ใต้อาณัติของขุนเขา

72.0K · อัพเดทล่าสุด
Dark Memories
38
บท
832
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

แม้จะรู้ดีว่าทางเลือกนั้นอาจไม่ถูกต้อง แต่หากมันเป็นทางเลือกเดียวที่ทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ มันก็ย่อมดีกว่าไม่มีทางเลือก ไม่ใช่เหรอ... แต่สุดท้ายผลของการกระทำก็มักส่งผลให้ถูกตัดสิน เหมือนกับเธอที่เคยถูกซื้อได้ด้วยเงินแล้วพลาดท้อง สำหรับเขาเธอจึงไม่มีทางเป็นอะไรไปได้มากกว่าแม่ของลูก และลูกที่เกิดจากผู้หญิงตีราคาอย่างเธอก็พลอยให้ถูกเมินเฉยไปด้วย

นิยายรักโรแมนติกประธานคนในใจแม่เลี้ยงเดี่ยวคู่นอนคืนเดียวตั้งครรภ์มีลูกดราม่าพึ่งพาตัวเองโรแมนติก

ตอนที่1 ทางเลือก

ตอนที่1 ทางเลือก

แม้จะรู้ดีว่าทางเลือกนั้นอาจไม่ถูกต้อง

แต่หากมันเป็นทางเลือกเดียวที่ทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้

มันก็ย่อมดีกว่าไม่มีทางเลือก ไม่ใช่เหรอ...

ภายในคลับหรูที่มีบริการครบวงจรอำนวยให้แก่นักท่องราตรีกระเป๋าหนัก เหล้าบาร์และนารี รวมถึงห้องพักรองรับผู้ต้องการบริการเสริม นั่นเลยทำให้มีผู้ดูแลแต่ละส่วนอย่างชัดเจน

“แน่ใจนะว่าจะรับแขก” หญิงวัยกลางคนที่ดูแลหญิงงามของสถานบันเทิงถามอีกฝ่ายเพื่อความมั่นใจ หากเป็นคนอื่นเธอไม่ถามย้ำ แต่พอเป็นเด็กสาวรายนี้เธอต้องการคำตอบที่ชัดเจน

“ค่ะ” คำตอบหนักแน่นที่ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดียืนยันออกไป

การขึ้นเตียงกับใครสักคนแลกเงินไม่ใช่เรื่องผิด คนซื้อเต็มใจจ่าย คนขายเต็มใจรับ ถือว่าวินวินทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครได้ใครเสีย ส่วนเรื่องของศักดิ์ศรีเก็บไว้ให้เป็นเรื่องสำหรับคนมีทางเลือกมากมายก็พอ

“ถ้ามั่นใจเดี๋ยวเจ๊จัดการให้...”

“เห็นแก่เธอเป็นเด็กดี เจ๊จะหาแขกดีๆ กระเป๋าหนักๆ ให้ก็แล้วกัน” เมื่อเด็กต้องการก็ไม่ขัด ทุกคนบรรลุนิติภาวะกันหมดแล้ว คิดเลือกตัดสินใจเองได้ และมีเหตุผลความจำเป็นเป็นของตัวเอง

“ขอบคุณค่ะ” เชอ หรือ เชอรีน ยกมือขึ้นไหว้ความกรุณาที่อีกฝ่ายมีให้เธอ

ไม่ใช่ไม่กลัว แต่ถ้ามัวแต่กลัวแล้วจะเอาอะไรกิน หากร่างกายทำเงินและชีวิตได้ มันนับว่าคุ้มแล้วไม่ใช่เหรอ

สุดท้ายทางเลือกของเธอเองก็นำตัวและจิตวิญญาณมาอยู่บนเตียงกว้างภายในห้องพักที่ลูกค้าเปิด นอนมองฝ้าด้วยหัวใจที่บีบรัด แม้ผ่านความหนักหน่วงมาก่อนหน้าแต่เธอกลับไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ หันมองใบหน้าของลูกค้าที่ซื้อบริการยามเมาหลับข้างกายท่ามกลางแสงสลัวภายในห้อง จดจำได้ทุกสีหน้าและน้ำเสียงหอบหายใจหนักของเขายามขยับโยกอยู่บนกายเธออย่างบ้าคลั่ง

ยกยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าแล้วออกจากห้องนี้ไป เพราะมันจบแล้ว ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดไว้ขนาดนั้น

“ค่าตัวเธอ” เมื่อตรงมาหาเจ๊เพื่อจะลากลับ ซองเงินก็ถูกยื่นให้

“ขอบคุณค่ะ” เงินที่เธอทำงานแลกมา ไม่มีอะไรต้องละอายที่จะรับไว้

เปิดดูด้านในเห็นว่าเงินฟ่อนหนาก็ดีใจไม่น้อย

“เจ๊ดิวราคาพิเศษให้ บวกค่าครั้งแรกของเธอลงไปด้วย” เลยได้เงินค่อนข้างหนา ลูกค้าพอใจจะจ่าย สะดวกใจอย่างมากด้วย

“ขอบคุณค่ะ” ได้มากกว่าที่คาดคิดไว้ รู้สึกลบล้างความว้าวุ่นหนักอึ้งในหัวใจได้เกือบหมด

“กลับไปพักเถอะ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่ารับงานนี้อีก เจ๊ไม่อยากให้เธอทำหรอกนะ” มุมมองภายในก็ปกติ สิทธิ์ของเจ้าตัว

แต่ภาพรวมภายนอกคนดูถูกเยอะ ตัดสินเป็นผู้หญิงไม่ดีรักสบาย ซึ่งกับบางคนไม่เหมาะจะอยู่ในจุดที่ความกดดันสูง

“ขอบคุณนะคะ” ยกมือไหว้อีกครั้งที่อีกฝ่ายเอ็นดูเธอไม่น้อย ออกจากคลับแห่งนี้ไปด้วยความรู้สึกที่พยายามปล่อยวางทุกอย่างในวันนี้

เงินที่ได้มาถูกใช้อย่างเกิดประโยชน์ นำมารวบรวมกับเงินเก็บอันน้อยนิดจ่ายค่ารักษาพยาบาลของแม่ผู้ให้กำเนิด

แต่ถึงอย่างนั้น คำพูดของหมอก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคาดหวังอยากได้ยินนัก

“คนไข้ไม่ตอบสนองการรักษาเท่าที่ควร หมออยากให้ทำใจเผื่อไว้นะครับ”

ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกกับคำว่าทำใจเผื่อไว้ แต่หากมีแค่เปอร์เซ็นเดียว มันก็นับว่ามีความหวังไม่ใช่หรือไง

“ค่ะ” เธอเข้าใจทุกอย่าง เพราะแม่ของเธอตรวจเจอระยะสุดท้ายแล้ว รักษาประคองอาการตามกำลังทรัพย์มานาน กว่าจะได้เงินก้อนรักษาใหญ่ก็ไม่รู้กินเวลาไปเท่าไหร่

ก็ได้แค่หวังว่าสุดท้ายแล้วอย่างน้อยก็ขอให้ดีขึ้นสักนิด หรือยื้อเวลาต่อไปอีกสักหน่อย มันก็นับว่าดีและคุ้มค่าที่สุดแล้วจริงๆ

ชีวิตยังต้องสู้ต่อไป ไม่ว่าจะเจออะไรผ่านสิ่งไหนมา แต่ก็ยังคงเหลือลมหายใจให้ก้าวต่อ พนักงานร้านอาหารคือหน้าที่หลัก พนักงานร้านคาเฟ่คือพาร์ทไทม์ ชีวิตเธอเข้มแข็งกว่าที่คิดไว้และจะรู้ตัวได้ หากไม่เผชิญกับปัญหาและความกดดัน ก็ไม่รู้ตัวเลยว่าผู้หญิงก็อึดมากเหมือนกัน

วันๆ วนอยู่ลูปเดิม ตื่นเช้าทำงานจนถึงเย็น แวะไปเยี่ยมหาแม่ประมาณชั่วโมงก่อนจะเข้างานเป็นพนักงานเสิร์ฟในคลับต่อ เงินที่ได้แต่ละวันเหมือนจะมากหากไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร แต่กลับกลายเป็นคนกระเป๋าแบนเพราะทุกอย่างต้องรับผิดชอบเองลำพัง

เธอแค่วัยยี่สิบสอง อีกแค่เทอมกว่าจะเรียนจบ แต่กลับต้องดรอปเรียนในเทอมสุดท้ายหลังแม่อาการทรุด ทำใจไม่ได้ที่จะประวิงเวลา ที่ผ่านมาเลยไม่ได้มีวุฒิปริญญาหางานประจำที่ควรจะได้เงินหรือสวัสดิการมากกว่าพนักงานเสิร์ฟตอนกลางวัน

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยย่อท้อ เหลือกันอยู่สองคนหากปล่อยมือใครไปง่ายๆ ก็ต้องโดดเดี่ยว แม่ทำหน้าที่ของตัวเองมาตลอด เธอก็อยากทำหน้าที่ลูกอย่างสุดความสามารถด้วยเหมือนกัน

และสุดความสามารถของเธอ มันคงจบลงตรงนี้...

“หมอขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เรายื้อคนไข้ไว้ไม่ได้แล้ว”