ตอนที่ 2 - 2
“ตาแกแล้วไอ้คะขา”
“เอ้อค่ะ ฉันญาณิน อายุ 23 ยังไม่เคยมีแฟน ตอนนี้โสดมากๆ เลยค่ะ” จู่ๆ แม่คุณก็แนะนำตัวเองแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาเรืองรินชะงักตาแทบถลน ก่อนจะได้สติรีบรั้งเพื่อนให้หันไปอีกทาง
“เสียสติไปแล้วเหรอ อยู่ๆ ไปแนะนำตัวแบบนั้นเพื่อ?” เรืองรินกระซิบเอ็ดเพื่อนเสียงเขียว
“ฉันไม่รู้ ฉันตื่นเต้น ฉันลน” เธอบอกเสียงเครือ
“เออๆๆ ไม่เป็นไร ตั้งสติแล้วเอาใหม่ ฉันเชื่อว่าแกทำได้” เรืองรินบีบมือให้กำลังใจ ในขณะคนที่กำลังตื่นเต้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วหันมาแก้ตัวอีกครั้ง
“ฉันทำพวกคุณตกใจ จะตอกเล็บลงโทษฉันเลยก็ได้ค่ะ” ไม่พูดเปล่าแต่เธอยังยื่นสองมือไปด้านหน้า ทำเอาเพื่อนที่คอยให้กำลังใจก่อนหน้าตกใจจนตาแทบเหลือกอีกครั้ง ครามเองก็ถึงกับทำหน้าเหวอ แม้แต่เธอเองก็ยังตกใจตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นมันกลับเป็นข้อดี เมื่อมันทำให้คนที่เอาแต่เมินเฉยอย่างตุลญะหันมามองได้
“เอ่อ...เรารีบออกไปจากที่นี่ดีไหมครับนาย ดูไม่น่าไว้ใจยังไงก็ไม่รู้นะครับ” เห็นเจ้านายเอาแต่ยืนมองผู้หญิงตรงหน้านิ่ง ครามจึงขยับเข้าไปกระซิบ
“ฮ่าๆๆ เพื่อนฉันเขาก็ชอบเล่นมุกฝืดๆ แบบนี้ตลอดละค่ะ อย่าไปถือสาเลยนะ เอาเป็นว่าเพื่อเป็นการไถ่โทษเรื่องก่อนหน้า แล้วก็เรื่อง...มุกฝืดๆ เมื่อกี้นี้ ฉันกับเพื่อนขอเลี้ยงข้าวพวกคุณสักมื้อได้ไหมคะ อ้อ! ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะคะ ฉันเรืองริน ส่วนเพื่อนฉันญาณินค่ะ เพื่อนฉันเขาเป็นหลานสาวเจ้าของร้านนี้ เอาเป็นว่าถ้าไม่รังเกียจมื้อหน้าให้เพื่อนฉันเป็นเจ้ามือนะคะ งั้นไม่รบกวนแล้วละค่ะ” สิ้นเสียงเรืองรินค้อมศีรษะให้แล้วหันมาทั้งลากทั้งจูงเพื่อนให้เดินออกไปจากตรงนั้นโดยเร็วที่สุด
“เดี๋ยว” เสียงทุ้มๆ ของตุลญะฉุดรั้งให้คนที่ไม่อยากไปตั้งแต่แรกหันขวับกลับมาด้วยสีหน้าและแววตาเป็นประกาย
“คะ?” ญาณินถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“พรุ่งนี้เที่ยง” คำตอบสั้นๆ ของเขาทำเธอขมวดคิ้ว
“คะ?”
“มื้อหน้า” อีกครั้งที่เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินจากไป แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คนถามยิ้มกว้าง
“แกได้ยินใช่ไหม ฉันจะได้กินกับเขา รินแกได้ยินใช่ไหม” ญาณินเขย่าแขนเพื่อนด้วยความตื่นเต้น
“เดี๋ยวๆๆ แค่กินข้าว ไม่ได้กินแก ไม่ต้องทำหน้าดีใจขนาดนั้นก็ได้ ตั้งสติค่ะสาว เขาแค่รับนัด ไม่ได้รับรักเนอะ”
“แค่นี้ก็ดีแล้ว ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี เมื่อกี้ก่อนไปฉันว่าฉันเห็นเขายิ้มนะ เขาต้องยิ้มให้ฉันแน่ๆ เลยแก บางทีเขาอาจจะรู้สึกดีๆ กับฉันแล้วก็ได้ เพราะว่าฉันสวย...ใช่ไหม” เธอเชิดหน้าชูคอพลางใช้ปลายนิ้วสยายผม
“อืมสวย แต่สวยแบบน่ากลัวพิลึกนะ คนบ้าอะไรยื่นมือให้ผู้ชายตอกเล็บ เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นวิธีเข้าหาผู้ชายแบบจิตๆ ดีไม่ดีเขาอาจจะคิดว่าแกเป็นพวกเสพติดความเจ็บปวดแล้วก็ได้ ถามจริงอะไรดลใจแกวะ” ภาพที่เพื่อนยื่นมือให้ผู้ชายลงโทษก่อนหน้ายังตามหลอกหลอนจนเรืองรินลืมไม่ลง
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผีห่าซาตานตนไหนดลใจให้ฉันทำแบบนั้น ปกติต่อให้ตื่นเต้นแค่ไหน อย่างมากก็แค่ตะโกนออกมา แต่เมื่อกี้ฉัน... โอ๊ย! ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย” แค่นึกถึงสิ่งที่ตัวเองทำก่อนหน้า เธอก็รับไม่ได้จนต้องเอามือปิดหน้า
“คงเพราะแกเพิ่งเคยเจอของที่อยากได้มากๆ ครั้งแรกล่ะมั้ง”
“ก็อาจจะใช่ หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะความท้าทายที่ทำให้ฉันรู้สึกอยากจะเอาชนะให้ได้ เพราะงั้นแกต้องช่วยฉันพิสูจน์”
“ช่วยยังไง” เรืองรินเลิกคิ้วเสียงสูง
“ก็ช่วยทำให้ผู้ชายคนนั้นเป็นของฉันให้ได้ไง”
“ยังไง” เรืองรินเสียงสูงอีกครั้ง
“ยังไงไม่รู้ รู้แต่แกต้องช่วย แกก็เห็นว่าถ้าปล่อยให้ฉันทำอะไรคนเดียว ไม่บันเทิงก็ต้องบรรลัยแน่ๆ เพราะงั้นแกต้องอยู่ช่วยฉันนะเว้ยไอ้ริน” ญาณินเกาะแขนเพื่อนทำเสียงออดอ้อน
