่ยนในชีวิต
ภายในคอนโดขนาด 60 ตารางเมตร แบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน มีสองห้องนอนสองห้องน้ำ โถงนั่งเล่นพร้อมทีวีติดผนังจอใหญ่ เครื่องครัวเต็มระบบของกินเต็มตู้เย็น เฟอร์นิเจอร์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แอร์คอนดิชั่นเนอร์ให้ความเย็นทั่วทุกมุมห้อง เตียงนุ่มและตกแต่งอย่างดีตามความชอบจากเจ้าตัว ชั้นสูงบนตึกตระหง่านสภาพแวดล้อมไม่แออัด
แต่น่าแปลก ทุกอย่างที่กล่าวมากลับเทียบไม่ได้กับอดีตที่เคยอยู่ห้องเช่าหนึ่งห้องนอนขนาดเล็กในชุมชนพลุกพล่าน
“เมื่อไหร่พ่อจะมาคับ” ใบหน้าไร้เดียงสาของเด็กชายตัวกลมเอียงหัวถามผู้เป็นแม่ด้วยความสงสัย ชะเง้อคอมองไปที่ประตูห้องอย่างเฝ้ารอ
“พ่อน่าจะติดงานครับ” ยกมือลูบหัวลูกชายด้วยความสงสาร แล้วอธิบายออกไปด้วยคำโกหก
“.....” ใบหน้าเล็กเศร้าขึ้นทันตา
“เรามาเป่าเค้กกันดีกว่าเนอะ” ปกติสองทุ่มครึ่งก็เป็นเวลาเข้านอนของลูกชายเธอ แต่ตอนนี้ล่วงเลยจะมาสามทุ่มแล้ว พ่อของลูกกลับยังมาไม่ถึง แม่อย่างเธอเลยตัดสินใจจะไม่รอ
“คับ” ตอบรับด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยตื่นเต้นอย่างช่วงเย็น
แม้ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สามที่เขาได้มีวันเกิดตามอายุ ซึ่งการจดจำจริงก็คงเป็นปีที่แล้วที่เริ่มจำความได้ และในวันเกิดก็จะมีแม่กับยายน้อยอยู่ด้วย ต่างกันที่ปีนี้ไม่มียายน้อยและแทนที่มาด้วยพ่อที่เจ้าตัวพึ่งรับรู้ความหมายและตัวตน
แต่สุดท้ายแล้วเด็กที่พึ่งได้สัมผัสกับคำว่าพ่อไม่กี่เดือนมานี้ ก็ต้องผิดหวังเมื่อวันเกิดของเขาในวันนี้กลับไม่มีพ่อมาร่วมด้วยอย่างที่แม่บอกไว้
ไฟแช็กถูกจุดลงเทียนเลขสามบนเค้กวันเกิดรูปซุปเปอร์ฮีโร่แบบที่เจ้าของวันเกิดคลั่งไคล้ ตามด้วยเสียงร้องเพลง Happy Birthday จากผู้เป็นแม่จนจบ ปากเล็กๆ ห่อลมแล้วเป่าเทียนจนดับ
“สุขสันต์วันเกิดครับ เด็กดีของแม่” ลูบหัวแล้วหอมแก้มนุ่มด้วยความหวงแหนเต็มรัก
“.....”
“นี่อะไรเอ่ย” วางเค้กลงโต๊ะ หยิบกล่องของขวัญที่ห่อกระดาษวางไว้เก้าอี้ด้านข้างขึ้นมาอวดเจ้าของวันเกิด
“เย่ๆ ของขวัญๆ” เด็กน้อยมีรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้งชูสองแขนขึ้นด้วยท่าทางดีใจ
“แกะเลยไหม แกะดีไหมน๊า” หยอกเล่นกับอารมณ์ของลูกชายให้ตื่นเต้น
“แกะเลยๆ” น้ำเสียงตื่นเต้นหนักกว่าเดิม
“ทำยังไงก่อน”
“ขอบคุณค้าบ” ยกมือป้อมๆ ไหว้แล้วขยับไปหอมแก้มผู้เป็นแม่อย่างเคยชิน
“.....” เชอรีนเลยยื่นกล่องของขวัญไปให้ลูกชายด้วยรอยยิ้ม ให้เขาได้แกะของขวัญด้วยตัวเอง
“ว้าว!” ดวงตากลมเป็นประกายระยับหลังจากพยายามแกะของขวัญจนสำเร็จ หุ่นยนต์ขนาดใหญ่ในมือทำให้เจ้าเด็กน้อยที่ชื่นชอบซุปเปอร์ฮีโร่ตื่นเต้นจนลืมเรื่องเศร้า
“ชอบไหมครับ”
“ชอบมาก~” เด็กชายภูผาตอบรับด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข สายตาเป็นประกายไม่ละจากของเล่นในมือ แม้แต่เค้กก็ไม่สนใจอีกแล้ว
เชอรีนปล่อยให้ลูกจมอยู่กับของเล่นอย่างสนุกสนานหลงลืมความเสียใจก่อนหน้าไปให้หมด เฝ้าดูความสุขที่เติมเต็มและใช้เงินแลกมาให้ ส่วนในเรื่องความรักความใส่ใจ แม่คนนี้ก็จะมีให้ลูกตลอดไปอย่างที่เคยเป็นมาไม่เปลี่ยนแปลง
ส่วนพ่อที่พึ่งเข้ามามีบทบาทในเวลาไม่กี่เดือน...
หลังจากหมดเวลาสนุกที่กำหนดไว้เชอรีนก็พาลูกชายเข้าห้องนอน มีหุ่นยนต์ตัวใหม่อยู่ข้างๆ ไม่ห่างกาย เธอจูบลงหน้าผากของลูกชายที่หลับไปแล้ว
“ฝันดีนะครับ” บอกเสียงเบาก่อนจะลุกออกจากห้องนอนที่พึ่งได้เริ่มแยกก็ตอนที่มาอาศัยสถานที่แห่งนี้
ที่ที่เพียบพร้อมไปด้วยทุกอย่าง ยกเว้นสิ่งที่ควรจะมี
แกร็ก!
ประตูห้องถูกเปิดออกมาในเวลาเกือบห้าทุ่ม พร้อมกับร่างสูงเจ้าของเงินที่ซื้อห้องหลังนี้ให้เธออาศัยอยู่กับลูกชายมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
ดวงตาสองคู่หันมาสบประสานกันแต่ต่างความรู้สึกอย่างสิ้นเชิง
คนหนึ่งผิดหวัง ส่วนอีกคนยังคงเย็นชาเหมือนเดิม
“คุณบอกว่าจะมา” สุดท้ายก็เป็นเธอที่ออกปากพูดกับเขาก่อน
เธอบอกเขาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าวันนี้วันคล้ายวันเกิดลูก และเขาก็ตอบรับแล้วบอกจะแวะมา ทำให้เธอได้บอกเล่าให้ลูกชายฟัง และเจ้าตัวเล็กก็ดีใจมาก
แต่สุดท้ายก็รอเก้อ
“ฉันไม่ได้ว่างขนาดนั้นหรอกนะ” คำตอบเย็นชาไร้เยื่อใยดังขึ้นให้อีกฝ่ายรับรู้
เขารับปากว่าจะมาก็จริง แต่หากมีเรื่องอะไรที่สำคัญกว่าแทรกเข้ามา เขาก็ต้องไปจัดการตรงนั้นก่อน งานบริษัท งานสนาม เพื่อนฝูง รวมถึงลูกสาวของเขา
“คุณก็ไม่น่ารับปากให้ฉันบอกลูก” ถ้าเขาไม่ตอบรับเธอก็ไม่กล้าพูดออกไป แต่เพราะเขาพูดออกจากปากตัวเองเธอถึงกล้ามั่นใจ
“ก็แค่วันเกิด แล้วลูกเธอร้องไห้มีปัญหาหรือไง”
“ก็แค่วันเกิด” เธอยกยิ้มหยันกับคำพูดที่ออกจากปากของเขา
ถ้าแค่วันเกิดจริงแล้วทำไมตอนวันเกิดลูกสาวของเขาถึงได้จัดยิ่งใหญ่อลังการขนาดนั้น ความทรงจำของปีที่แล้วในโซเชียลฯ ที่เธอได้เห็น สิ่งที่เธอรับรู้มาแม้จะพึ่งได้เข้ามาในสถานะแม่ของลูกเขาก็ตาม
แต่พอเป็นลูกชายของเธอที่เกิดจากเขาเหมือนกัน มันกลับเทียบไม่ได้กับลูกสาวอีกคนที่เกิดจากผู้หญิงที่เขารักอย่างนั้นเหรอ
“ช่างเถอะค่ะ ต่อไปฉันจะระวังคำพูดให้มากกว่านี้” ในเมื่อพูดไปก็มีแต่เธอเป็นฝ่ายผิด งั้นเธอก็ต้องยอมปล่อยผ่านไป
เธอไม่ได้มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรมากมายอยู่แล้วนอกจากทำแทนลูกในบางเรื่อง แต่ก็ใช่ว่าจะได้ทุกอย่างที่ควรจะเป็น
ยังไงเขาก็พึ่งรับรู้ว่าตัวเองมีลูกชายอีกคน มันไม่แปลกถ้าเขาจะไม่รู้สึกผูกพันเอ็นดูในระยะเวลาแค่ไม่กี่เดือนมานี้
เธอต้องให้เวลาเขา และมันน่าจะคุ้มค่ากับความเปลี่ยนแปลงที่แลกมาด้วยความสะดวกสบายและอนาคตที่ดีของลูก... ใช่ไหม?
