3# ไม่อยากได้อย่างอื่น
ก๊อก! ก๊อก!
“คุณหญิงสั่งไว้ว่าให้คุณอุ้มไปเจอคุณหญิงที่งานเลี้ยงพร้อมกับคุณบูมนะคะ” เสียงของปิ่นดังมาจากด้านหน้าประตูห้องนอน ทำให้เพียงขวัญที่กำลังแต่งหน้าทำผมอยู่ในห้องนอนตัวเองถึงกับมือเท้าเย็นเฉียบ เหตุการณ์น่าอายเมื่อคืนยังคงแล่นวนอยู่ในหัวทั้งวันจนเธอเรียนหนังสือแทบจะไม่รู้เรื่อง
“อุ้มนั่งแท็กซี่ไปเองก็ได้จ้ะปิ่น” เพียงขวัญเปิดประตูห้องนอนออกไปบอกกับปิ่นซึ่งยืนรออยู่ที่หน้าประตูห้อง
“อุ๊ย! คุณอุ้มสวยมากเลยค่ะ แต่คุณบูมเป็นคนให้ปิ่นมาบอกคุณอุ้มเองค่ะว่ารออยู่ที่รถ” ปิ่นเอ่ยชมเธอพร้อมกับมองเธอด้วยความสายตาชื่นชมแล้วเดินกลับออกไป
เพียงขวัญสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมอีกครั้งก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าถือใบเล็กราคาแพงที่คุณหญิงมอบให้เธอเป็นของขวัญสำหรับใช้เวลาที่จะต้องไปงาน
สายตาคมมองไปยังร่างบางที่กำลังเดินออกมาจากประตูบ้าน เจ้าของใบหน้าและเรือนร่างสวยซึ่งทำให้เขานอนไม่หลับอยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าอ่อนปักคริสตัลประดับระยิบระยับเต็มช่วงอก โชว์เนินเนื้ออกอิ่มออกมาให้เห็น
เอวบางรับสะโพกผายกลมกลึง ท่อนแขนเรียวงามที่เปลือยเปล่า ทำให้เลือดในกายเขากลับมาสูบฉีดอีกครั้งหลังจากที่ได้ลิ้มรสหวานหอมเมื่อคืนก็ยิ่งทำให้เขานอนไม่หลับ ถึงแม้จะใช้วิธีธรรมชาติบำบัดให้ร่างกายเสร็จสมด้วยตัวเองไปแล้วแต่ความปวดหน่วงตรงนั้นก็ยังไม่หายไป
“อุ้มไปแท็กซี่เองก็ได้ค่ะ” เพียงขวัญเปิดประตูรถสปอร์ตคันหรูแล้วก้มตัวลงต่ำเพื่อบอกเขาซึ่งนั่งรออยู่ในรถ
“คุณหญิงสั่งลูกชายของท่านไว้ว่าให้พาเด็กของท่านไปที่งานด้วย แล้วเด็กของท่านกลับจะไปงานด้วยแท็กซี่แทน ผมต้องบอกคุณหญิงเรื่องนี้ยังไงดี” เขาถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย
เพียงขวัญก้าวขึ้นไปนั่งในรถคู่กับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้เมื่อเขาใช้ชื่อคุณหญิงขึ้นมาอ้าง หัวใจเต้นโครมครามเมื่ออยู่กับเขาสองต่อสอง
รถสปอร์ตคันหรูแล่นไปบนท้องถนนที่คลาคล่ำไปด้วยแสงจากไฟของรถยนต์ เสียงเพลงแผ่วเบาดังจากเครื่องเสียงชั้นดีที่เปิดไว้พร้อมแอร์เย็นฉ่ำภายในห้องโดยสารที่แสนคับแคบและอึดอัดสำหรับคนตัวเล็กที่นั่งเอียงตัวออกมาแนบชิดกับประตูรถเพื่อจะได้อยู่ห่างจากเขาให้มากที่สุด
“เมื่อคืนอุ้มทำให้ผมนอนไม่หลับ” เขาเอ่ยถึงเรื่องที่เธอกลัวที่สุด กลัวว่าเขาจะพูดถึงเรื่องเมื่อคืนเมื่ออยู่กับเขาสองต่อสอง แต่สุดท้ายเขาก็พูดมันออกมาจนได้
“อุ้มทำให้ผมตื่นแล้วก็ทิ้งผมไป” เขายังคงบอกเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยประหนึ่งว่าเป็นการพูดคุยถึงเรื่องลมฟ้าอากาศทั่วไป
“วันนี้เป็นวันแรกในชีวิตที่ผมอยากให้ถึงเวลากลางคืนไวๆ จะได้จูบอุ้มที่ห้องทำงานผมอีก” เขายังคงพูดต่อไปอีกด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย หัวใจเพียงขวัญเต้นแรงจนแทบจะหยุดเต้นเมื่ออยู่ๆ เขาก็แวะจอดข้างทาง
“คุณบูมจอดรถทำไมคะ” เพียงขวัญถามเขาด้วยน้ำเสียงตกใจ
“อยากจูบอุ้ม” เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้จูบลงบนหัวไหล่บางแล้วเลื่อนลงไปที่เนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นชุดราตรีเกาะอกขึ้นมา
“ไม่ได้ค่ะเรากำลังจะไปงาน คุณหญิงกำลังรออยู่ที่งานนะคะ” เพียงขวัญพยายามเบี่ยงตัวหลบทว่าด้วยเบาะรถสปอร์ตที่โอบกระชับเรือนกายไว้และสายคาดนิรภัยทำให้เธอขยับไม่ได้มากนัก
“ยังมีเวลา ขอจูบหน่อย ไม่อย่างนั้นผมจะบอกแม่ว่าอุ้มไม่อยากมางานพร้อมกับผม” คนนิสัยไม่ดีเริ่มหาเหตุผลมาข่มขู่เธอไปเรื่อย
“คุณบูม! อุ้มว่าเราต้องทำความเข้าใจข้อตกลงกันใหม่ค่ะ” เพียงขวัญบอกเขาด้วยสีหน้าจริงจัง
“ตกลงเรื่องอะไร เมื่อคืนอุ้มบอกจะให้ผมทำอะไรก็ได้” เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที สายตาคมสีนิลจ้องมองมารอฟังคำตอบ
“แต่อุ้มคิดไม่ถึงว่าคุณบูมจะหมายถึงเรื่องแบบนี้นี่คะ”
เพียงขวัญยอมรับว่าตัวเองพลาดเองที่ตกปากรับคำเขาโดยไม่ได้บอกเขาให้ชัดเจนแต่แรกว่าเธอหมายถึงเรื่องอื่นที่เขาอาจจะไหว้วานให้เธอช่วย แต่ไม่ใช่เรื่องลามกที่เขากำลังพยายามชวนเธอทำตอนนี้หรือแบบเมื่อคืน
“อุ้มคิดว่าคนที่มีพร้อมทุกอย่างแบบผมจะอยากให้อุ้มทำอะไรให้ ทำความสะอาดห้องหนังสือ? ทำงานบ้านแบบนั้นเหรอ?”
“ค่ะ อุ้มเข้าใจแบบนั้น แต่คิดไม่ถึงว่าคุณบูมจะทำแบบนั้นกับอุ้ม” เพียงขวัญเบือนหน้าหลบสายตาคมเมื่อพูดถึงเรื่องเมื่อคืน
“ผมแค่อยากเอาอุ้ม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงชัดเจนประหนึ่งว่าสิ่งที่เขากำลังขอคือการขอให้เธอเพียงแค่หยิบยื่นสิ่งของบางอย่างให้กับเขาแค่นั้น
“คุณบูม! มะ ไม่ได้ค่ะ อุ้มไม่ให้เอาค่ะ” เพียงขวัญขยับตัวถอยหลังออกไปชิดติดขอบประตูรถหรูพร้อมด้วยสีหน้าตกใจกับสิ่งที่เขาเพิ่งบอก
“ยังไม่ได้เอาตอนนี้หรอก” น้ำเสียงทุ้มบอกพร้อมโน้มตัวเข้ามาใกล้
“ตอนไหนอุ้มก็ไม่ให้เอาค่ะ” เพียงขวัญกลั้นใจบอกเขาอย่างชัดเจน เพราะไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดเหมือนเมื่อคืนอีก
“แต่ตอนนี้ถ้าไม่ให้จูบ ผมจะไม่พาอุ้มไปที่งาน” เขาบอกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สายตาคมกริบของเสือร้ายกำลังจ้องมองมาที่กวางน้อยซึ่งกำลังตัวสั่นแผ่นหลังแบนชิดติดประตูรถ
“คุณบูม!! ในหัวคุณคิดแต่เรื่องลามก! แล้วนี่เรากำลังจะไปที่งานใช่ไหมคะ” เพียงขวัญต่อว่าเขาเมื่อเห็นว่าเขากำลังทำท่าจะขับรถออกไป
“เปล่า ผมจะพาอุ้มไปที่อื่น” เขาบอกพลางเคลื่อนรถออกไปอย่างรวดเร็ว
“มะ…ไม่ได้ค่ะเราต้องไปที่งาน คุณแม่ของคุณจะทำยังไงคะถ้าเราไม่ไปที่งานตามเวลานัด” เพียงขวัญโวยวายใส่เขา ทว่าเขากลับทำหูทวนลมพร้อมกับขับรถไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเธอแม้แต่น้อย
“ก็ได้ค่ะ!”
เพียงขวัญพูดขึ้นมาอย่างเหลืออด เพราะคนที่เธอเป็นห่วงความรู้สึกมากที่สุดคือคุณหญิงอารดาผู้มีพระคุณของเธอ เธอจะต้องไปถึงงานให้ทันเวลาไม่อย่างนั้นคุณหญิงท่านคงจะเสียใจที่เด็กอย่างเธอไม่ใส่ใจกับเรื่องการรักษาเวลา
เพียงขวัญเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากผู้ชาย ร้ายกาจที่นั่งข้างๆ เธอ เขาเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวแล้วชะลอรถลงจอดบริเวณไหล่ทางที่สามารถจอดรถได้ชั่วคราว
ทันทีที่รถจอดสนิทเพียงขวัญก็นั่งนิ่ง มือเล็กกำเข้าหากันแน่นแล้วหลับตาลง รอให้เขาเข้าหาแล้วอยากทำอะไรกับเธอก็แล้วแต่เขา ทว่าเขากลับไม่ได้ขยับเข้ามาหาเธอเหมือนตอนแรก
“อุ้มต้องเป็นฝ่ายจูบผม” น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นอย่างหน้าตาเฉย เพียงขวัญแทบอยากจะกรี๊ดออกมาด้วยความคับแค้นใจอยากจะหันไปทุบคนลามกที่นั่งมองเธอด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
แต่ถึงเธอจะทำไปแบบนั้นก็ยิ่งจะเป็นการยืดเยื้อขยายเวลาให้คนแบบเขาสรรหาสารพัดเหตุผลเมื่อให้เธอยินยอมเขาอยู่ดี มือเล็กปลดสายรัดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วขยับเข้าไปใกล้
แต่อยู่ๆ ฝ่ามือหนาก็ยื่นมาวางบนท้ายทอยซึ่งปกคลุมไปด้วยเรือนผมนุ่มสลวยคลุมไหล่พร้อมรั้งเข้าไปใกล้แล้วครอบริมฝีปากหยักได้รูปลงมา
เพียงขวัญเผยอริมฝีปากให้เขาส่งเรียวลิ้นเข้ามาตวัดเกี่ยวพันดูดดึงเรียวลิ้นเล็ก ความวาบหวามแล่นผ่านช่องท้องลงสู่กลางกายทันที
เพียงขวัญรู้สึกเกลียดตัวเองที่ร่างกายของเธอตอบสนองต่อเขาอย่างง่ายดายและรวดเร็วประหนึ่งว่ามันชอบสิ่งที่เขาทำกับเธอ
“อือ” เสียงหวานครางเบาๆ เมื่อมือหนาเลื่อนไปรูดซิปที่แผ่นหลังลง ปลดตะขอบราเซียร์แบบไร้สายออก ปล่อยให้ดอกบัวคู่งามออกมาอวดความขาวเนียนอวบอิ่มน่าสัมผัส
“คุณบูม! ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวเป็นรอยแดง” เสียงหวานร้องบอกเขาเมื่อเขาก้มลงจูบไปทั่วเนินเนื้ออวบอิ่มพร้อมขบเบาๆ ก่อนจะส่งเรียวลิ้นตวัดเกี่ยวพันเม็ดบัวทั้งสองข้างแล้วดูดมันเหมือนคนหิวโหย
“พะ พอแล้วค่ะ” เสียงหวานร้องบอกเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อความวาบหวามจากริมฝีปากและเรียวลิ้นของเขากำลังทำให้เธอปั่นป่วนไปทั่วช่องท้อง
“พอก็ได้แต่ขอจูบปากก่อน”
เพียงขวัญหลับตาหลงแล้วเผยอปากยอมให้เขาส่งเรียวลิ้นร้อนเข้ามาตวัดเกี่ยวพัน แล้วดูดเรียวลิ้นเบาๆ
“อื้อ!” ความหวาบหวามซ่านซ่าทำให้ร่างกายของเธอร้อนผ่าว กลางกายสาวเต้นตุบๆ จนปวดหน่วงทรมาน
“อือ อุ้มชอบให้ผมดูดลิ้น”
เขาบอกพร้อมหัวเราะอย่างคนกำชัยไว้ในมือ ก่อนจะติดตะขอบราเซียร์พร้อมดึงชุดเกาะอกขึ้นแล้วรูดซิปให้คนตัวเล็กอย่างชำนาญ
"อุ้มไม่ได้ชอบค่ะ!" เพียงขวัญขยับกลับมานั่งที่เบาะตัวเองอีกครั้ง หันหน้าออกไปนอกหน้าต่าง
"แต่อุ้มครางทุกครั้งที่ผมดูด ลองดูอีกที" ธาวิณณ์พูดพร้อมกับทำท่าขยับตัวเข้ามาใกล้
"คุณบูม! พะ…พอ.." ปากและสมองบอกว่าเกลียดคนแบบเขา ทว่าร่างกายของเธอกลับตอบสนองเขาเป็นอย่างดีราวกับว่ามันกำลังรอเขามาสัมผัสมันเสียอย่างนั้น
“อื้อ!” ทันทีที่เรียวลิ้นร้อนสอดเข้ามาในโพรงปากเล็กแล้วดูดดึงมันเบาๆ ส่วนอ่อนไหวระหว่างเรียวขาก็กลับมาเต้นตุบๆ ทันที เกลียดความรู้สึกดีเวลาที่เขาทำแบบนั้นกับร่างกายของตัวเอง
“ปากบอกไม่ชอบ แต่ครางเสียงสั่น” เขาหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นว่าเธอโกรธจนหน้าแดง ก่อนจะหันไปหยิบของบางอย่างที่เบาะหลัง
“ขยับมานี่หน่อย” เสียงทุ้มเรียกทำให้เธอหลุดจากห้วงความคิด
“คุณบูมมีอะไรอีกคะ!”
“ใส่อันนี้ด้วย อุ้มสวยเหมาะกับสร้อยสวยๆ” อยู่ๆ เขาก็ปากหวานใส่พร้อมกับสวมสร้อยเส้นเล็กสีทองระยิบระยับ จี้เป็นรูปตัว C มีเพชรเม็ดเล็กห้อยตรงกลางลงบนคอระหง
“หลังเสร็จงานอุ้มจะเอาไปคืนคุณบูมค่ะ” เพียงขวัญบอกเขาพร้อมขยับกลับมานั่งที่ของเธอพร้อมกับจัดสร้อยให้ลงไปอยู่ใต้เรือนผมหนานุ่ม
“ไม่ต้องหรอก ถือว่าเป็นของขวัญสำหรับเมื่อคืน”
“อุ้มทำให้ผมหายคอแห้ง” เขาบอกหน้าตาเฉยทว่าคนฟังกลับใบหน้าแดงจัดด้วยความอาย ทำไมเขาถึงพูดถึงแต่เรื่องพรรค์นั้น แถมยังพูดได้อย่างหน้าตาเฉยเสียอีก!
รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดบริเวณโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพียงขวัญขยับตัวลุกออกไปจากรถเมื่อพนักงานของทางโรงแรมเข้ามาเปิดประตูฝั่งของเธอให้
ร่างบางในชุดราตรียาวสีฟ้าอ่อนพร้อมเรือนร่างสวยระหงเดินตามหลังคุณชายธาวิณณ์ ทิวากรณ์ ลูกชายคนเดียวของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง สาวๆ ในแวดวงสังคมที่ต่างก็เฝ้ารอเจอเขาในคืนเปิดตัวในนามผู้บริหารหนุ่มไฟแรงของโรงพยาบาลชื่อดังแถมยังเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลผู้ดีเก่าแก่ของเมืองไทยอีกต่างหาก
เมื่อเข้ามาในบริเวณงาน ธาวิณณ์เข้าไปทักทายคนรู้จักที่อยู่ในงาน แสงแฟรชจากสื่อต่างๆ สาดรัวใส่ร่างสูงพร้อมเสียงฮือฮาจากนักข่าว เพียงขวัญกวาดสายตามองหาคุณหญิงอารดาทันที
เมื่อเธอมองเห็นว่าคุณหญิงนั่งอยู่ที่โต๊ะวีไอพีบริเวณหน้างานพร้อมกับคุณกรองแก้วเลขาของคุณหญิง เพียงขวัญจึงรีบเดินเข้าไปหาแล้วยกมือไหว้ทั้งสองท่านด้วยความนอบน้อม
“วันนี้อุ้มสวยมาก” คุณหญิงอารดากล่าวชื่นชมเธอพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น
“น้องอุ้ม” น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แสดงออกถึงความยินดีอย่างออกนอกหน้าของวีรภัทร ซึ่งเธอเคยเจอเขามาแล้วจากงานสังคมในคราวก่อนที่คุณหญิงมาพาเธอไปออกงานด้วย
“พี่วี! สวัสดีค่ะ” เพียงขวัญยกมือไหว้เขาพร้อมรอยยิ้มและเรียกเขาด้วยความสนิทสนมเพราะเขาเคยบอกให้เธอเรียกเขาแบบนั้นเมื่อพบกันในคราวก่อน
“คืนนี้น้องอุ้มสวยมากครับ” วีรภัทรเอ่ยชมพร้อมส่งสายตาแสดงความชื่นชมเธออย่างออกนอกหน้าจนคนถูกชมเขินอาย
“ขอบคุณค่ะ” เพียงขวัญกล่าวขอบคุณเขาพร้อมกับนั่งลงเก้าอี้ตัวที่ว่างข้างคุณกรองแก้วและวีรภัทรซึ่งสนิทสนมกับคุณหญิงเป็นอย่างดี
“แล้วนี่บูมไปไหนเสียล่ะ นี่ก็ใกล้ได้เวลาเปิดงานแล้วนะ” คุณหญิงอารดาเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองหาลูกชายหัวแก้วหัวแหวน
“นั่นสิครับผมก็รอเจอมันอยู่เหมือนกัน ไม่ได้เจอกันมาตั้งสองปีคิดถึงมันจะแย่ครับคุณหญิงแม่”
“วี! มึงมารอกูเหรอ” ธาวิณณ์แตะไหล่หนาของวีรภัทรแรงๆ พร้อมกับปรายตามองมาที่เธอในระหว่างที่เธอกับวีรภัทรกำลังพูดคุยกันพร้อมกับหัวเราะอย่างสนิทสนม
“กูรอมึงมาเป็นชั่วโมงแล้ว แม่งผู้บริหารโรงพยาบาลใหญ่นี่เล่นตัวฉิบหาย” วีรภัทรหัวเราะพร้อมลุกขึ้นยืนโอบไหล่ธาวิณณ์ด้วยความยินดี
“บูมได้เวลาเปิดงานแล้วลูก” เสียงมารดาของเขาเอ่ยขึ้น ทำให้ธาวิณณ์ต้องเดินออกไปกลางเวที เสียงที่กำลังดังเซ็งแซ่ภายในงานเงียบลงพร้อมกับทุกสายตาจ้องมองไปที่ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลาในชุดสูทสุดหรูสีน้ำเงินเข้มกลางเวที
เป็นครั้งแรกที่เพียงขวัญมองเขาในมุมที่ต่างออกไปจากผู้ชายหื่นห่ามที่เธอมองเห็นมาตลอดสองวันที่ได้พบกัน
คืนนี้เขาดูเป็นชายหนุ่มที่สุขุมและพูดจาเป็นการเป็นงานด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจและน่าฟัง เขาดูเป็นนักธุรกิจมืออาชีพทั้งการพูดจาที่ฉะฉานและบุคลิกที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและมั่นใจในตัวเอง เวลาเขาอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลต์เขาดูดี หล่อเหลาและดูมีเสน่ห์ขึ้นไปอีก
ธาวิณณ์ที่ทุกคนมองเห็นกับธาวิณณ์ที่เธอรู้จักช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
