บทที่ 2 หัวใจเต้นแรงเกินไปแล้ว
บทที่ 2
หัวใจเต้นแรงเกินไปแล้ว
ตึก! ตึก! ตึก!
โจวซิงเหยียนได้ยินเสียงหัวใจของตนเองผสานไปกับเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้น ภายในหูอื้ออึง สมองขาวโพลน สองขาออกวิ่งสุดแรงเกิด แต่กลับต้องล้มกลิ้งไปกับพื้นเมื่อพบว่าระหว่างทางเต็มไปด้วยซากศพของมือสังหารมากมาย
ราวกับว่าผืนป่าหลังอารามได้กลายเป็นสุสานนองเลือดไปเสียแล้ว
ปั้ง!
นางปิดประตูห้องพักก่อนจะทรุดกายลงไปกับพื้นทันทีที่มั่นใจว่าได้รอดพ้นจากเงื้อมมือของซ่างกวนโหวหน้ากากเหล็กนางก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ใครบ้างไม่รู้จัก ‘ซ่างกวนโหวหน้ากากเหล็ก’ บุรุษผู้เย็นชาจิตใจอำมหิตสังหารผู้คนราวกับผักปลา วันนี้นางได้ประจักษ์ถึงความโหดเหี้ยมของเขาด้วยดวงตาของตนเองแล้ว
มือเล็กเย็นเฉียบจับที่ลำคอ เมื่อความหวาดกลัวค่อยๆ มลายหาย ความเจ็บปวดก็แล่นปราดเข้ามาแทนที่
หญิงสาวหยัดกายลุกขึ้นยืนใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดคราบเลือดออก รีบเร่งผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า จะให้นักบวชในอารามเห็นคราบเลือดที่กระเด็นติดเสื้อผ้าไม่ได้ นางไม่อยากเอาตัวไปพัวพันกับเหตุการณ์น่าสยดสยอง ลำพังแค่ใช้ชีวิตไปวันๆ ก็ทุกข์เข็ญมากเกินพอแล้ว
เมื่อจัดการทำลายหลักฐานเรียบร้อยแล้วโจวซิงเหยียนจึงหอบร่างไร้เรี่ยวแรงไปยังห้องสมุนไพรซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอารามเหม่ยซานแห่งนี้ หมายจะใช้สมุนไพรพอกบาดแผลทว่าทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ดวงตาของนางกลับเบิกกว้างเสียยิ่งกว่าเห็นผี
ซ่างกวนโหว!
เขาอีกแล้วหรือ ระ...หรือว่านางเห็นภาพหลอนเล่า
ไวกว่าเสี้ยวลมหายใจปลายกระบี่ชี้มายังหญิงสาว โจวซิงเหยียนยืนแข็งข้างดั่งกลายเป็นหิน เผลอคิดไปว่าเหตุใดนางจึงได้โชคร้ายซ้ำซ้อนเช่นนี้
‘ระ...หรือว่าเขาจะตามมาฆ่าปิดปากข้า!’
“เจ้า! มานี่!”
แข้งขาของโจวซิงเหยียนถึงกับอ่อนแรง อยากจะหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไป แต่นางไม่มีวรยุทธ์แค่เพียงอีกฝ่ายใช้วิชาตัวเบาก็จับตัวนางไว้ได้ภายในพริบตาแล้ว
“เจ้าค่ะ”
คุณหนูเล็กโจวเดินไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเขาอย่างว่าง่าย กระนั้นกลับยากเหลือเกินที่จะบังคับร่างกายไม่ให้สั่นเทาจากความหวาดกลัว
“ทำแผลให้ข้า!”
เจ้าของร่างสูงภายใต้หน้ากากเหล็กสีดำออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเหี้ยมดุดัน ก่อนที่เขาจะวางกระบี่ลงข้างกายแล้วถอดเสื้อของตนเองออก
โจวซิงเหยียนผู้คิดว่าตนเองคงถูกฆ่าแน่ๆ ถึงกับอ้าปากค้างมองเรือนกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามหนันแน่น กอปรกับหัวนมสีชมพูระเรื่อตัดกับผิวขาวซีดด้วยความรู้สึกสับสน
“ถ้าไม่อยากตายก็รีบมาทำแผลให้ข้า”
“จะ...เจ้าค่ะ”
ดวงตาคมกร้าวมองเจ้าของร่างบอบบางเปิดลิ้นชักสมุนไพรหลายขนานออกมาอย่างชำนาญ นางหยิบมันใส่ตาชั่งตวงก่อนจะเร่งมือบดจนเป็นผงจากนั้นจึงผสมน้ำผึ้งป่าจนเป็นเนื้อเหลว
“ขออนุญาตเจ้าค่ะ”
โจวซิงเหยียนเอ่ยก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ หมายจะทายาให้เขา ทว่าชายหนุ่มกลับคว้ากระบี่วางพาดลงบนไหล่ของนางอย่างคุกคาม ดวงตาคมกร้าวจับจ้องใบหน้าหวานดั่งจับผิด
“ทายาลงบนแผลของเจ้าก่อน”
“ดะ...ได้เจ้าค่ะ”
หญิงสาวรีบใช้ไม้พายตักตัวยาแล้วป้ายลงบนบาดแผลที่ลำคอของตนเอง ใบหน้าเหยเกพลางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อตัวยาก่อให้เกิดความแสบ แต่เพียงครู่เดียวฤทธิ์เย็นของสมุนไพรอีกชนิดที่นางบดลงไปก็ช่วยคลายความเจ็บปวดได้เป็นอย่างดี
ทุกการกระทำของนางล้วนอยู่ในสายตาของซ่างกวนฮ่าวถิง เมื่อมั่นใจว่าในตัวยาไม่มีพิษเขาจึงพยักหน้าน้อยๆ ให้นางทายาลงบนบาดแผลของเขา
“ข้าจะทายาแล้วนะเจ้าคะ”
โจวซิงเหยียนใช้ไม้พายตักยาค่อยๆ ป้ายลงบนรอยแผลพาดยาวกลางแผ่นหลังอย่างเบามือ
แพขนตาหลุบต่ำกะพริบช้าเมื่อเห็นว่าแผ่นหลังของเขามีรอยแผลเก่ามากมาย จากนั้นนางจึงเดินอ้อมกลับมาทายาลงบนต้นแขนซ้ายอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าหากนางทำให้เขาไม่ถูกใจศีรษะของนางอาจกระเด็นหลุดออกจากบ่าโดยไม่รู้ตัว
ซ่างกวนโหวรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนจากปลายจมูกของหญิงสาวที่เป่ารดลงบนผิวหนังของเขาอย่างสม่ำเสมอ ยามนี้นางตั้งอกตั้งใจจึงไม่ระวังตัว ทำให้เขาลอบมองใบหน้างดงามของนางได้อย่างเต็มตา
หลายปีมานี้เขาเห็นนางจากที่ไกลๆ บ้างก็เห็นนางผ่านช่องลับตรงฐานพระประธานยามนางมาอธิษฐานขอพร ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นนางใกล้ๆ
คุณหนูเล็กโจวเป็นสตรีงดงาม แม้มิได้บำรุงปรุงโฉมก็ยังงดงามมากกว่าสตรีในเมือง นี่กระมังจึงเป็นสาเหตุที่นางต้องมาอยู่ที่อารามเหม่ยซานในช่วงที่เหล่าหนุ่มสาวต่างกำลังมองหาคู่ครองตามงานเลี้ยงสังสรรค์ นั่นเพราะฮูหยินโจวคงกลัวว่าบุตรสาวอีกคนจะถูกเปรียบเทียบจนหาความโดดเด่นไม่ได้
“ทายาเสร็จแล้ว เหลือพันแผลเจ้าค่ะ”
หญิงสาวขยับกายออกห่างก่อนจะเดินไปหยิบผ้าฝ้ายทอมือสะอาดขึ้นมาแล้วพันที่ต้นแขนซ้ายของเขา จากนั้นจึงเริ่มพันที่แผ่นหลังทว่านางกลับต้องพันผ้าพาดผ่านไปยังแผงอกเบื้องหน้า ดังนั้นสองแขนจึงโอบเข้าหาเรือนกายแข็งแกร่งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ตึก! ตึก! ตึก!
หัวใจของโจวซิงเหยียนเต้นแรงมากด้วยเติบโตจากเรือนหลังจวนแทบไม่ได้พบปะต่างเพศ เมื่อมาถือศีลในอารามก็มักคลุกตัวช่วยงานเหล่าแม่ชี ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสบุรุษ ได้เห็นถึงเรือนกายแข็งแกร่งของเพศตรงข้ามซึ่งแตกต่างจากสตรีเพศอย่างชัดเจน
‘หะ...หัวใจเต้นแรงเกินไปแล้ว’
