ตอนที่6 แม่ของลูก
ตอนที่6 แม่ของลูก
เด็กน้อยกลับมาร่าเริงอีกครั้งเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ต่างจากผู้เป็นแม่ที่กลับมีเรื่องให้คิดหนักกว่าเก่าในเหตุการณ์วันนี้ เป็นความคิดยุ่งเหยิงวุ่นวายตีกันวุ่นจับจุดใดไม่ได้สักอย่าง
เธอไม่อยากเชื่อ ไม่กล้าคิด และไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อไป
ลูกไม่มีพ่อ คำนี้เธอได้ยินมาบ่อยๆ กับตัวเองตอนท้อง แม้แต่เธอที่ไม่เอาคำเหล่านี้มาบั่นทอนตัวเองและคุณค่าของเธอ แต่เธอก็ไม่เคยชอบเลยเวลาได้ยิน
และที่สำคัญกว่านั้น เธอเคยได้ยินมันบ่อยๆ ด้วยตัวเองในวัยเยาว์ แต่ก็โตกว่าลูกของเธอ เธอจะโชคดีกว่าที่เธอเคยเห็นหน้าพ่อ จำหน้าพ่อได้และรับรู้ว่าพ่อจากไปอย่างน่าเศร้าด้วยอุบัติเหตุ แต่ถึงอย่างนั้น เด็กวัยสิบกว่าขวบที่ภูมิคุ้มกันยังไม่มากพอ เวลาต้องกรอกประวัติอะไรที่เกี่ยวครอบครัว มันก็เจ็บปวดไม่น้อยที่เขียนได้แค่ชื่อพ่อ แต่สถานะกลับอยู่ในความตาย
แล้วลูกของเธอล่ะ เด็กน้อยไร้เดียงสาที่กำลังเติบโตขึ้น อีกไม่นานก็ต้องเข้าสู่สังคม พบเจอเพื่อนฝูง ความคิดความรู้สึกก็จะมีมากกว่านี้ ความสงสัยก็คงมีไม่น้อย แล้วยิ่งมีตัวอย่างให้เห็น มันคงเป็นสถานการณ์ที่แย่กว่าวันนี้เป็นแน่
‘แม่ขอโทษนะ’ เชอรีนนั่งมองหน้าลูกชายที่หลับกลางวันด้วยความรู้สึกผิด
ชีวิตเธอที่ไม่เพียบพร้อมคนเดียวไม่พอ ยังทำให้ลูกชายของตัวเองขาดหลายสิ่งหลายอย่างไปด้วย
สังคมหลากหลายชนชั้น อีกแห่งอาจจะแออัดไม่เจริญหูเจริญตา แต่ก็มักจะมีอีกสถานที่ที่หรูหราโอ่อ่าน่าอยู่
เหมือนห้องทำงานบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างกาญจนโชติ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ ทั้งคอนโด และคอมมูนิตี้มอลล์
“พ่อค๋า~” ร่างเล็กดึงมือตัวเองออกจากผู้เป็นย่าทันทีที่เห็นหน้าผู้เป็นพ่อ พร้อมกับร่างป้อมของเด็กหญิงวัยสามขวบกว่าที่วิ่งเข้าไปยังหลังโต๊ะตัวใหญ่ที่พ่อนั่งอยู่
“ทำไมหน้าตามอมแมมแบบนี้คะ” น้ำเสียงเรียบนิ่งของรองประธานอย่าง ขุน หรือ ขุนเขา ยกร่างของลูกสาวขึ้นอุ้มนั่งตัก นิ้วเรียวยาวเกลี่ยแก้มนุ่มที่เปื้อนไปด้วยน้ำตา
“ไม่ค่อยสบายเลยงอแงหาแต่เรา” คุณยุวเรศ ผู้เป็นย่าทิ้งตัวนั่งโซฟาบุหนังอย่างดีก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างสงสารหลานไม่น้อย
“กินนมหรือยัง” เบื้องหน้าคือผู้ชายนิ่งขรึม แต่เวลาอยู่กับลูกสาวอย่าง เด็กหญิงของขวัญ ขุนเขากลายเป็นคนอ่อนโยนราวกับคนละคน
“กินแล้วค่า” เสียงเล็กตอบกลับขณะออดอ้อนอยู่ในอกผู้เป็นพ่อ
“งั้นนอนนะ เดี่ยวพ่อทำงานก่อน” มือแกร่งข้างหนึ่งประคองร่างเล็กไว้แนบอก ฝ่ามือตบก้นเบาๆ สายตาจดจ้องไปที่แฟ้มงาน มืออีกข้างคอยเปิดและเซ็นทุกอย่างอย่างไม่เป็นอุปสรรค
คุณยุวเรศได้แต่ถอนหายใจกับสิ่งที่ลูกชายทำ คนที่ดื้อดึงที่สุดในชีวิตเธอคงไม่พ้นขุนเขา คนที่ดื้อเงียบเหมือนจะว่าง่ายแต่หากปฏิเสธก็ไม่สามารถบังคับอะไรได้เลย
“มันนานแล้วนะขุน” อดไม่ได้จะพูดกับลูกชายอีกครั้ง
“ถ้าจะพูดเรื่องนั้นผมบอกไปหลายครั้งแล้ว” แค่เกริ่นออกมาก็รู้แล้วว่าแม่จะพูดอะไร
“เราอายุเท่าไหร่แล้ว” ปีนี้ก็สามสิบสามไปแล้ว จะประวิงเวลาไปเพื่ออะไร
“ลูกก็มีแล้วนี่ครับ”
“แต่เราก็รู้...”
“แม่ครับ” ใบหน้าเรียบนิ่งเงยขึ้นสบกับมารดา
อะไรควรพูดไม่ควรพูด และไม่จำเป็นต้องพูดด้วยซ้ำ
“มีอีกคนจะเป็นอะไร” ในเมื่อพูดสิ่งที่อยากพูดไม่ได้ ก็มีอีกอย่างที่อยากพูดและพูดแทนได้เหมือนกัน
“ผมขอทำงานนะครับ” เป็นการปฏิเสธแบบตรงๆ เลยว่าไม่คุยเรื่องนี้
ร่างสูงก้มหน้าทำงานของตัวเองต่ออย่างไม่ต่อบทสนทากับผู้เป็นแม่ ทำให้คุณยุวเรศขัดใจไม่น้อย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก่อนประตูจะเปิดออกมาพร้อมกับหญิงสาวร่างระหงใบหน้าสวยงามเพียบพร้อม
“สวัสดีค่ะคุณป้า” พลอย หรือ น้ำพลอย ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่สนิทอย่างนอบน้อม
พ่อของเธอคือหนึ่งในหุ้นส่วนบริษัทแห่งนี้ เธอเข้ามาทำงานหลังจากเรียนจบระดับปริญญาโทจากต่างประเทศ และคนที่คุณยุวเรศหมายปองอยากได้เป็นสะใภ้ อีกทั้งผู้ใหญ่ต่างก็มีการพูดคุยทาบทามปากเปล่ากันมาตลอด
แต่จนตอนนี้ลูกชายของเธอก็ยังค้านหัวชนฝาไม่เลิก
“เจอกันกี่ครั้งก็สวยขึ้นตลอดเลยนะลูก” คุณยุวเรศหยอกล้อหญิงสาวขึ้นด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
“คุณป้าก็ยอพลอยเกินไปค่ะ...”
“ว่าไงคะสาวน้อย ไม่เจอกันนานคิดถึงอาพลอยไหม” ยิ้มหวานก่อนจะเดินไปวางแฟ้มลงที่โต๊ะทำงานของท่านรองประธาน ชะโงกหน้าส่งยิ้มให้สาวน้อยในอ้อมแขนของเขาที่มองเธอตาปรือแต่ไม่ยอมหลับ
“ไม่ค่อยสบายเลยงอแงมาหาพ่อแกน่ะ...”
“ป้าบอกให้รีบแต่งแม่ให้ลูกก็เอาแต่บอกอยากทำงานไปก่อน” ผู้เป็นแม่ทั้งเปรยทั้งกดดันไปในตัว หวังให้คำพูดของเธอมีสักครั้งที่ลูกชายตอบรับ
“พี่ขุนก็บ้างานแบบนี้ตลอดนั่นแหละค่ะ” น้ำพลอยตอบรับด้วยรอยยิ้ม ปรายตามองชายหนุ่มผู้หล่อเหลาเล็กน้อยอย่างรู้จักวางตัว
เธอเองก็ชื่นชอบและชื่นชมในตัวเขา รับรู้ถึงการวางตัวของผู้ใหญ่มาตลอด ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งจะได้ยินคำตอบชัดเจนว่าทุกอย่างจะดำเนินตามครรลองในที่สุด
แต่จนแล้วจนรอดก็ยังคงไม่มีความคืบหน้า
“หนูพลอยเข้าใจพี่เขาดีจริงๆ” พูดด้วยรอยยิ้ม มองลูกชายอีกครั้งหวังให้เห็นความเพียบพร้อมของหญิงสาวตรงหน้า
“.....” ขุนเขาได้ยินเต็มสองหูแต่ทำทวนลมเหมือนไม่รับรู้อะไร
การพูดถึงเรื่องแต่งงานกับบุคคลที่ถูกวางตัวไว้ มันยิ่งเป็นเรื่องที่เร่งรัดเขามากกว่าเก่า
แต่ถึงอย่างนั้น ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม เพราะเขายังไม่พร้อมจะเปิดใจให้ใคร
โดยเฉพาะยังมีการรอแม่ของลูกกลับมา...
