บท
ตั้งค่า

4# เด็กในบ้าน

“อุ้มทานอะไรหรือยังไปดูวิวแม่น้ำเจ้าพระยาตรงโน้นกันไหม รับรองได้ว่าอุ้มจะต้องชอบ” วีรภัทรเอ่ยชวนในจังหวะที่เพียงขวัญกำลังเบื่อพอดีเพราะหลังจากที่พิธีเปิดงานเสร็จคุณหญิงอารดาจะต้องคอยรับแขกที่แวะเวียนเข้ามาพูดคุย ทำให้เพียงขวัญได้แค่นั่งนิ่งจิบน้ำหวานแก้เบื่อ

“ไปค่ะพี่วี อุ้มกำลังเบื่อพอดีค่ะ” เพียงขวัญลุกขึ้นเดินตามวีรภัทรไปติดๆ โดยมีสายตาคมกริบอีกคู่ที่กำลังมองตามหลังเธอไป

สายน้ำสีดำมืดทอดตัวยาวออกไปจนสุดลูกหูลูกตา ดวงไฟระยิบระยับและสายลมเย็นจากแม่น้ำใหญ่ใจกลางกรุงเทพโชยมาปะทะร่างบางจนผมยาวนุ่มสลวยปลิวไสวไปตามแรงลม วีรภัทรยกมือถือขึ้นมาเก็บภาพนั้นเอาไว้

“อุ้ม” เสียงวีรภัทรเรียกทำให้เพียงขวัญหันกลับมามองเขา มือเรียวกดชัตเตอร์บนมือถือพร้อมเสียงหัวเราะที่สามารถหลอกล่อให้เธอหันกลับมาแล้วเก็บภาพสวยๆ ของเธอได้สำเร็จ

“พี่วี! ถ่ายทำไมคะ อุ้มน่าเกลียดแน่ๆ เลย ลมพัดลมยุ่งหมดแล้วค่ะ แถมหน้าก็มันด้วย” เพียงขวัญเอ่ยประท้วงพร้อมทำหน้างอแงใส่เขา

“ต่อให้อุ้มหัวยุ่งกว่านี้ แถมหน้ามันกว่านี้ก็ยังสวยอยู่ดี”

วีรภัทรเอ่ยชมพร้อมกับยื่นมือถือให้เพียงขวัญแล้วขยับเข้าไปใกล้เธออีกหน่อยเพื่อดูรูปในมือถือไปด้วยกัน เพียงขวัญเลื่อนดูรูปในมือถือที่เขาแอบถ่ายเธอไปทีละรูป

“ถ่ายตอนไหนคะเนี่ย พี่วีถ่ายรูปเก่งมากเลยค่ะ”

“ดูสิคะ จากคนน่าเกลียดผมก็ยุ่งยังถ่ายออกมาให้สวยได้” เพียงขวัญหัวเราะออกมาพร้อมยื่นมือถือให้วีรภัทรดูรูปที่เขาถ่ายไว้

“นางแบบสวยถ่ายยังไงก็สวยครับ” วีรภัทรบอกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เขาก็แค่พูดความจริงเพียงขวัญคือผู้หญิงที่สวยและน่ารักจนเขาอยากแวะไปหาเธอที่บ้าน หากแต่เพียงเกรงใจคุณหญิงอารดาเขาจึงได้แค่เพียงรอโอกาสที่เหมาะสม

“จะกลับบ้านได้หรือยัง!” น้ำเสียงทุ้มดุดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้สองหนุ่มสาวที่กำลังยืนชิดใกล้ดูรูปในมือถือเครื่องเดียวกันต้องหันกลับไปมองที่ต้นเสียง

“กูเห็นมึงให้สัมภาษณ์อยู่ก็เลยชวนน้องอุ้มมาดูวิวแม่น้ำแก้เบื่อ” วีรภัทรหันกลับไปมองเพื่อนพร้อมหัวเราะอย่างคนอารมณ์ดี

“แล้วนี่มึงเป็นยังไงบ้างไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี โครงการรีสอร์ตที่พัทยาของมึงไปถึงไหนแล้ว” ธาวิณณ์เอ่ยถามพร้อมเดินออกไปยืนรับลมเย็นที่โชยมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาเบื้องหน้า

“จะเปิดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี่แหละ มึงอย่าลืมแวะไปนะ ส่วนตัวสุดๆ แบบที่มึงชอบเลย”

“มึงอยากพาผู้หญิงไปกี่คนก็ได้ กูรับรองได้ว่าจะไม่เป็นข่าวอย่างแน่นอน” วีรภัทรกระซิบบอกธาวิณณ์เพราะไม่อยากให้เรื่องลับๆ แบบผู้ชายได้ยินเข้าหูเด็กสาวที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่มาก

“อือ น่าสนใจ แต่กูคงยังไปไหนไม่ได้ไปอีกพักใหญ่”

“มึงก็รู้ว่าตอนนี้งานโรงพยาบาลกำลังอยู่ในช่วงยุ่งยาก ฝั่งทินภัทร กรุ๊ปกำลังจะขายหุ้นโรงพยาบาลออก” ธาวิณณ์พูดเสียงเครียดกับวีรภัทรทว่าสายตาคมกลับจ้องมองไปที่ร่างบางที่ยืนหันหลังให้เขา

บางเรื่องที่เขาวางแผนไว้แต่แรกก่อนที่จะกลับมาเมืองไทยเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการขายหุ้นของโรงพยาบาลของผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นอันดับสองของโรงพยาบาล ไตรรัตน์ จำกัด (มหาชน) จะไม่เกิดขึ้นหากเขาแต่งงานกับ นีน่า นิลยา ทินภัทร ลูกสาวคนเล็กของทินภัทร กรุ๊ป หากแต่เมื่อกลับมาถึงบ้านแผนที่วางไว้กลับดูไม่สมเหตุสมผล

“น้องอุ้มโคตรน่ารัก กูจะจีบ มึงช่วยกูหน่อยสิบูม”

“มึงว่าไงนะ!” ธาวิณณ์หันกลับมาถามพร้อมน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดโดยไม่รู้ตัว

“กูบอกว่า…กูจะจีบน้องอุ้ม มึงเห็นว่าไงวะ” วีรภัทรบอกเพื่อนไปอย่างชัดถ้อยชัดคำอีกครั้ง

“มึงจะบ้าเหรอ เด็กนั่นยังเรียนไม่จบเลย” ธาวิณณ์ตอบเพื่อนกลับไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดอีกครั้ง

“กูรู้แล้วว่าน้องอุ้มยังเรียนอยู่ แต่กูก็ไม่ได้ว่าจะขอน้องแต่งงานตอนนี้เสียเมื่อไหร่ล่ะ กูรอได้” วีรภัทรบอกเขาอีกครั้งพร้อมหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“มึงจะรอทำไม! เสียเวลาเปล่า คุณหญิงอารดาหวงอย่างกับไข่ในหิน กูว่ามึงไปหาคนสวยๆ คนอื่นเถอะ”

เขาบอกเพื่อนออกไปโดยอ้างแม่ของเขาอีกครั้ง ก็ขนาดเขาซึ่งเป็นลูกชายแท้ๆ แม่ยังดักทางเขาไว้ตั้งแต่วันแรกที่กลับมาจากอเมริกาเลย เพราะฉะนั้นคนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้เข้าใกล้เพียงขวัญเลย

“กูว่ามึงนี่แหละหวงน้องเขา อะไรวะเจอกันแค่สองวันเอ็นดูเด็กในบ้านขนาดนั้นเลยหรือวะ” วีรภัทรถามแบบคนอารมณ์ดี

“เชี่ย! กูว่ามึงนี่พูดไม่รู้เรื่อง กูไม่ได้หวง กูบอกว่าแม่กูหวง!”

“เออๆ ไม่หวงก็ไม่หวง มึงแม่งดูหงุดหงิดว่ะ หลังงานจบไปคลับเฮ้าส์กันไหมวะ มีเด็กใหม่เข้ามาเยอะเลยนะมึง แจ่มๆ ทั้งนั้น” วีรภัทรเอ่ยชวนเมื่อเห็นว่าธาวิณณ์อารมณ์หงุดหงิด

ซึ่งคลับเฮ้าส์ที่วีรภัทรบอกก็คือสถานที่ผ่อนคลายสำหรับท่านชายทั้งหลายซึ่งคนที่จะเข้าไปสถานที่ดังกล่าวได้จะต้องเป็นสมาชิกวีวีไอพีเท่านั้น ซึ่งถ้าพูดกันแบบภาษาชาวบ้านก็คืออาบ อบ นวดแบบซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ คนที่จะเข้าไปใช้บริการสถานที่แห่งนั้นได้จะต้องเป็นสมาชิกและจ่ายค่าสมาชิกรายปีแสนแพง

“คืนนี้มึงไปเถอะ เอาไว้วันหลังดีกว่ากูต้องพาแม่กลับบ้าน”

ธาวิณณ์บอกเพื่อนโดยอ้างแม่ของเขาอีกครั้ง ซึ่งตัวเขาเองก็ยังรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ช่วงนี้เขาอ้างชื่อแม่ของเขาบ่อยจนน่าตกใจ

“จะกลับหรือยัง คุณหญิงให้มาตาม” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเสียงดังพอให้เธอได้ยิน เพียงขวัญจึงหันหน้ากลับมาแล้วเดินตามเขากลับไปในงานพร้อมกับวีรภัทร

“เอาไว้พี่จะแวะไปหาที่บ้านนะน้องอุ้ม จะได้แวะไปเยี่ยมคุณหญิงด้วย” วีรภัทรบอกเพียงขวัญหลังจากที่ทุกคนเริ่มทยอยออกไปจากโต๊ะ เหลือเพียงเพียงขวัญ วีรภัทรและธาวิณณ์ผู้ซึ่งใบหน้าไม่รับแขก

“เจอกันนะบูม” วีรภัทรหันมาตบไหล่ธาวิณณ์เบาๆ ก่อนจะเดินออกไปจากโต๊ะ

คุณหญิงอารดากลับไปพร้อมกับรถตู้ของท่าน ปล่อยเพียงขวัญกลับบ้านพร้อมธาวิณณ์เพราะท่านเห็นว่าทั้งคู่มาพร้อมกัน เมื่อธาวิณณ์เองก็ไม่ได้จะไปที่ไหนต่อก็เลยปล่อยให้ทั้งคู่กลับด้วยกันเพื่อที่จะให้เพียงขวัญได้ปรับตัวเข้ากับธาวิณณ์

เนื่องจากคุณหญิงสังเกตเห็นว่าเวลาที่ทั้งคู่เผชิญหน้ากันภายในบ้านเพียงขวัญมักจะหาทางหลบเลี่ยงธาวิณณ์อยู่เสมอ

สุดท้ายแล้วเพียงขวัญก็ต้องมาทำงานกับธาวิณณ์ทั้งงานที่โรงพยาบาลรวมไปถึงงานของมูลนิธิในอนาคต โดยที่คุณหญิงเองก็มั่นใจในตัวลูกชายว่าจะไม่มีเรื่องที่ทำให้เพียงขวัญเสียหาย เพราะลูกชายของเธอเองก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะสนใจในตัวเพียงขวัญเหมือนกับที่กังวลไว้แต่แรก

“คุณบูม! ปล่อยอุ้มค่ะ” เพียงขวัญพยายามดึงข้อมือตัวเองออกมาจากการเกาะกุมของเขา เพราะเธอใส่รองเท้าส้นสูงทำให้เดินไม่ถนัดเมื่อเขาดึงรั้งเธอให้เดินเร็วขึ้น

“ทำไม?! กลัววีเห็นว่าผมจับมืออุ้มเหรอ” เขาหันมาถามอย่างหงุดหงิดพร้อมกับปล่อยมือของเธอให้เป็นอิสระ

“เปล่าค่ะ”

“ออกงานกับแม่ผมบ่อยๆ คงจะได้เจอผู้ชายรวยๆ เยอะเลยสินะ”

“แค่จับมือแค่นี้ก็ทำเป็นโวยวาย ถ้าคนอื่นรู้ว่าผมทำมากกว่าจับมือ เขาจะคิดยังไงนะ” น้ำเสียงที่พรั่งพรูออกมาจากปากเขามีแต่ถ้อยคำที่หยาบคาย

“ค่ะ อุ้มได้เจอผู้ชายรวยๆ หลายคนเลย แล้วก็ดูเหมือนว่าผู้ชายเหล่านั้นก็ดูจะสนใจอุ้มเหมือนกันนะคะ” เพราะถ้อยคำที่แสนดูถูก หยาบคายซึ่งหลุดออกมาจากปากของเขาทำให้เพียงขวัญหลุดคำพูดที่ประชดประชันออกไปเช่นกัน

“แล้วผู้ชายเหล่านั้นได้ทำกับอุ้มเหมือนที่ผมทำให้อุ้มเมื่อคืนบ้างไหม เขาทำให้อุ้มเสร็จคาปากเหมือนที่ผมทำให้หรือเปล่า” เขายื่นหน้าเข้ามากระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงและถ้อยคำที่พ่นออกมาจากริมฝีปากเขามีแต่ถ้อยคำที่น่าเกลียด

“คุณบูม!!” เพียงขวัญกรีดร้องใส่เขาด้วยความโกรธส่วนเขาได้แต่หัวเราะเบาๆ เหมือนปีศาจร้ายก็ไม่ปาน

“ไปขึ้นรถ! คุณหญิงบอกให้ผมพาอุ้มกลับบ้านเร็วๆ เพราะอุ้มต้องรีบกลับไปอ่านหนังสือสอบ” นี่เขากำลังหงุดหงิดอะไรนักหนา ตั้งแต่มาถึงงานเขาก็เริ่มเห็นอะไรขวางหูขวางตาไปเสียหมด โดยเฉพาะเพียงขวัญไม่ว่าเธอจะยิ้มจะพูดหรือจะคุยอะไร เขาก็รู้สึกหงุดหงิดไปเสียทุกครั้ง

เพียงขวัญขึ้นไปนั่งในรถพร้อมใบหน้าบึ้งตึง เอียงใบหน้าออกไปทางหน้าต่างบานเล็กของรถสปอร์ตคันหรูตลอดเส้นทาง

การจราจรค่อนข้างติดขัดและความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในรถทำให้เพียงขวัญเผลอหลับไป

สายตาคมมองคนตัวเล็กที่นั่งเบาะข้างๆ หันหน้ามองออกไปด้านข้างหน้าต่างตลอดทาง เขาถอดสูทออกคลุมร่างบางที่กำลังหลับสนิทเพื่อให้ความอบอุ่นระหว่างทางกลับบ้าน

ความหงุดหงิดในระหว่างที่ยังอยู่ในงานหายไปเมื่อได้ออกมาจากบริเวณนั้น ธุรกิจของโรงพยาบาลที่เขาต้องสานต่อจากมารดาทำให้เขาค่อนข้างหนักใจ คนที่กำลังจะก้าวขึ้นไปบริหารงานโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงระดับประเทศแทนมารดากำลังทำให้เขาเคร่งเครียดจนหงุดหงิดเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าผู้คนที่คาดหวังในตัวเขาซึ่งก็คือบรรดาทีมบริหารและผู้ถือหุ้นที่มาร่วมในงานการกุศลของมูลนิธิและงานเปิดตัวประธานบริหารคนใหม่อย่างเขา

ความเคร่งเครียดเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มทันทีเมื่อรถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้านหลังใหญ่

“ถึงบ้านแล้วเหรอคะ” เพียงขวัญงัวเงียตื่นขึ้นมาหลังจากที่หลับไปเสียนาน มือเล็กหยิบสูทที่ห่มคลุมออกไปวางพาดไว้บนพนักเบาะพร้อมหัวใจที่วูบไหว อย่างน้อยเขาก็มีน้ำใจห่มผ้าให้ มือเล็กคว้าที่จับเพื่อเปิดประตูรถ

“อุ้มยังติดค้างผม” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทันทีก่อนที่เธอจะเปิดประตูรถลงไป

“เราไม่มีอะไรติดค้างกันค่ะ” เพียงขวัญตอบเขาโดยที่ไม่ได้หันหน้ากลับไปมอง

คลิ๊ก! เขากดล็อกประตูรถทันทีเมื่อเพียงขวัญพยายามเปิดประตู

“ให้พูดอีกที อุ้มเสร็จกับปากผมแล้วปล่อยให้ผมค้างมาตั้งแต่เมื่อคืน อุ้มต้องขึ้นไปหาผมที่ห้องทำงาน” เขายกมือกอดอกพร้อมยกริมฝีปากหยักได้รูปขึ้น แววตาเป็นประกายระยิบระยับเหมือนเสือที่กำลังมองกวางน้อยที่พยายามถดถอยหนีจากเขี้ยวคมของมัน

“คุณบูมเปิดประตูค่ะ! อุ้มจะลง” เสียงหวานเริ่มประท้วงเมื่อเห็นว่าเขายังไม่หยุดที่จะพูดจาน่าเกลียดกับเธอแถมยังล็อกประตูรถไว้อีก

“ภายในเที่ยงคืนถ้าอุ้มไม่ขึ้นไปหาผมที่ห้องทำงานผมจะลงมาหาอุ้มที่ห้อง” เขาบอกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพร้อมปลดล็อกประตูให้

เพียงขวัญรีบเปิดประตูรถแล้วก้าวเท้าลงก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในบ้านทันที ปล่อยให้อีกคนที่มองตามหลังหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วเดินเลี้ยวไปยังบ้านของเขาทันที

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไปใส่ชุดนอน เพียงขวัญคิดไม่ตกว่าจะขึ้นไปหาเขาที่ห้องดีหรือไม่ ถ้าขึ้นไปก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขาจะทำอะไรน่าเกลียดแบบเมื่อคืนอีก แต่ถ้าไม่ขึ้นไปก็กลัวว่าเขาจะลงมาหาที่ห้องจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่คำขู่

เพียงขวัญสวมชุดนอนแต่ไม่สามารถจะนอนได้ เพราะจิตใจกำลังว้าวุ่นผุดลุกผุดนั่งหัวใจเต้นรัวแรงเมื่อเข็มนาฬิกาบนผนังห้องนอนกำลังจะขยับไปที่เลข 12 ทั้งเข็มสั้นเข็มยาวในอีกไม่ถึง 10 นาทีข้างหน้า

เหงื่อเริ่มซึมบนฝ่ามือเล็กในขณะที่ภายในห้องนอนใหญ่อากาศจากแอร์คอนดิชันเนอร์กำลังทำงานให้ความเย็นฉ่ำกำลังสบาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel