บท
ตั้งค่า

มิติห้างสรรพสินค้า

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปสามวันเต็ม ๆ ที่รถไฟแล่นผ่านหุบเขา ทุ่งนา และแม่น้ำไปเรื่อย ๆ แทบไม่มีช่วงหยุดพัก โจวลี่ลี่ค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับมิติห้างสรรพสินค้าของตัวเอง บางครั้งเมื่อหลับตาลง เธอก็เข้าไปสำรวจอยู่บ่อย ๆ

โจวลี่ลี่ลองตั้งชื่อให้มิติของตัวเองว่าหลี่เชินมอลล์ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับแบรนด์เครื่องสำอางที่เธอสร้างไว้ในชีวิตก่อน นอกจากนี้เธอยังมีความตั้งใจที่จะสร้างชีวิตที่มีความสุขจากสองมือของเธอเองอีกครั้งด้วย

เวลานี้แสงของดวงอาทิตย์อุ่น ๆ ได้ส่องผ่านหน้าต่างมากระทบแก้มใส บนท้องฟ้าไกล ๆ เห็นนกฝูงหนึ่งบินเหนือทุ่งเขียว ทุกอย่างบ่งบอกกับโจวลี่ลี่ว่าเส้นทางสู่สถานีชิงเหออยู่ไม่ไกลอีกแล้ว

กึง! กึง! กึง!

เสียงหวูดสุดท้ายของรถไฟดังขึ้นท่ามกลางแสงตะวัน ก่อนที่ขบวนรถไฟคันเก่าจะค่อย ๆ ชะลอความเร็วลง ก่อนจะหยุดสนิทที่สถานีไม้เล็ก ๆ ที่ป้ายเขียนว่าสถานีชิงเหอ

โจวลี่ลี่ก้าวลงจากรถพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ที่ถือมาตลอดทาง กลิ่นดินชื้นและกลิ่นหญ้าสดลอยเข้าจมูกแทนกลิ่นควันถ่านของรถไฟในทันที

ชายเสื้อผ้าฝ้ายของโจวลี่ลี่ปลิวเล็กน้อยในตอนที่เธอก้าวลงจากบันไดรถไฟขั้นสุดท้าย ด้านหน้าของเธอมีชายหนุ่มสวมเสื้อผ้าฝ้ายแขนยาวสีครามกำลังถือสมุดจดรายชื่อยืนรออยู่

“สวัสดี พวกเธอคือหนึ่งในกลุ่มอนุชนที่ถูกส่งมาอยู่ที่หมู่บ้านซิ่งฮวาหรือเปล่า”

“…ค่ะ”

“ฉันชื่อว่าหลี่ซานนะ เป็นลูกชายของผู้ใหญ่บ้าน รับหน้าที่มารับยุวชนทั้งหมดไปที่หมู่บ้านซิ่งฮวา”

ยุวชนชายหญิงที่ลงมาจากรถไฟราวสิบกว่าคนต่างยืนเรียงกัน บางคนดูตื่นเต้นที่ได้มาอยู่ชนบท บางคนก็หน้าเบ้เพราะยังไม่ชินกับกลิ่นดินกลิ่นโคลน และสิ่งนี้ก็ทำให้โจวลี่ลี่รู้ว่าไม่ใช่เธอคนเดียวที่ถูกพ่อแม่ส่งมาที่หมู่บ้านนี้

ก่อนที่ร่างอวบจะรู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่มองมา และเมื่อหันไปมองก็เห็นกลุ่มชายหนุ่มที่ยืนอยู่ท้ายแถวที่มองเธอ ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่แย่งเตียงนอนของเธอบนรถไฟนั่นเอง

“หึ ทำตัวเหมือนคนใหญ่คนโตอยู่ได้”

ชายหนุ่มคนหนึ่งกระซิบกับสหายชายอีกคนเสียงแผ่ว แต่โจวลี่ลี่ก็ยังได้ยินชัด เธอยกหางตาขึ้นนิด ๆ ไม่พูดอะไร เธอเพียงแค่ส่งรอยยิ้มบาง ๆ ไปให้ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่นิ่งจนน่ากลัวพอจะทำให้คนที่นินทารีบก้มหน้าไม่กล้าพูดต่อ ก่อนที่หลี่ซานจะตะโกนขึ้น

“ทุกคนจะต้องมาลงทะเบียนกับฉันก่อนนะ”

ยุวชนทุกคนทำตามที่หลี่ซานบอก เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้วก็พากันขึ้นรถคอกไปที่หมู่บ้านซิ่งฮวา โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง และพอไปถึงก็ได้ยินเสียงเด็ก ๆ วิ่งเล่น เสียงแม่ค้าพ่อค้า และกลิ่นควันฟืนจากครัวรวมลอยอบอวลไปทั่ว หมู่บ้านแห่งนี้ถึงแม้จะเล็กและยากจน แต่กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

“ทุกคนพักก่อน ที่นี่จะเป็นจุดรวมตัว พอหัวหน้าทีมมาถึงจะพาแยกไปที่พัก”

ทุกคนทำตามที่หลี่ซานบอก โจวลี่ลี่วางกระเป๋าลงแล้วเงยหน้ามองรอบ ๆ เธอเห็นผู้หญิงวัยกลางคนกำลังตำข้าวในครกไม้ เหงื่อไหลอาบแก้มแต่ยังมีรอยยิ้ม เห็นเด็กชายตัวเล็กสองคนช่วยกันเก็บฟืนที่ตกข้างลาน และเสียงหัวเราะของผู้คนที่ถึงแม้จะดูเหนื่อยแต่ก็ไม่หมดหวัง

สิ่งที่เห็นและได้ยิน ทำให้หัวใจของโจวลี่ลี่อุ่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก นี่สิชีวิตจริงที่เธอไม่เคยได้สัมผัสในชีวิตก่อน ใบหน้าอวบอิ่มยกมุมปากขึ้นยิ้มเบา ๆ สายลมยามบ่ายพัดกลิ่นดอกเหมยจากขอบหมู่บ้านเข้ามา เธอเงยหน้ามองท้องฟ้ากว้างแล้วพึมพำกับตัวเอง

“หมู่บ้านซิ่งฮวาก็ดีเหมือนกันนะเนี่ย คราวนี้ฉันจะใช้ชีวิตให้คุ้มกับที่ได้เกิดใหม่เลยล่ะ”

หมู่บ้านซิ่งฮวา หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางหุบเขา บ้านเรือนส่วนใหญ่ทำจากดินอัดและไม้เก่า แต่กลับให้ความรู้สึกน่าอยู่อาศัยอย่างน่าประหลาด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel