
โจวลี่ลี่หอบมิติห้างสรรพสินค้าทะลุมิติมายุค70
บทย่อ
โจวลี่ลี่ไม่คิดว่าแค่ดื่มเหล้าจนเมาจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งกลายเป็นยุวชนในยุค 70 ในร่างของหญิงสาวที่ชื่อแซ่เดียวกัน โชคดีที่สวรรค์ยังเมตตามอบมิติห้างสรรพสินค้ามาให้ ในยุคข้าวยากหมากแพงอย่างนี้ทำให้เธอมั่นใจว่าตัวเองจะไม่อดตาย แม้ร่างนี้จะอวบอ้วนไปหน่อย แต่ต่อไปนี้เธอจะใช้ชีวิตให้ดี ส่วนคู่หมั้นที่ตามลงมาชนบทด้วย ท่าทางอ่อนแอ ขี้โรคขนาดนั้น แต่เพื่อความหล่อ โจวลี่ลี่คนนี้จะดูแลเขาเอง... ตัวอย่างในเล่ม “รู้จักกันเหรอลี่ลี่” “เขาเป็นคู่หมั้นหนูเองค่ะ” “อ่ะ อ้าว…ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย ทั้งสองคนก็ไปพักด้วยกันเถอะ” “เอ่อ…ได้ค่ะ “แค่ก ๆ” ซ่งเหวินไม่พูดอะไร แต่เขากลับไอแรงออกมาจนตัวงอ ก่อนจะเซเกือบล้มอยู่ตรงหน้าของโจวลี่ลี่ เขาพยายามยืนให้ตรง แต่ร่างกายที่อ่อนแอทำให้เขาแทบจะล้มลงซ้ำอีกครั้ง ทำเอายุวชนคนอื่น ๆ ที่เห็นอย่างนั้นรีบถอยห่างเป็นวงกว้าง ส่วนโจวลี่ลี่ก็ยืนค้างเหมือนถูกฟาดด้วยสายฟ้า คู่หมั้นในฝันแต่เป็นแบบรุ่นใกล้ตายไปเสียอย่างนั้น เธอรีบเอื้อมมือไปรับร่างสูงก่อนที่เขาจะล้ม ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนสูงจากผิวหนังของเขา และความผอมแห้งของคนที่ไม่ได้กินดีอยู่ดีมาหลายวัน ในหัวของโจวลี่ลี่ผุดขึ้นมาแค่ประโยคเดียวว่าหล่อขนาดนี้ แต่ถ้าตายก่อนแต่งก็คงเสียของหมด เธอจึงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอด แล้วตัดสินใจคว้าข้อมือที่มีแต่กระดูกบางของเขาเอาไว้แน่น “มานี่มา เดี๋ยวฉันดูแลเอง”
โชคชะตานำพา
แบรนด์เครื่องสำอางหลี่เชิน เป็นแบรนด์ที่ครองตลาดจีนแผ่นดินใหญ่และมาแรงที่สุดในปีนี้ โดยมีผู้ก่อตั้งเป็นหญิงแกร่งวัยสี่สิบปี เธอมีชื่อว่า โจวลี่ลี่ ซึ่งเธอเริ่มต้นจากห้องเช่าขนาดสิบตารางเมตรในปักกิ่งเท่านั้น จนวันนี้มีสำนักงานใหญ่ใจกลางเขตซาเหอแล้ว
และถึงแม้ว่าในตอนนี้ชีวิตของโจวลี่ลี่จะเต็มไปด้วยชื่อเสียง เงินทอง และผู้คนรายล้อม แต่สิ่งที่ขาดหายไปกลับเป็นเรื่องของหัวใจที่เธอยังคงตามหาไม่พบ
และคืนนี้โจวลี่ลี่ก็ได้จัดงานเลี้ยงฉลองยอดขายทะลุพันล้านหยวน ซึ่งผู้ที่มาร่วมงานล้วนแล้วก็เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอย่างพนักงานนับร้อยคน เสียงเพลงเบา ๆ ลอยอยู่ในห้องจัดเลี้ยงหรูของโรงแรมห้าดาวใจกลางเมือง
“มาดื่มฉลองความสำเร็จของพวกเรากัน”
“เย้ !”
โจวลี่ลี่กล่าวพร้อมรอยยิ้มที่แต่งแต้มด้วยแอลกอฮอล์ เสียงชนแก้วดังขึ้นทั่วโต๊ะ หญิงสาวในชุดเดรสผ้าไหมสีเทาเงินยกแก้วขึ้น ดวงตาขอบเธอพร่าเล็กน้อยจากไวน์ที่ดื่มไปก่อนหน้านี้หลายแก้ว
“ประธานโจวของเราเก่งที่สุดเลย!”
“ขอให้ปีหน้าบริษัทเราทะลุสองพันล้าน!”
หลังจากคำกล่าวยินดีผ่านไป เสียงหัวเราะในห้องจัดเลี้ยงก็ค่อย ๆ ดังขึ้นแข่งกับเสียงเพลงแผ่ว ๆ ของวงดนตรีสด ขวดไวน์เปิดใหม่เรียงรายบนโต๊ะ ประธานบริษัทอย่างโจวลี่ลี่ก็ยกแก้วขึ้นดื่มหลายครั้งต่อหลายครั้ง
“มา ๆ ดื่มกันอีกแก้ว!”
โจวลี่ลี่พูดเสียงดังด้วยรอยยิ้มที่เริ่มไม่ตรงจังหวะ ดวงตาของเธอแดงเล็กน้อยจากฤทธิ์สุรา เพื่อนร่วมงานหลายคนเริ่มห้ามให้หยุดดื่ม แต่เธอกลับหัวเราะและพูดว่า
“ไม่เป็นไรหรอก วันนี้ต้องฉลองให้เต็มที่”
หลังจากพูดจบ โจวลี่ลี่ก็ชนแก้วอีกหลายรอบ เสียงหัวเราะปนเสียงเพลงช่วยเพิ่มความสนุก กลิ่นไวน์ กลิ่นน้ำหอม และแสงไฟจากโคมระย้าส่องให้ใบหน้าของเธอแดงจัดมากขึ้น จนกระทั่งขวดสุดท้ายถูกเปิดออก ทุกอย่างในสายตาก็เริ่มหมุนอย่างช้า ๆ
“ท่านประธานครับ รถมารอแล้วครับ”
พนักงานคนสนิทช่วยกันพยุงโจวลี่ลี่ออกจากห้องจัดเลี้ยง ท่ามกลางสายตาพนักงานที่ยืนโค้งส่ง แต่คนถูกมองกลับหัวเราะพลางพูดไม่ชัดด้วยความเมา
“ฉันยังม่ายมาว แค่โลกมันเอียงนิดหน่อยเอง…”
ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่พอถึงรถ โจวลี่ลี่กลับเอนตัวพิงเบาะ หลับตา และพึมพำเสียงเบา ๆ อย่างไม่ได้ศัพท์ กลิ่นน้ำหอมผสมไวน์ติดอยู่ในอากาศตลอดทางกลับบ้าน เมื่อรถจอดที่คฤหาสน์หรู แม่บ้านวัยกลางคนก็รีบออกมาต้อนรับทันที
คนขับกับแม่บ้านช่วยกันพยุงโจวลี่ลี่กลับขึ้นห้องนอน มือของเธอยังคงถือรองเท้าส้นสูงไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างตกค้างอยู่ในรถโดยไม่มีใครสังเกต พอถึงห้องแม่บ้านก็ค่อย ๆ พาเธอไปนอนลงที่เตียง
แม่บ้านเอาผ้าห่มมาคลุมให้เจ้านายสาวอย่างเรียบร้อย แล้วก็ปิดไฟ เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมข้างเตียงเท่านั้น โจวลี่ลี่ขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะพลิกหน้ามองเพดานแล้วพึมพำกับตัวเองเบา ๆ อย่างขาดสติ
“พันล้าน ฮ่า ๆ สุดท้ายก็ใช้แค่คนเดียว…”
หลังจากพูดจบเปลือกตาบางก็ปิดลงในที่สุด เสียงลมหายใจของเธอดังอย่างสม่ำเสมอ หญิงวัยสี่สิบผู้ประสบความสำเร็จที่สุดในวงการเครื่องสำอาง คืนนี้เมาหมดสภาพและหลับลึกไปอย่างเงียบงันปนความเดียวดาย
…เช้าวันถัดมา แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาเป็นเส้นบาง ๆ ทำให้โจวลี่ลี่ตื่นจากการหลับใหล ก่อนจะขยับตัวพลิกกายเล็กน้อย หัวของเธอหนักอึ้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มอย่างหนักไปเมื่อคืน ทำให้รู้สึกเหมือนว่าทั้งร่างถูกบีบแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
นอกจากนี้ยังมีกลิ่นควันจาง ๆ ลอยเข้ามาแตะจมูกอีกด้วย ซึ่งมันไม่ใช่กลิ่นเครื่องปรับอากาศหรือน้ำหอมราคาแพงที่เธอคุ้นเคย แต่เป็นกลิ่นถ่านไม้และกลิ่นสนเก่าผสมกัน
โจวลี่ลี่ลืมตาตื่นพลันสะดุ้งขึ้นในทันที และสิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกก็คือที่นี่ไม่ใช่ห้องในคฤหาสน์หรูของตัวเอง ไม่ใช่เตียงผ้าฝ้ายสีขาวที่เธอซื้อจากอิตาลี แต่มันคือเพดานไม้เก่า ๆ ที่มีคราบควันดำ กับเสียงหวูดรถไฟที่ดังขึ้นแว่ว ๆ มาจากด้านนอก
