3 วันคืนทะเลคลั่ง
สามปีก่อน
เดือนธันวาคมปีนั้นใบหยกแอบออกมาพบคนรักซึ่งตกลงเป็นแฟนกันได้หกเดือนกว่า เธอเจอหินผาเพราะเขาเคยเข้าช่วยเหลือเมื่อกำลังโดนโจรวิ่งราวกระเป๋าสะพายตอนเดินออกจากมหาลัยในกรุงเทพ เธอให้เงินเป็นค่าตอบแทนเพราะคิดว่าคงดีกว่าใช้เพียงคำพูดแต่ผู้ชายเงียบๆ ขรึมๆ นัยน์ตาอ่านยากคนนั้นกลับไม่รับ ขับมอเตอร์ไซน์จากไป จนกระทั่งมาเจอกันอีกแถวมหาลัย เธอไม่ขวยเขินเข้าไปทักทายทั้งที่ไม่ชอบทำความรู้จักใครก่อน คุณหนูอย่างเธอเลิกเรียนก็กลับบ้าน ทว่าตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หญิงสาวไร้เพื่อนชายก็คิดถึง ฝันถึงแต่ชายที่เพิ่งเจอ ใบหยกขำตนเองที่สุดท้ายตื้อจนได้รู้ว่าเขาทำงานใกล้ๆ มหาลัย ทั้งสองพูดคุยกันมากขึ้น ร้านกาแฟหน้ามหาลัยคือที่ประจำของเขา เธอกลายเป็นขาประจำที่นั่นทั้งที่ไม่ชอบดื่มแม้แต่น้อย ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนาเพราะความอดทนอยากรู้จักเขาของใบหยก หญิงสาวออกเดทอย่างเป็นทางการกับหนุ่มแต่งตัวปอนๆ เสื้อยืด สวมทับแขนยาวมีฮู้ด นั่นเป็นสไตน์ประจำตัวเขา ครั้งแรกที่สวนสาธารณะสาเหตุไม่อยากไปไหนกลัวจะเจอคนของพ่อ ชาคริยาไม่เคยเห็นหน้าหินผาได้แต่เตือนให้ระวังตัวและแอบขำที่เธอไปหลงรักผู้ชายต๊อกต่อย คริยาช่วยปกปิดทุกอย่างให้เป็นความลับเพราะน้องสาวต่างแม่ชอบหาความผิดให้เธอเสมอ ทั้งสองนัดเจอกันเรื่อยมา เขาดูแลเอาใจใส่เธออย่างดี อยากให้ไปไหนด้วยกันก็มีเวลาให้ตลอด เธอแปลกใจตนเองที่ยินยอมให้เขาเข้ามาในหัวใจง่ายดายแต่เวลาที่ผ่านไปทุกวันทำให้รู้ว่าคงคิดไม่ผิด เธอมีรักแรกคือหินผา ผู้ชายขยัน มีเมตตา โอบอ้อมอารีกับทุกคนที่ด้อยกว่า
อยู่บ้านแสงมรกตเจอแต่คนเห็นแก่ตัว อดเปรียบเทียบกับพี่หินผาไม่ได้ เขาชอบชวนไปทำบุญด้วยกันเสมอ นั่นคือความสุขที่เธอทำมานานแล้วเช่นกัน
ห้าเดือนหลังจากเปิดใจคบกันเธอเปิดเผยตนเองว่าคือลูกสาวของใคร พี่หินผาก็ไม่สนใจ บอกว่าจะพิสูจน์ทุกอย่างด้วยสองมือและสมอง ยังบอกให้เธอเก็บเรื่องการคบหาเป็นความลับเพราะเป็นห่วงว่าจะโดนจับแยก รอให้เขาพร้อมกว่านี้จะสร้างทุกอย่างให้ดีที่สุด ไม่ทำให้เธอขายหน้า
“แต่เราควรคบกันด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่เรื่องเงินทองนะคะ” เธอแย้งเหมือนเด็กที่ไม่ได้ดั่งใจ พี่หินผายิ้มบอกว่าให้เชื่อเขาแต่วิมานที่วาดฝันพังทลายเหมือนไม่เคยมีเรื่องราวเหล่านั้น…ความตาย การพรากจากมาเยือนเงียบเชียบ
วันนี้พี่หินผาไม่อยู่แล้ว
คำสัญญารักหายไปกับเขา
วันนั้นเวลากลางคืนฟ้าฝนคะนองทั่วเกาะสวยแห่งอันดามัน ใบหยกกลับบ้านช่วงปิดเทอม มีนัดกับหินผาทุกวันแต่วันนี้ออกไปไม่ได้เพราะพ่อเข้ามาค้างกับแม่และชวนแม่ออกไปข้างนอกตอนเช้าตรู่ของวันถัดไป เธอไม่อยากขัดใจพ่อ ได้แต่โทรหาคนรักพร่ำพรอดบอกเขาว่าคิดถึง
“พี่อาจจะเปียกฝนไม่มาก็ดีนะคะ พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน” ด้วยความเป็นห่วงเพราะแฟนหนุ่มเช่ามอเตอร์ไซด์ขับ เธอขัดใจเขานักที่ไม่ยอมเช่ารถยนต์อย่างที่เธอต้องการ ไม่นึกเลยนั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ได้เอ่ยต่อกันเพราะเช้าวันต่อมาขณะที่แฟนหนุ่มขับรถออกจากชายหาดขึ้นชื่อ คลื่นยักษ์ถาโถมเข้าใส่ ชีวิตคนรักหายไปกับคลื่นเหมือนอีกหลายหมื่นชีวิต หลายครัวเรือน หลายบริษัท ห้างร้าน รวมทั้งโรงแรมห้าดาวที่อยู่ติดชายหาดของคุณย่าด้วย…
“พี่หินอย่าทิ้งหยกไป”
รักแรกของชีวิต สวยงาม วาดฝัน หวังมากย่อมเสียใจ ไม่ลืมเลือนง่ายๆ ทุกวันเธอยังคิดว่าผิดที่เธอ เขาจึงจากไป ถ้าเธอไม่ขอร้องให้เขาลงมาภูเก็ตด้วยกันพี่หินผาคงไม่เป็นอะไร
ฝันร้ายมาอีกวัน ใบหยกสะดุ้งตื่นในห้องพัก…เธอป้ายน้ำตาที่ซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวเปิดมือถือ ภาพถ่ายตรงหน้าคือหนุ่มวัยยี่สิบห้าย่างยี่สิบหก ผิวเข้ม รูปร่างสูง แววตาเดาไม่ถูกว่าคิดอะไรที่ทำให้เธอก้มหลบทุกคราเมื่อจับจ้องมองกัน
“ทำไมชอบมองหยกแบบนั้น” เธอทักท้วง
“มองคุณหนูสมองขี้เลื่อย” เขาชอบล้อกันเพราะเธอเรียนไม่เก่ง เขาต้องคอยติวให้อยู่ร่ำไป กลายเป็นเสียงหัวเราะจากที่เขินอาย
ความเสียใจไม่ได้มีเพียงเรื่องความรักเท่านั้น เพราะเช้าวันนั้นข่าวร้ายอีกอย่างคือเธอต้องสูญเสียพ่อไป นายนพจินดา แสงมรกต นักธุรกิจดังทายาทบริษัทจิวเวอรี่ขนาดใหญ่ทางภาคใต้ โดนคลื่นยักษ์กลืนกินรถไปติดอยู่ห้องใต้ดินของโรงแรมแห่งหนึ่ง
แม่คลุ้มคลั่งอยากตายตามพ่อไปเพราะคิดว่าไม่อยากออกงานกับพ่อ ทำให้ต้องสูญเสียพ่อไป
“แม่ผิดต่อพ่อ แม่ไม่ควรขัดใจ พ่อคงตายอย่างโดดเดี่ยว” แม่พูดไปตามประสาคนปวดร้าว สูญเสีย ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ใบหยกแอบป้ายน้ำตาก่อนเดินไปทิ้งตัวนอนในห้องสะอื้นฮัก…
อีกห้านาทีเรือจะถึงเกาะมีเสียงประกาศ ใบหยกหันไปสนใจงาน คืนนี้เป็นพรุ่งนี้ที่ต้องนอนที่นี่เพราะเธอเข้างานช่วงบ่าย เป็นห่วงแม่แต่จะทำไงได้ หลายเดือนกลายเป็นสองปีสามปี แม่เริ่มจะชินกับตนเองแต่เธอไม่เป็นอย่างนั้น
เรือเข้าเกาะ ใบหยกโทรหาแม่หลังจากเดินไปซื้อของใช้ในซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ที่พัก ช่วงนี้นักท่องเที่ยวบนเกาะมากมาย ไม่มีข่าวเรื่องคลื่นยักษ์ เกาะทางอ่าวไทยดูจะมีสีสันกว่าอันดามันในความคิดแต่อาจเป็นเพราะเธอไม่ไปอันดามันตั้งแต่วันนั้น ทุกอย่างเหมือนเป็นการปิดหูปิดตาไม่ยอมรับรู้สิ่งใด ใบหยกอยู่กับสถานที่ใหม่ๆ เพื่อวันข้างหน้า เวลาก้าวเดิน หนทางที่มองจะได้ไม่เป็นสีเทาตลอดทาง
“ว่าไงหยก” เสียงแม่ทักทายมาตามสาย ใบหยกถามแม่เรื่องอาหาร “แม่กินข้าวได้เยอะหรือเปล่าคะ”
