บทนำ (๓)
“พูดอะไรของพี่ อึก ร้อนไหม ลดแอร์ลงได้หรือเปล่า” ร้อนจนเธอทนไม่ไหวเดินไปคว้ารีโมทมาปรับแอร์ลงเหลือแค่สิบสามองศาเท่านั้น แต่ก็เหมือนไม่ช่วยเลยสักนิดจนคนตัวสูงที่สวมเพียงบ็อกเซอร์อย่างเดียวต้องเดินเข้ามาจับมือเธอเอาไว้
“ถ้าเธออยากมากนักฉันจะสนองให้เอง แต่จำไว้ว่าฉันเกลียดเธอยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือนอีก!” ไม่พอยังลากร่างบางโยนลงบนเตียงก่อนขึ้นคร่อม เขาไม่สามารถหักห้ามใจของตัวเองไว้ได้เพราะมันช่างยากเสียเหลือเกิน
“พี่ พี่แสน อื้อ...” ก้มลงบดขยี้ริมฝีปากสีหวานจนบวมช้ำโดยไม่สนใจว่าเธอจะเจ็บหรือเปล่า ฉีกเสื้อผ้าของเธออย่างร้อนใจแล้วเริ่มทำในสิ่งที่ตนต้องการทันที ไม่สนใจว่าอารมณ์เกิดจากยาหรือความใคร่ส่วนตัวกันแน่
แต่เขาไม่มีทางปล่อยเธอไปจนกว่าความร้อนที่แล่นไปทั่วกายจะหมดลง...
แล้วงานแต่งครั้งนี้ก็ต้องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวเมื่อบุพการีมาเห็นพวกเขานอนกอดกันอยู่บนเตียง ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้
ชายหนุ่มจำต้องแต่งงานกับปิ่นคีตาทันที...ก่อนพบว่าเธอตั้งครรภ์
เมื่อแต่งงานทั้งยังท้องจึงต้องลาออกจากงานตามความต้องการของแม่ย่า อยู่บ้านเพื่อคอยดูแลลูกและสามีแม้ว่าจะจ้างพี่เลี้ยงมาคอยช่วยก็ยังมีอีกหลายเรื่องต้องจัดการเอง ทิ้งเงินและอนาคตในการก้าวหน้าด้านการงานเพื่อคำว่าครอบครัว
เธออยากดูแลลูกและให้ความรักแก่อีกฝ่ายอย่างเต็มที่...
หญิงสาวกำลังนั่งระบายสีสมุดวาดภาพกับลูกสาววัยสี่ขวบ ธารธารินทร์ ชนสรณ์ไพศาลคือลูกสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจของคนทั้งบ้าน ไม่ว่าหล่อนจะถูกสามีเมินเฉยหรือแม่ย่ามองข้าม แต่ก็ยังสำคัญกับเด็กหญิงไม่เปลี่ยน
จนกระทั่งได้ยินเสียงรถยนต์ของบิดาเคลื่อนเข้ามา จึงได้ละมือจากงานที่ทำแล้วรีบวิ่งออกไปยังโถงหน้าบ้านเพื่อต้อนรับศตวรรษกลับบ้าน
“ป๊าขา!!” เธอมองลูกสาววิ่งเข้าไปหาเขาแล้วก็อมยิ้มมีความสุข ครอบครัวของเราสมบูรณ์แบบอย่างที่เคยนึกฝันเอาไว้ ร่างสูงโน้มตัวลงมาอุ้มลูกสาวแล้วแย้มยิ้มให้หนูน้อยพร้อมทักทายด้วยการหอมแก้มสองข้าง
“ว่าไงคนเก่ง คิดถึงจังเลยขอป๊าหอมหน่อยนะ”
“จักจี้ ฮ่าๆๆ ป๊าไม่โกนหนวด” หนูน้อยพยายามหันหน้าหนีพลางหัวเราะร่วนกับการถูกไรหนวดถูหน้า เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มด้วยความเอ็นดูลูกมากกว่าเดิม เหมือนได้เติมพลังหลังเหนื่อยจากงานมาแล้วทั้งวัน
“เดี๋ยวป๊าโกนครับ” เขาวางลูกสาวลงบนพื้นแล้วเมินคนที่ยืนเยื้องออกไป
“กินข้าว...” เธอพยายามจะถามว่ากินข้าวมาหรือยัง เตรียมอาหารไว้ให้เรียบร้อยแล้วกลับถูกเขาเมินทันที
“เข้าบ้านกันดีกว่านะ วันนี้ป๊าซื้อของฝากมาให้น้องน้ำด้วย น้าปราณเป็นคนช่วยเลือกเลยนะ ไปดูดีกว่าว่าลูกสาวคนสวยของป๊าจะชอบหรือเปล่า” มองเลยไปด้านหลังพบว่าแม่บ้านหอบหิ้วของหลังรถเขาเข้ามาในบ้าน
“เย้! ชอบบบ ป๊าซื้ออะไรหนูก็ชอบหมดเลย” กระโดดไปมามีความสุขโดยที่หญิงสาวก็เดินตาม มองของที่เขาซื้อมาพร้อมกับชื่อของน้องสาวที่วนเวียนในหัวไม่หยุด
ปราณปรียายังคงมีบทบาทสำคัญในชีวิตคู่ของเรา...
“แม่ทำกับข้าวไว้ให้ป๊าด้วย...หนูก็ช่วย!” บอกด้วยเสียงสดใสแต่เหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้สนใจคำพูดแรก เลือกจะโฟกัสแค่ประโยคหลังอย่างเดียว เมินเฉยต่อเธอเหมือนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
“ฝีมือน้องน้ำป๊าจะกินให้หมดเลยค่ะ”
หล่อนยิ้มขมขื่นเมื่อมองแผ่นหลังกว้างที่เดินขึ้นชั้นสอง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนพรูลมหายใจออกทางปาก ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนเมินสักหน่อย
ควรชินได้แล้ว...
