บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 - 1

มื้อหน้าที่รอคอย แต่พอเอาเข้าจริงบรรยากาศกลับดูวังเวงชวนอึดอัด ทั้งที่ก็นั่งกันอยู่ตั้งสี่คน

“ขอบคุณนะคะที่ให้เกียรติพวกเราได้เลี้ยงข้าวเป็นการไถ่โทษเรื่องเมื่อวาน” เรืองรินพยายามสร้างบรรยากาศใหม่ด้วยการชวนคุย แต่คู่สนทนากลับนิ่งเฉยไม่ตอบสนองใดๆ ทำเอาสองสาวใจเสียจนต้องหันมองหน้ากัน แต่เรืองรินก็ยังไม่ยอมแพ้ อย่างน้อยก็ต้องสู้ให้คุ้มกับค่าจ้างที่เพื่อนอุตส่าห์เสนอให้

“พวกคุณมาที่นี่กันบ่อยไหมคะ ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่ของย่านนี้ ต้นตำรับจากชาววังที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ต้นตระกูลของคุณยายเคยเป็นถึงคุณข้าหลวงในวังเลยนะคะ ฉันหมายถึงคุณยายชมนาดเจ้าของร้านนี้น่ะค่ะ” เรืองรินพยายามชวนคุยอย่างไม่คิดจะย่อท้อ

“ท่านเป็นยายของคุณเหรอ” ทันทีที่ตุลญะยอมปริปากตอบโต้ สองสาวถึงกับมันมาส่งยิ้มกัน

“อ้อ เปล่าค่ะ เป็นคุณยายของเพื่อนฉันเองค่ะ”

“แล้วทำไมไม่ให้หลานแท้ๆ ของคุณยายเป็นคนเล่าเองล่ะ” คำถามของเขาทำเอารอยยิ้มก่อนหน้าของเรืองรินค่อยเจื่อนลง ประจวบเหมาะกับตอนนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้นพอดิบพอดี

เพล้ง! เสียงเด็กโต๊ะข้างๆ ทำแก้วตกแตก ทำเอาเรืองรินรีบจับที่แก้มของตัวเอง พร้อมกับพึมพำเบาๆ กับตัวเอง

“จังหวะโบ๊ะบ๊ะ นี่มันเสียงหน้าฉันชัดๆ เออ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังไม่พูดคำว่าเสือกออกมา เพราะงั้นสู้ต่อไป อย่าได้ท้อนะไอ้ริน”

“อ๋อ เพื่อนฉันเขาพูดไม่ค่อยเก่งน่ะค่ะ ยิ่งกับผู้ชายด้วยยิ่งแล้วใหญ่ เขาเป็นคนขี้อาย วันๆ ก็เอาแต่เก็บตัวอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน วันๆ ก็เอาแต่เย็บปักถักร้อย หรือไม่ก็เข้าครัวทำอาหาร เรียกว่ากุลสตรีแม่ศรีเรือนขนานแท้เลยละค่ะ สมกับเป็นหลานสาวของคุณยายชมนาดเลยละค่ะ” คนที่กลายเป็นกุลสตรีเต็มขั้นถึงกับแอบกลืนน้ำลาย เมื่อเพื่อนตัวดีดันเสกสรรปั้นเรื่องซะห่างไกลจากตัวตนที่แท้จริงของเธอลิบลับ

“ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าพูดไม่ได้นี่ อีกอย่างไม่เคยมีใครบอกว่ากุลสตรีห้ามพูด” ท้ายประโยคเขาจงใจหันไปจ้องหน้าญาณินตรงๆ ทำเอาคนถูกจ้องรีบก้มหน้าหลบตา ไม่ใช่เพราะอาย แต่กำลังหักห้ามใจตัวเองให้ทำตามที่เพื่อนสั่งเอาไว้ว่า

‘แกต้องทำตัวอ่อนแอ อ่อนหวาน น่าทะนุถนอม แล้วถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องพูด เข้าใจไหม’ ประโยคนี้ของเรืองรินยังคงตามหลอกหลอน

“ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ค่อยอยากคุยกับผมสักเท่าไหร่ ถ้างั้นผมไม่กวนพวกคุณแล้วดีกว่า” ไม่พูดเปล่าแต่เขายังลุกขึ้นแล้วด้วย

“อยากค่ะ” เธอโพล่งออกมาเสียงดัง พร้อมกับลุกตามมาขวางไว้

“แน่ใจนะ” เขาเลิกคิ้ว ครั้นพอเห็นว่าเธอพยักหน้า มุมปากข้างหนึ่งก็หยักยก แต่ก็เพียงแวบเดียว

“งั้นก่อนจะได้คุยกัน ผมขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ผมตุลญะ เรียกว่าตุลก็ได้” เขาบอกพร้อมกับยื่นมือไปข้างหน้า ในขณะที่เธอก็กระตือรือร้นที่จะยื่นมือมาจับตอบ

“ญาณิณค่ะ เรียกสั้นๆ ว่าคะขาก็ได้ เอ่อ...แต่จริงๆ ก็ไม่สั้นนะ เพราะสองพยางค์เท่ากัน แต่ถ้าเรียกว่าญาณินก็จะดูเป็นทางการเกินไป เรียก...” ก่อนที่เธอจะทันได้พูดต่อ ก็ถูกเรืองรินกระตุกชายเสื้อแรงๆ ประหนึ่งกลัวว่าเธอจะหลุดตัวตนที่แท้จริงออกมา

“เอ่อ...จะเรียกอะไรก็แล้วแต่ที่คุณตุลสะดวกเลยค่ะ” หลังรู้ตัวว่าเผลอพูดมากเกินไป เธอจึงพยายามสงบปากสงบคำสงวนท่าที

“คะขา ชื่อแปลกดี ผมจะจำเอาไว้” เขาบอกพลางนั่งลงที่เดิม ทำให้เธอต้องรีบนั่งตาม

“คุณตุลมาทานข้าวที่นี่บ่อยไหมคะ” เธอพยายามเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ

“ก็เท่าที่จะมีเวลา งานผมค่อนข้างยุ่ง แต่หลายครั้งที่มาก็ไม่ยักจะเจอคุณ” เขาตอบพลางตักกับข้าวใส่จานเธอ ทำเอาเรืองรินถึงกับกลอกตามองเพดานแล้วหันไปพึมพำอีกทาง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel