2# ลงโทษหัวขโมย (NC18++)
หลังอาหารค่ำเพียงขวัญจะอาบน้ำเปลี่ยนไปใส่ชุดนอนลายการ์ตูนสีหวานแล้วขึ้นมายังห้องนอนคุณหญิงเพื่อนั่งอ่านหนังสือหรือเป็นเพื่อนคุยก่อนท่านเข้านอนเป็นประจำทุกคืน
“อุ้มเอาชุดที่จะใช้คืนพรุ่งนี้ขึ้นไปให้คุณบูมบนห้องหน่อยจ้ะ”
คุณหญิงอารดาบอกพร้อมกับชี้นิ้วไปยังโซฟาใหญ่ซึ่งมีชุดสูทสีดำเนื้อผ้าเรียบเนียนในซองพลาสติกวางอยู่
“ค่ะคุณหญิง”
เพียงขวัญถือชุดสูทเดินตรงไปตามทางเชื่อมระหว่างบ้านสองหลังผ่านดอกไม้สีขาวดอกเล็กที่กำลังส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทางเดิน
เป็นครั้งแรกที่เธอได้มีโอกาสเข้ามาในบ้านหลังนี้ เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาบ้านหลังนี้กำลังอยู่ในระหว่างตกแต่งครั้งใหญ่ก่อนที่เจ้าของบ้านจะกลับมาจากอเมริกาและเธอเองก็ไม่ได้มีหน้าที่ที่จะเข้ามาที่บ้านหลังนี้
ทันทีที่เพียงขวัญวางสูทลงบนโซฟาในห้องทำงานที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลเข้มอย่างสวยงามคลาสสิคดูมีรสนิยม สายตาซุกซนของเด็กสาวก็เหลือบไปเห็นตู้หนังสือซึ่งมีหนังสือเล่มหนาวางเรียงรายเต็มชั้น ทอดยาวไปตามผนังห้องหลังโต๊ะทำงานซึ่งมีโน้ตบุ๊กสีขาวบางเฉียบวางอยู่บนโต๊ะ หนังสือที่วางเรียงกันบนชั้นดึงดูดสายตาจนรู้สึกตัวอีกทีมือน้อยก็แตะสันหนังสือเรียบร้อยแล้ว
มือนุ่มนิ่มของคนชอบอ่านหนังสือเป็นนิจแตะไล้สันหนังสือเล่มหนาด้วยความหลงใหล ไล่อ่านชื่อหนังสือไปทีละเล่ม เรื่องแล้วเรื่องเล่าจนสุดชั้นหนังสือไปทีละชั้น
เมื่อชั้นหนังสือสูงกว่าระดับสายตาเธอจึงเขย่งปลายเท้าจนสุดแล้วอ่านชื่อหนังสือไปเรื่อย ๆ จนลืมสิ่งต่างๆ รอบตัวไปชั่วขณะ
เพียงขวัญใช้เวลาไปกับการไล่อ่านชื่อหนังสือไปนานจนเรียวขาเมื่อยล้าจึงต้องลงมายืนเต็มเท้า
พลันสายตาของเธอก็เหลือบไปเจอกับหนังสือที่ปกสวยหวานแตกต่างจากทุกเล่มที่วางเรียงรายกันอยู่บนชั้นหนังสือ
A Tale of Two Cities โดย Charles Dickens
เพียงเพราะความสวยหวานของสันปกสีชมพูพาสเทลตัดกับตัวหนังสือสีดำแปลกตาทำให้ร่างบางเขย่งปลายเท้าขึ้นจนสุดเพื่อหยิบหนังสือเล่มนั้นลงมาดู ทว่าเธอกลับรู้สึกหน้ามืดเพราะการใช้สายตาเพ่งมองตัวหนังสือเป็นเวลานาน
“อุ๊ย!”
ร่างบางเซถลาเข้าไปในอ้อมแขนแข็งแรงของใครบางคนที่ยื่นมารับตัวเธอไว้ก่อนที่จะล้มคะมำลงไป ดวงตากลมโตหลับลงเพื่อปรับสภาพสายตา แพขนตาหนาค่อยๆ ช้อนขึ้นเผยความงามของดวงตากลมโตที่ทอประกายสดใสสบกับดวงตาคมกริบสีนิลดำมืด หัวใจดวงเล็กเหมือนจะหยุดเต้นลงตรงนั้น เพียงขวัญเผยอริมฝีปากอิ่มแดงเล็กน้อยเพื่อสูดอากาศเข้าปาก
“คุณบูม”
“มาขโมยอะไรในห้องผม” น้ำเสียงที่เข้มดุจนคนฟังหวาดหวั่นดวงตากลมโตวูบไหวด้วยความสำนึกผิดที่เผลอเข้ามายืนตรงนี้ตั้งแต่แรก เธอควรจะเพียงแค่วางสูทไว้แล้วเดินออกไปจากห้องเสียแต่แรก
“เปล่านะคะ อุ้มไม่ได้ขโมยอะไรนะคะ” เพียงขวัญรีบบอกพร้อมขยับตัวเองออกจากอ้อมแขนของเขา มือน้อยกอดหนังสือเล่มหนาสีหวานไว้แนบอก
“หัวขโมยปากแข็ง” เสียงเข้มดุบอกพร้อมดึงหนังสือในมือน้อยที่กำลังกอดมันไว้แนบอกออกมา แล้วเอามันกลับไปเก็บที่ชั้นหนังสือเหมือนเดิม
“หึ! เด็กจากมูลนิธินี่เอง นี่คงไปขโมยของจนไม่มีคนเลี้ยงเลยต้องเข้าไปอยู่ที่มูลนิธิสินะ” เสียงเข้มบอกพร้อมกับแค่นหัวเราะ สายตาคมสีดำมืดมองมาที่เธอเต็มไปด้วยการดูถูกดูแคลน
“ถึงอุ้มจะเป็นเด็กที่มาจากมูลนิธิหรือไม่มีคนอยากเลี้ยงแต่อุ้มก็ไม่เคยคิดจะขโมยของค่ะ” เพียงขวัญน้ำตาคลอด้วยความโกรธมือน้อยกำแน่น เชิดคางขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้ามองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคมที่จ้องมองมา
“ปากแข็ง ผมจะไปบอกคุณแม่ว่าอุ้มตั้งใจขโมยของในห้องผม” สายตาคมกริบมองมาเหมือนคนหาเรื่อง มันก็แค่หนังสือเล่มเดียวแถมเธอก็ไม่ได้ขโมย แล้วเขาก็เก็บมันกลับไปไว้ที่เดิมแล้วทำไมเขายังไม่ยอมให้เรื่องนี้มันจบไป
หากแต่เมื่อเรื่องนี้มีชื่อคุณหญิงที่เธอทั้งรักและบูชาเข้ามาเกี่ยวข้อง สีหน้าและท่าทางของเพียงขวัญก็เปลี่ยนไปทันที
“อย่าบอกคุณหญิงเรื่องนี้ได้ไหมคะ คุณบูมจะให้อุ้มทำอะไรอุ้มจะยอมทำทุกอย่างค่ะ”
เสียงหวานเอ่ยขอพร้อมน้ำตาคลอ คุณหญิงอารดาท่านอุตส่าห์เมตตารับเธอมาจากมูลนิธิ ส่งเสียให้เรียนหนังสือในระดับมหาวิทยาลัยรักและเมตตาเธอเหมือนกับเป็นลูกหลานของท่าน ถ้าท่านได้ฟังลูกชายของท่านบอกว่าเธอเป็นหัวขโมยท่านจะผิดหวังในตัวเธอสักเพียงไหน
“แน่ใจนะว่าจะยอมทำทุกอย่าง” น้ำเสียงเข้มเอ่ยถามพร้อมริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มขึ้นมองมาที่เธอพร้อมใบหน้าและแววตาเป็นประกายเหมือนเสือร้ายที่กำลังเริ่มไล่ต้อนเหยื่อตัวน้อย
“อุ้มยอมทำตามที่คุณบูมต้องการทุกอย่างค่ะ”
“ทุกอย่าง?” ร่างสูงก้าวมาข้างหน้าเพียงขวัญก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับชั้นหนังสือ สองแขนเรียวยาววางลงบนชั้นหนังสือคร่อมไหล่บางทันที
หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้ กลิ่นโคโลญจ์หอมสดชื่นจางๆ ลอยออกมาจากกายแกร่งที่สวมเสื้อยืดพร้อมกางเกงนอนเนื้อนุ่ม
“ค่ะ แต่คุณบูมจะไม่บอกคุณหญิงใช่ไหมคะ” ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบกับสายตาคมด้วยแววตาทั้งหวาดหวั่นทั้งพยายามทำใจดีสู้เสือ
“ยังไม่รับปาก” เขาบอกพร้อมแววตาเป็นประกายจ้องมองมาไม่ลดละ
“ไหนคุณบูมบอกว่าถ้าอุ้มยอมทำตามที่คุณบูมบอกแล้วจะไม่ฟ้องคุณหญิงไงคะ แต่จะว่าไปอุ้มก็ยังไม่ได้ขโมยสักหน่อยแค่หยิบหนังสือนั่นลงมาดูเองค่ะ” เพียงขวัญพยายามพูดเพื่อให้เขาได้ทบทวนเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นอีกครั้ง
“ของทุกอย่างในห้องผม ถ้าผมยังไม่อนุญาตแล้วไปหยิบเองถือว่าเป็นการขโมย หรือเราจะลองไปถามคุณหญิงอารดาดูหน่อยดีไหม”
“ไม่ต้องค่ะ คุณบูมจะให้อุ้มทำอะไรคะ” เพียงขวัญรีบบอกเขาทันทีพร้อมแววตาที่หวาดหวั่นเต็มที
คุณหญิงคือแม่ของเขาส่วนเธอเป็นแค่เพียงคนอาศัยคำพูดจะไปมีน้ำหนักสู้กับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านได้อย่างไร
“ขอจูบหน่อย”
“ขะ…ขออะไรนะคะ” แก้มใสเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดด้วยความอายเมื่อเขาขอตรงๆ แบบนั้น แถมสิ่งที่เขาขอก็ไม่ได้อยู่ในสิ่งที่เธอคาดคิดไว้
“จูบได้ไหม”
“มะ…ไม่ได้ค่ะ” เพียงขวัญปฏิเสธเสียงสั่น ส่ายหน้าเร็วแรงจนผมนุ่มดำขลับปลิวสยาย พวงแก้มแดงจัดแววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังแนบชิดกับชั้นหนังสือจนถอยไปไม่ได้มากกว่านี้อีกแล้ว
“เราตกลงกันแล้วว่าอุ้มจะให้ผมทำอะไรก็ได้”
สายตาคมมองริมฝีปากอิ่มสีแดง มือเรียวจับกรามเล็กให้เงยหน้าขึ้นมาแล้วกดริมฝีปากหยักลงไปบนกลีบปากนุ่ม ออกแรงบีบกรามเล็กเบาๆ เพื่อเปิดทางให้ลิ้นร้อนเข้าไปกวาดชิมความหวานภายในโพรงปากเล็ก
ความวาบหวามซ่านซ่าจากเรียวลิ้นร้อนที่ตวัดเกี่ยวรัดกับเรียวลิ้นเล็กภายในโพรงปากนุ่มทำให้มือเล็กที่กำลังผลักแผ่นอกหนาออกห่างเปลี่ยนเป็นขยุ้มอกเสื้อเขาแน่น
“อื้อ” เสียงหวานครางออกมาเมื่อฝ่ามือหนาสอดเข้าไปใต้เสื้อนอนตัวหลวม กอบกุมบีบเคล้นอกอิ่มภายใต้เสื้อชั้นในตัวจิ๋วที่ถูกมือหนาดันมันขึ้นมาไว้เหนือดอกบัวคู่งาม
ปลายนิ้วเขี่ยวนจนส่วนยอดของดอกบัวคู่งามตั้งชันขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ถูกเขาปลุกเร้าขึ้นมา ร่างบางสั่นสะท้านจนเขาต้องเลื่อนฝ่ามืออีกข้างไปที่เอวบางแล้วรั้งเข้ามาใกล้
เสื้อยืดใส่นอนตัวหลวมถูกเขาเลิกขึ้นแล้วดึงผ่านศีรษะเล็กออกไปพร้อมกับรั้งร่างบางเข้ามาแนบชิดขึ้นไปอีก หน้าอกอวบใหญ่แนบชิดอยู่กับแผงอกหนา เสียงลมหายใจหอบสั่นจากคนตัวเล็กที่เขาไม่ยอมปล่อยให้ริมฝีปากเธอเป็นอิสระเพราะความหอมหวานจากโพรงปากเล็ก
“อื้อ! คุณบูมพอแล้วค่ะ” มือเล็กพยายามดันแผ่นอกหนาออกห่างสองมือเล็กยกขึ้นปิดดอกบัวตูมคู่งามไว้ไม่มิด แก้มสองข้างแดงจัด ริมฝีปากบวมเจ่อ ริมฝีปากหยักยกขึ้นเมื่อเห็นกิริยาน่าเอ็นดูของคนตัวเล็กตรงหน้า
ร่างบางถูกเขารวบตัวแล้วยกขึ้นนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ที่วางอยู่ใกล้กับชั้นหนังสือ แล้วโถมตัวลงมาทาบทับ ริมฝีปากร้อนครอบลงบนดอกบัวคู่ใหญ่ปลายลิ้นร้อนลากผ่านโนมเนื้อขาวเนียนก่อนจะตวัดส่วนยอดเข้าปากแล้วดูดดึงอย่างตะกละตะกลามจนความเสียวซ่านซ่าแล่นผ่านช่องท้องลงไปกลางกายสาว ฝ่ามือเล็กจิกไหล่หนาไว้แน่นแอ่นอกขึ้นตามสัญชาตญาณ
“คะ คุณบูมมันเกินคำขอแล้วค่ะ ไหนบอกขอจูบอย่างเดียวไงคะ” เสียงหวานละล่ำละลักต่อว่าเขาเมื่อริมฝีปากและเรียวลิ้นของเขาลากผ่านไปที่หน้าอกอีกข้าง อีกมือนวดคลึงฟอนเฟ้นโนมเนื้อในมือเหมือนคนหิวกระหาย
“ก็กำลังจูบอยู่นี่ไง อุ้มคิดว่าแบบนี้เขาเรียกว่าอะไร”
“ตะ แต่ตรงนั้นไม่เรียกว่าจูบค่ะ”
“อุ้มเรียกว่าอะไร ผมเรียกจูบ ผมจะจูบอุ้มทั้งตัว” เขาไม่บอกเปล่า เรียวลิ้นร้อนลากไล้ลงไปผ่านกลางอกลงสู่หน้าท้องแบนราบ มือหนาดึงกางเกงนอนขาสั้นของเธอลงเผยเนินเนื้อใต้กางเกงในตัวบาง ก่อนที่เขาจะก้มลงจูบกลีบดอกไม้ที่เปียกชื้นผ่านเนื้อผ้าบางเบาสีขาว
“คุณบูม! ตะ ตรงนั้นไม่ได้ค่ะ” เพียงขวัญร้องห้ามเขาเสียงสั่นแต่ไม่ทันเสียแล้วเมื่อเรียวลิ้นร้อนลากผ่านเนื้อผ้าบางเบาไปมา ก่อนที่มือหนาจะดันมันไปไว้ข้างต้นขาด้านในแล้วจูบลงบนกลีบดอกไม้ที่อวบอูมไร้เส้นขน
ปลายลิ้นร้อนกวาดเลียดื่มกินน้ำหวานของดอกไม้ที่สดหวาน เพียงขวัญหลับตาไม่กล้ามองภาพนั้นได้แต่เพียงหวีดคราง ผะแผ่ว สองมือขยุ้มเรือนผมนุ่มของเขาไว้แน่นปล่อยให้เขาดื่มกินความหอมหวานตรงนั้นปลายขาสองข้างจิกยันกับพื้นโซฟาหนัง
“อื้อ! คุณบูม อุ้มเหมือนใจจะขาดค่ะ” เสียงหวานคราง ผะแผ่วมือเล็กกดศีรษะเขาลงมาใกล้เพื่อหาทางไปถึงขั้นต่อไป
“อุ้มจะเสร็จ เสร็จกับปากผมเลย” เพียงขวัญได้ยินเหมือนเสียงเขาหัวเราะเบาๆ แต่ความเสียวซ่านซ่าที่กำลังเผาไหม้บริเวณนั้นเพราะริมฝีปากและเรียวลิ้นเขาทำให้เธอไม่มีเวลาสนใจ สะโพกกลมมนยกขึ้นสูงเพื่อให้เรียวลิ้นเขาเข้ามาลึกเพื่อส่งเธอไปถึงจุดหมาย ร่องกลีบดอกไม้สีแดงฉ่ำหวานเต้นตุบๆ กระตุกรัดรัวแรง เขาเร่งจังหวะลิ้นรัวเร็วส่งเธอขึ้นแตะขอบสวรรค์
ร่างบางอ่อนแรงลงเมื่อไปถึงจุดหมาย ธาวิณณ์ขยับขึ้นมาใกล้ใบหน้าสวยที่แดงจัด เพียงขวัญเบือนหน้าหลบสายตาคมด้วยความเขินอาย
“คืนนี้จูบแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้อุ้มต้องมาทำให้ผมเสร็จบ้าง”
มือหนาตรึงใบหน้าสวยให้หันกลับมามองสายตาเป็นประกายมองไปยังคนตัวเล็กที่แก้มแดงจัดพร้อมริมฝีปากบวมเจ่อ
“อุ้มจะไม่ขึ้นมาที่นี่อีกค่ะ” เพียงขวัญบอกเขาพร้อมกับดันตัวเขาออกห่างแล้วรีบหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมก่อนจะเดินออกไปทางประตูห้อง หากแค่เพียงเดินออกมายังไม่ถึงประตูห้องสิ่งที่เธอได้ยินกลับทำให้ชีวิตของเด็กสาวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“หึ! จะมาทำให้ผมค้างแล้วก็ทิ้งกันอย่างนั้นเหรอ งั้นไม่เป็นไรคืนพรุ่งนี้ผมจะลงไปหาอุ้มที่ห้องเอง”
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพียงขวัญในคืนแรกหลังจากที่เธอได้ตกปากรับคำและยินยอมที่จะทำตามสิ่งที่ลูกชายเจ้าของบ้านร้องขอ
ทุกครั้งที่มีข้อความเข้ามาในมือถือเพียงขวัญจะเป็นฝ่ายแอบขึ้นมาหาเขา ซึ่งเธอรู้สึกว่ามันปลอดภัยกว่าที่จะยอมให้เขาไปหาเธอที่ห้อง
ถึงแม้ว่าห้องนอนของเธอจะเข้าทางประตูหลังบ้านได้ โดยที่ไม่ผ่านประตูหน้าบ้าน แต่เธอก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะให้เขามาหาที่ห้องเพราะกลัวว่าในบางครั้งกิจกรรมที่เขาทำกับเธอมันจะมีเสียงดังเล็ดลอดออกมาให้ได้อายจนคนในบ้านหลังใหญ่จับได้
