บท
ตั้งค่า

๑ บุคคลที่สาม (๑)

บุคคลที่สาม

วันหยุดที่ลูกสาววัยสี่ขวบไม่ได้ออกไปข้างนอกมักจะเล่นสนุกอยู่ในบ้านโดยมีพี่เลี้ยงตามประกบไม่ห่าง เล่นสนุกด้วยการวิ่งบนพื้นหญ้าเพื่อจับผีเสื้อได้ไม่นานก็เหนื่อยจนต้องเปลี่ยนมาว่ายน้ำเล่นไปพลางกินขนมไปพลาง ความสุขฉายชัดทางแววตาและเสียงหัวเราะจนมารดาที่เดินออกมามองลูกมีรอยยิ้มเช่นเดียวกัน

เล่นจนเหนื่อยค่อยขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า นอนกลางวันเต็มอิ่มแล้วค่อยมากินข้าวเที่ยงในช่วงบ่าย ก่อนเข้าห้องเรียนเพื่อท่องพยัญชนะไทยและเขียนตัวอักษรโดยมีมารดาประกบไม่ห่าง สอนเรื่องเรียนให้เด็กน้อยตามเวลาที่กำหนดไว้ จากนั้นจึงถึงเวลาพักผ่อนปล่อยตามสบายเช่นเดิม จนกระทั่งมีเสียงเรียกดังขึ้นจากโถงกลางบ้านทำให้ต้องหันไปมองรวดเร็ว

“น้องน้ำ!”

“น้าปราณ!!”

ไม่ใช่ใครอื่นไกลเป็นน้องสาวของเธอเองที่เดินเข้ามาหาหลานสาวด้วยรอยยิ้มเต็มปาก พร้อมของที่ถือเต็มสองมืออีกต่างหาก เธอไม่ได้มีความรู้สึกอื่นใดกับปราณปรียานอกจากความรู้สึกผิดที่แย่งสามีซึ่งควรเป็นของน้องจนอีกฝ่ายกลายเป็นขี้ปากชาวบ้านต้องหลบไปรักษาแผลใจอยู่นานหลายเดือน

จากที่เคยอิจฉาก็แปรเปลี่ยนเป็นรู้สึกผิด แต่อีกฝ่ายกลับไม่ถือโทษโกรธเธอสักนิด เข้าใจหมดทุกอย่างแล้วยังยินดีในความสัมพันธ์ของพี่สาวพี่ชายทั้งสอง ยังเผื่อแผ่ความรักมาให้หลานตัวน้อยที่ชอบเล่นกับคุณน้าคนสวย

ปราณปรียาชอบสอนดนตรีให้หลานไม่ว่าจะเปียโนหรือไวโอลินหรือดนตรีชนิดอื่นที่หนูน้อยอยากเล่น วันหยุดก็มักส่งลูกไปเรียนที่สถาบันของอีกฝ่ายจนตอนนี้เล่นเปียโนได้พลิ้วทำเอาคุณย่าชมหลานไม่ขาดปาก เธอเองก็พลอยมีความสุขไปด้วย

หล่อนลุกยืนแล้วรับของจากน้องสาวเพื่อยื่นให้แม่บ้านที่ออกมาต้อนรับแขก พี่เลี้ยงคนสนิทค่อยเดินออกไปจากห้องให้คนในครอบครัวได้คุยกัน เธอยิ้มให้อีกฝ่ายที่เป็นแขกคนประจำของบ้าน ทั้งยังอยู่เคียงข้างสามีเธอตลอดจนแทบจะเป็นผู้ช่วยของเขาอยู่แล้ว

หลังจากมาเปิดสถาบันสอนดนตรีแล้วยังได้รับเกียรติเป็นอาจารย์พิเศษที่คณะอีกต่างหาก ชื่อเสียงของปราณปรียาค่อนข้างโด่งดังพอสมควร ต่างจากเธอที่ขลุกอยู่บ้านไม่ค่อยออกไปไหน ส่วนใหญ่ตัวติดกับลูกสาวแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันไปแล้ว

ซึ่งเธอเองก็มีความสุขมากที่ได้อยู่กับลูก...

“เป็นยังไงบ้าง ชอบตุ๊กตาที่น้าซื้อให้หรือเปล่า” อุ้มเด็กหญิงมานั่งบนตักแม้อีกฝ่ายจะกินจนตัวอ้วนกลมก็ตาม ยังนึกเอ็นดูจนอดจะก้มมาฟัดแก้มนุ่มของหลานไม่ได้ ไม่แปลกใจกับหน้าตาหมดจดงดงามของธารธารินทร์เลยแม้แต่น้อย

พ่อก็หล่อแถมแม่ยังสวยมากอีกต่างหาก ลูกสาวหรือจะไม่ได้รับส่วนที่ดีของหน้าตามา ได้ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ห้างสรรพสินค้าของบิดาเลยด้วยซ้ำ เป็นที่รักของพ่อแล้วยังเป็นศูนย์รวมใจคนทั้งบ้านอีกต่างหาก หล่อนพาลูกกลับบ้านวรรณวาณิชย์ก็ถูกต้อนรับอย่างดี

แม้ว่าบุพการีจะเล่นกับหลานจนลืมหล่อนก็ตาม แต่กลับมีความสุขที่หนูน้อยได้รับความรักมากขนาดนี้...

น้าสาวถามถึงตุ๊กตาที่ช่วยกันเลือกกับศตวรรษ ยิ้มแย้มแล้วมองหลานสาวด้วยความรักจนต้องโอบกอดไว้บนตักแน่นกว่าเดิม เด็กหญิงพยักหน้าทันที

“ชอบค่ะ น่ารักมากเลย” กลายเป็นว่าบนเตียงมีเพื่อนเพิ่มอีกหนึ่งตัว

ปิ่นคีตามองน้องสาวแล้วยิ้มเล็กน้อย ก้มลงเก็บหนังสือของลูกซ่อนร่องรอยแห่งความเศร้าเอาไว้ ถึงจะไม่ชอบที่สามีออกไปไหนสองต่อสองกับหญิงอื่นก็ต้องเก็บความขมขื่นไว้กับตน เพราะรู้ดีว่าที่ตรงนี้ควรเป็นของปราณปรียา ไม่ใช่คนที่ฉวยโอกาสแบบเธอ

แม้ว่ายังคงกังขากับเรื่องราววันนั้นไม่หาย ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังใส่ยาให้เธอกินจนเรื่องทุกอย่างเลยเถิดบานปลาย สร้างรอยร้าวฉายให้พวกตนมากกว่าเดิม เพราะศตวรรษโทษว่าเป็นความผิดของหล่อนเพียงผู้เดียว

ทั้งที่ไม่ใช่ฝีมือของเธอ...

“ดีใจที่ชอบนะคะ น้าตั้งใจเลือกให้เป็นพิเศษเลยรู้ไหม” ลูบผมเด็กน้อยไปมาดมกลิ่นหอมจากกลุ่มผมสวมที่ยาวประบ่า

“ค่ะ” ผงกศีรษะเป็นการรับทราบ จากนั้นจึงพูดคุยกันอย่างสนุกสนานก่อนที่หลานจะถูกพี่เลี้ยงพาไปเล่นข้างนอก ปล่อยผู้ใหญ่ให้พูดคุยกันตามลำพัง เธอเห็นอย่างนั้นก็นึกอึดอัดเพราะไม่ได้สนิทกับน้องเป็นทุนเดิม

เป็นพี่น้องที่คุยกับนับคำได้ แต่ปราณปรียาก็พยายามเข้าหาพี่สาวเหมือนเดิม โดยใช้ทักษะการคุยเก่งของตนเป็นตัวช่วย ความสุขเปล่งประกายออกมาจนข่มความมืดมนของคุณแม่ลูกหนึ่ง รู้สึกเหมือนขนาดตัวของหล่อนดูเล็กน้อยยามอยู่กับน้อง

“กินข้าวมาหรือยัง” เป็นฝ่ายชวนคุยก่อนแล้วพากันเดินออกมาจากห้องสอนหนังสือของเด็กหญิงที่ทำไว้เฉพาะเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ เข้าห้องนี้ทีไรเจ้าตัวจะทราบทันทีว่าถึงเวลาเรียนแล้ว ต้องจริงจังกว่าทุกครั้ง

“ยังค่ะ ว่าจะมาฝากท้องที่นี่แหละ มีอะไรกินบ้างหรือเปล่า” หันมาถามพลางมองซ้ายขวาเพื่อหาพี่เขยของตนที่ตอนนี้คุยกันแบบสนิทสนมกว่าเมื่อก่อนเสียอีก แล้วรู้สึกว่าคุยกันรู้เรื่องกว่าผู้ชายทุกคนที่หล่อนเคยคบมาด้วยซ้ำ

เสียดายที่ไม่ได้ครอบครอง ต้องเสียคนที่เหมาะสมให้พี่สาวไปแล้ว...

“พี่จะไปบอกแม่ครัวดูให้แล้วกัน” เธอกำลังจะเลี่ยงไปทางอื่นกลับเจอแม่สามีเดินลงมาจากบนบ้านพอดี

คุณอังคณา ชนสรณ์ไพศาลไม่ค่อยอยู่บ้านเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ไปสมาคมเพื่อนทุกข์ยากที่ก่อตั้งกันกับกลุ่มคุณหญิงคุณนายมากกว่า คอยดูแลเรื่องคนยากจนไร้บ้านหรือถูกทำร้าย ส่วนใหญ่เป็นงานช่วยเหลือสังคมที่ท่านเป็นคนออกหน้าเอง ปล่อยให้บุตรชายดูแลธุรกิจของครอบครัวหลังจากสามีเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อน

บ้านชนสรณ์ไพศาลทำธุรกิจห้างสรรพสินค้าที่มีโรงแรมระดับห้าดาวทั่วประเทศ บุตรชายนั่งกุมบังเหียนแทนบิดาแล้วก็ทำได้ดีเป็นอย่างมากจนหุ้นส่วนเชื่อใจ เขาจึงงานหนักแทบไม่ได้กลับบ้านตรงเวลาเลยสักครั้ง กระนั้นก็ยังพยายามเคลียร์งานเพื่อจะได้กลับมาหาลูกสาว

เพราะธารธารินทร์คือแก้วตาดวงใจคนทั้งบ้าน...เหมือนศูนย์กลางแห่งความรัก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel