บทที่ 3 เผลอจูบ
บทที่ 3
เผลอจูบ
จังหวะที่คุณหนูเล็กโจวซิงเหยียนขยับมาด้านหน้าเพื่อพันผ้าพันแผลนางเผลอเม้มเรียวปากอวบอิ่มเข้าหากันเพื่อระงับความรู้สึกปั่นป่วนแปลกๆ ในหัวใจ และนั่นทำให้ซ่างกวนโหวเผลอกลืนน้ำลายลงคอจนลูกกระเดือกกลิ้งกลอกไปมา
‘ปากน่าจูบ’
นั่นคือความคิดที่ผุดขึ้นมา ด้วยนิสัยกระด้างไม่ไยดีสตรี ซ่างกวนโหวจึงไม่เคยมีหญิงคนรักหรือแม่แต่คู่หมั้นหมาย และไม่เคยแม้แต่จะพาตัวเองย่างกรายเข้าไปในหอคณิกา นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกได้ถึงแรงปรารถนาแห่งเพศที่ถูกปลุกเร้าอยู่ภายในกาย
“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อพันผ้าพันแผลเสร็จโจวซิงเหยียนค่อยๆ ช้อนเปลือกตาขึ้นมองเขา จึงทำให้ซ่างกวนโหวมองลึกเข้าไปยังนัยน์ตาสีโศกน่าหลงใหล ราวกับถูกแรงดึงดูดบางอย่างชักพาให้เขาเผลอโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ
“อื้อ...”
คนตัวเล็กผวาเฮือกกำลังจะก้าวถอยหลังทว่าแขนขวาของชายหนุ่มกลับโอบกระหวัดรัดรอบเอวคอดกิ่วเอาไว้ เนื้อตัวที่เบียดชิดเข้ามานั้นนุ่มนิ่มและหอมกรุ่น เพียงเขาโน้มใบหน้าลงไปใกล้ก็ได้กลิ่นสาบสาวหอมอ่อนๆ ดึงดูดให้รู้สึกลุ่มหลงมัวเมา
“ทะ...ท่านโหว”
หญิงสาวตกใจที่จู่ๆ ก็ถูกกระชากเข้าไปในอ้อมแขน เรือนกายของบุรุษแข็งแกร่งดั่งหินผาทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ถึงกับสั่นไหว สัมผัสที่แนบชิดเกินความจำเป็นเพราะซ่างกวนโหวเปลือยเปล่าช่วงบนทำให้หญิงสาวถึงกับร้อนผ่าวไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย
จังหวะที่นางอ้าปากค้างด้วยความตกใจ โหวหนุ่มก็ประกบเรียวปากฉกชิงจูบหวามอย่างเอาแต่ใจ
ตึก! ตึก! ตึก!
หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระโจนแรงแทบทะลุออกจากอกข้างซ้าย เรียวปากร้อนบดจูบแทรกลิ้นชื้นแฉะเข้าไปควานหาความหอมหวานดั่งกำลังหิวกระหาย
“อะ...อื้อ อื้อ”
โจวซิงเหยียนได้สติเมื่อลิ้นเล็กถูกเกี่ยวกระหวัดด้วยลิ้นร้อน สองมือแม้ไร้เรี่ยวแรงแต่ก็พยายามผลักไส ทว่าทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสลงบนอกแกร่งและหน้าท้องแบนราบอัดแน่นไปด้วยก้อนกล้ามเนื้อแปดก้อนชวนหวามไหว
สติของหญิงสาวก็แทบเตลิด
‘สะ...สัมผัสนี่ ยะ..เย้ายวนใจเกินไปแล้ว’
แต่ถึงอย่างนั้นนางก็พยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่อันน้อยนิด ออกแรงดิ้นจนหลุดออกจากอ้อมแขน
ทว่าทันทีที่ดิ้นหลุดกลับถูกซ่างกวนโหวรวบเข้าไปกอดอีกครั้ง เรียวปากร้อนปล้นปลิดเรียวปากอวบอิ่มอย่างรวดเร็ว สองแขนกอดรัดจนอกอิ่มเบียดเข้าหาแผงอกแกร่ง
“อื้อ”
ราวกับหัวใจร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ปลายเท้า เรือนกายชาวาบก่อนจะร้อนผ่าวหวามไหวไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย จากอาการแข็งขืนในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นความหวามไหวอ่อนระทวย
โจวซิงเหยียนรู้สึกราวกับหัวสมองขาวโพลน เรียวปากร้อนบดจูบขบเม้มเรียวปากอวบอิ่มหนักหน่วงถ่วงทับหัวใจจนหวิวโหวง
อึก...
คล้ายกับว่าภายในท้องน้อยมีผีเสื้อนับร้อยพันกระพือปีกหมุนวนจนหน่วงหนึบ สัมผัสซ่านสะท้านฉุดกระชากสติจนเตลิดไปไกล
ร่างเล็กถูกดันจนแผ่นหลังแนบไปกับตู้เก็บสมุนไพร เขาบดจูบซ้ำๆ กลืนกินความหอมหวานก่อนจะตวัดเร้าพันเกี่ยวลิ้นเล็กอย่างเอาแต่ใจ
เมื่อพอจะมีสติอยู่บ้างมือเล็กจึงพยายามผลักไสอีกครา แต่กลับถูกเขารวบข้อมือทั้งสองข้างด้วยมือข้างเดียวตรึงขึ้นเหนือศีรษะ ทำให้หญิงสาวสิ้นไร้หนทางที่จะยับยั้งสัมผัสหวามที่เขายัดเยียดให้
ใจลึกๆ อยากจะกัดปากที่บดจูบรุกเร้า แต่ก็กลัวว่าหากเผลอทำร้ายซ่างกวนโหวหน้ากากเหล็กชะตาชีวิตของนางอาจจบสิ้นลง
‘หวาน’
โหวซ่างกวนฮ่าวถิงดื่มด่ำรสหวานซ้ำๆ ราวกับกำลังถูกมอมเมา เขาแทบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเรียวปากของเขาบดจูบรุนแรงจนเรียวปากของหญิงสาวถึงกับบวมเห่อ
“อื้อ...”
เขาปล่อยเรียวปากราวกับให้อิสระ แต่ก็เพียงชั่วเสี้ยวลมหายใจเท่านั้นก็ประกบปากปล้นปลิดอีกคราและอีกครา
เนิ่นนานแค่ไหนไม่อาจรู้ได้...
จนกระทั่งโหวซ่างกวนฮ่าวถิงรู้สึกอิ่มเอมกับรสหวานปานน้ำผึ้งจึงค่อยๆ ปล่อยริมฝีปากให้เป็นอิสระอย่างแท้จริง
คุณหนูเล็กโจวรีบถอยหลังคล้ายหวาดกลัวว่าเขาจะกระชากนางเข้าไปจูบอีก มือเล็กสั่นระริกยกขึ้นปิดเรียวปากบวมเจ่อจากแรงบดจูบรุกเร้า ดวงตาตื่นตระหนกดั่งแม่กวางสาวถูกราชสีห์ไล่ล่า นวลแก้มระเรื่อแดงเห่อร้อนไปทั้งเรือนกาย
ท่าทางตื่นตระหนกเช่นนั้นปลุกสัญชาตญาณบางอย่างในตัวซ่างกวนโหวให้ตื่นขึ้น เขาเผลอกลืนน้ำลายลงคอจนลูกกระเดือกกลิ้งกลอกไปมา จังหวะที่เขายื่นมือออกไปหานางหญิงสาวกลับหมุนตัววิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความหอมหวานกรุ่นกำจายที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอ้อมแขนของซ่างกวนโหวหน้ากากเหล็ก
“ปากของเจ้าหวานถึงเพียงนี้เชียวหรือ...”
ซ่างกวนฮ่าวถิงยกมือขึ้นสัมผัสปากตนเอง ความหอมหวานยังคงกรุ่นอยู่ในโพรงปาก ลิ้นของเขายังรับรู้ได้ถึงรสชาติและสัมผัสของลิ้นเล็กๆ ของนาง
‘นี่คือโทษของกามสินะ เมื่อได้ลิ้มรสก็ถวิลหาราวกับต้องการไม่มีที่สิ้นสุด’
เรียวปากที่มักจะกดลึกดั่งเย้ยหยันโลกใบนี้กลับยกยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก หวนคิดไปถึงคำสอนของท่านอาจารย์ ที่พร่ำสอนแก่เขาว่าโทษของกามารมณ์สามารถฆ่าบุรุษให้ตายได้
‘จำไว้นะศิษย์ข้า หากวันใดเจ้าถูกตาต้องใจสตรี จงอย่าให้สตรีผู้นั้นอยู่เหนือสามัญสำนึกของเจ้า อย่าให้นางควบคุมและบงการเจ้า อย่าปล่อยให้กามตัณหาชักนำเจ้าไปสู่หนทางมืดบอด อย่าถลำไปกับกำหนัดราคะที่สามารถแผดเผามนุษย์ให้กลายเป็นเดรัจฉาน’
เพราะคำสอนของท่านอาจารย์ และเพราะซ่างกวนฮ่าวถิงไม่เคยถูกตาต้องใจสตรีใด ซ่างกวนโหวหน้ากากเหล็กที่ใครๆ ต่างหวาดกลัว จึงยังคงเป็นบุรุษผู้มี ‘หยางบริสุทธิ์’ เพราะไม่เคยถูกสตรีใดแตะต้องมาก่อน
ดังนั้นจูบเมื่อครู่...
มิได้เป็นเพียงจูบแรกของคุณหนูเล็กโจวซิงเหยียน แต่ยังเป็นจูบแรงของซ่างกวนโหวหน้ากากเหล็กด้วยเช่นกัน
