บท
ตั้งค่า

ถอนทุนคืนบ้าง #9

“ช่างเถิด ข้าไม่อยากตำหนิเจ้าแล้ว” ลู่ซื่อถอนหายใจ ลดเสียงให้อ่อนลง “ที่เรียกเจ้ามา ข้าแค่อยากให้เจ้าใช้ตำแหน่งพระชายาช่วยเหลือท่านพ่อของเจ้าบ้าง อย่างน้อยก่อนจะถูกเขาเฉดหัวทิ้งยังถอนทุนได้บ้าง แต่ถ้าจะให้ดี เจ้าควรหาทางมัดใจท่านอ๋องให้อยู่หมัด ตำแหน่งพระชายาใช่ว่าจะหล่นใส่หัวคนฐานะอย่างพวกเราง่าย ๆ เมื่อได้มาแล้วก็ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไป”

ลู่ซื่อหยุดไปเล็กน้อย มองลั่วเหม่ยจือด้วยสายตาจริงจังก่อนจะกล่าวต่อ “ข้าจะบอกให้ บุรุษน่ะนะ มักอ่อนไหวกับสตรีอ่อนแอ เจ้ากลับไปก็ลองร้องไห้ให้ท่านอ๋องชมดูสักยก ดูสิว่าเขาจะใจอ่อนหรือไม่ ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าเจ้ารักและเทิดทูนเขาได้ยิ่งดี เขาจะได้รู้สึกภูมิใจ ดูอย่างท่านพ่อของเจ้าสิ เมื่อก่อนเกลียดชังข้าจะตาย แต่สุดท้ายแล้วเป็นอย่างไร เจ้าก็เห็นแล้วนี่”

มันจะเหมือนกันได้อย่างไร ท่านพ่อยอมท่านเพราะในใจลึก ๆ ท่านพ่อชอบพอท่านมาก่อน แต่ผิงอ๋อง...ลั่วเหม่ยจือคิดมาถึงตรงนี้ ก็ไม่อยากคิดต่อ

หลังจบประโยคนั้น ลู่ซื่อยังสั่งสอนนางอีกหลายคำจากนั้นพากันแยกย้าย ลั่วเหม่ยจือออกจากบ้านมาตอนยามเซิน

ขณะอยู่บนรถม้า ในหัวคิดถึงแต่คำพูดของแม่เลี้ยงมาตลอดทาง กระทั่งมาถึงจวน

หิมะเริ่มตกลงมาอีกแล้ว โชคดีที่นางเตรียมร่มไปด้วย เหม่ยจือเพิ่งจะลงมาจากรถม้ายังไม่ทันกางร่ม ก็เห็นเหอกงกงถือร่มเดินเข้ามา ใบหน้าของอีกฝ่ายเคร่งเครียด หยุดยืนห่างจากนางไปสามก้าว

“ท่านอ๋องมีรับสั่งให้พระชายาไปเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”

ลั่วเหม่ยจือได้ยินพลันใจหายวาบ ในใจบังเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี เหอกงกงพูดแค่นั้น แล้วหมุนตัวเดินนำไป นางเดินตามไปด้วยใจเต้นรัว อดไม่ได้ต้องเอ่ยถามเหอกงกง “ท่านอ๋องอารมณ์ไม่ดีหรือ”

เหอกงกงถอนหายใจออกมาเบา ๆ พลางกล่าว “วันนี้ท่านอ๋องทรงเสด็จไปที่เหลาชุนเซียง กลับมาก็ไม่มีผู้ใดเข้าหน้าติด พระชายาระมัดระวังหน่อยก็แล้วกัน”

หอชุนเซียง? ที่แท้เขาก็ตามฉินเนี่ยนอวี๋ไป คงเห็นว่านางอยู่กับองค์รัชทายาท ก็เลยไม่พอใจ อู่อันหลางท่านช่างรักนางมากจริง ๆ แล้วข้าเล่า ข้าเป็นตัวอันใด ความเจ็บแปลบในอกทำให้ฝ่ามือของลั่วเหม่ยจือเผลอกำแน่นโดยไม่รู้ตัว

ความรู้สึกอิจฉาริษยาหึงหวงและความเกลียดชังที่มีต่อฉินเนี่ยนอวี๋เริ่มทวีความรุนแรง ผิงอ๋องทำร้ายจิตใจนาง นางยอมได้ แต่ไม่มีทางยอมเสียเขาไปเป็นอันขาด ท่านแม่พูดถูก โอกาสที่ตำแหน่งพระชายาจะหล่นใส่หัวนางไม่ใช่ง่าย

อู่อันหลางท่านอย่าฝันเลยว่าจะไปมีคนอื่น!

เหอกงกงเดินนำนางไปยังห้องปีกตะวันตก ซึ่งเป็นห้องอุ่นที่ผิงอ๋องใช้พักผ่อน เขาหยุดยืนรายงานหน้าประตู “พระชายาเสด็จกลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ไม่นานเสียงทุ้มต่ำเย็นชาของผิงอ๋องก็ดังมาจากด้านใน “ให้นางเข้ามา”

ทุกครั้งที่ถูกเรียกตัวมาเช่นนี้ ลั่วเหม่ยจือยังคงรู้สึกตื่นเต้นไม่เคยเปลี่ยน นางต้องสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะผลักประตูเข้าไป

หลังจากเหอกงกงช่วยดึงประตูปิดให้ ภายในห้องพลันเงียบสนิท บรรยากาศกดดันจนน่าอึดอัด

ผิงอ๋องยืนเอามือไพล่หลังมองออกไปนอกหน้าต่าง แผ่นหลังกว้างของเขาตระหง่านตั้งตรงแลดูเย็นยะเยือก ดูเหมือนว่าห้องที่มีกระถางไฟ และไฟผิงกลางห้อง จะไม่ได้ทำให้อบอุ่นอย่างที่คิด เหม่ยจือค่อย ๆ เดินเข้าไปหยุดยืนเบื้องหลังของเขาห่างไปสามก้าว

ผิงอ๋องดึงบานหน้าต่างปิด ก่อนจะหมุนตัวกลับมา แววตาคมดุคู่นั้นฉายแววเกรี้ยวกราด ร่างขยับเพียงวูบเดียวก็เข้าประชิดตัวนาง ฝ่ามือประดุจคีมเหล็กบีบเข้าที่ปลายคางของนางอย่างแรงบังคับให้นางเงยหน้าขึ้นมามอง

“เจ้าช่างดีนัก!” เขาแค่นเสียง สันกรามขบหากันแน่น ไม่รอให้นางตั้งตัว ผิงอ๋องก็กระชากแขนของนางเหวี่ยงลงไปบนตั่ง จากนั้นตามมาจับสองแขนของนางกดให้นอนราบลง

ริมฝีปากของเขาบดขยี้ลงมาโดยปราศจากความเมตตาใด ๆ กลิ่นสนิมเริ่มคละคลุ้ง ผ้าคาดเอวถูกกระชากออกอย่างไม่ปรานีปราศรัย เหมือนว่าครานี้เขาจะรุนแรงกว่าทุกครั้งราวกับต้องการลงโทษนางกับความผิดที่นางไม่ได้ก่อ แรงขบกัดตามผิวเนื้อเนียนแทบจะได้เลือด

ผิงอ๋องยังทำเพียงปลดผ้าคาดเอวแล้วเลื่อนกางเกงลงต่ำ ไม่ได้คิดจะถอดอาภรณ์ เขาถาโถมเข้ามาอย่างไร้ปรานี กลางกายที่โดนสอดใส่ทั้งเจ็บแสบทั้งสุขสม บั้นท้ายของเขาขยับอย่างดุดันราวกับต้องการจะกระแทกกระทั้นนางให้แหลกลาญคามือ

ก่อนหน้านี้ ลั่วเหม่ยจืออาจรู้สึกเสียใจ แต่ตอนนี้นางกลับไม่เสียใจเลย อย่างน้อยคนด้านบนก็ยังเป็นของนาง ถึงจะเกิดจากความเกลียดชังนางก็ไม่สน ท่านแม่พูดถูกนางควรหาทางมัดใจเขาให้อยู่หมัด ต้องได้ครอบครองทั้งกายและใจ

เหม่ยจือปล่อยร่างกายให้เป็นไปตามธรรมชาติ ระบายความเสียวซ่านลงบนแผ่นหลังของเขาผ่านเนื้อผ้า เสียงหายใจหนักผสานกับเสียงครางต่ำในลำคอเริ่มดังขึ้นแผ่วเบา ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นเสียงหายใจหอบถี่ แล้วก็เงียบสงัดในที่สุด

ผิงอ๋องได้ระบายโทสะไปคราหนึ่งแล้วเหมือนจะยังไม่พอใจ เขาไม่คิดจะถอนตัวตนออก แต่เริ่มลงมือกระชากชุดของนางแทน

“ไม่ฉีกอาภรณ์ได้หรือไม่เพคะ หม่อมฉันเหลือเพียงชุดนี้ชุดเดียว หากว่าท่านอ๋องยังฉีกอีก คงไม่มีอาภรณ์ปิดกายแล้ว”

เป็นครั้งแรกที่ลั่วเหม่ยจือเอ่ยเสียงอ้อนวอน มองเขาด้วยน้ำตาเอ่อคลอ

ใบหน้าของผิงอ๋องแข็งค้างไปชั่วขณะ การกระทำทั้งหมดหยุดนิ่ง สายตาเลื่อนลงไปมองชุดที่นางสวมใส่ ครั้นเห็นว่าเป็นเพียงผ้าเนื้อหยาบสีหม่น หัวคิ้วพลันขมวดมุ่น แต่อึดใจเดียวใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นเย้ยหยัน “ขนาดสวมใส่ชุดเก่าซอมซ่อ เจ้ายังมีหน้านัดพบองค์รัชทายาท ดูเหมือนว่าเจ้าจะจงรักภักดีกับน้องสี่ของข้ามากเหลือเกินนะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel