ตอนที่ 4 ภารกิจให้ลูกเลี้ยงกินอิ่ม
หลังจากกินเสร็จซูหลานเก็บหัวมันที่เหลือไปฝังไว้ใต้ขี้เถ้า อาศัยความร้อนที่เหลือทำให้หัวมันสุก
“พรุ่งนี้เช้าจะได้ไม่ต้องก่อไฟใหม่”
กู้ฉางจิ่นพยักหน้า “ขอรับ”
ซูหลานมองฟ้าที่มืดสนิทด้านนอกวัด ก่อนหันกลับมามองเด็กทั้งห้า วันนี้นางเพิ่งฟื้นจากการข้ามภพ ยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะต้องเจอกับอะไร
ไม่รู้ว่าครอบครัวนี้จะถูกส่งไปไหนอีกหรือไม่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อของเด็กทั้งห้าจะมีโอกาสกลับมาหรือไม่ หรือบางทีอาจจะตายไปแล้วก็ได้ไม่อย่างนั้นคงไม่หายไปแบบนี้
แต่เรื่องหนึ่งนางรู้แล้ว ถ้านางต้องเดินทางต่อไปพร้อมกับเด็กพวกนี้จริง ๆ อย่างน้อยก็ต้องทำให้พวกเขามีชีวิตรอดก่อน
“เอาล่ะ นอนได้แล้ว”
เด็กทั้งห้าค่อย ๆ แยกย้ายกันหาที่นอน ซูหลานเองก็เลือกมุมหนึ่งของพื้นวัดแล้วล้มตัวลง ร่างกายนี้อ่อนล้าเต็มทีเดิมทีก็เป็นคุณหนูในห้องหอ ร่างบอบบางนี้ทนมาได้จนถึงที่นี่ก็นับว่าดีมากแล้ว
นางหลับตาลงได้ไม่นานก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างขยับเข้ามาใกล้ ซูหลานลืมตาขึ้นเห็นกู้ฉางอู่กำลังคลานเข้ามาหานาง
“ท่านแม่...”
“ฉางอู่มีอะไร”
เด็กน้อยไม่ตอบเพียงมุดเข้ามาใต้ผ้าห่มผืนบาง แล้วขดตัวเข้าหานางก่อนกอดแขนเอาไว้แน่น
ซูหลานแข็งค้าง “เดี๋ยว!”
เด็กน้อยหลับตาพริ้ม “ท่านแม่ตัวอุ่น...”
ซูหลานเงียบไปนางก้มมองใบหน้าเล็ก ๆ ที่กำลังหลับสนิทอยู่ข้างกาย จะผลักออกก็ดูใจร้ายเกินไป สุดท้ายจึงถอนหายใจแล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้เขา
“เด็กน้อย...”
ซูหลานหลับตาลงอีกครั้ง คืนนี้คงต้องนอนกันแบบนี้ไปก่อน
【ติ๊ง!】
【ภารกิจเริ่มต้นกินให้อิ่มหนึ่งมื้อ: สำเร็จ】
【เปิดความสามารถค้นห้าในรัศมี 10 เมตรสำเร็จ】
ซูหลานลืมตาขึ้นอีกครั้งเยี่ยมไปเลยตอนนี้นางไม่ต้องเป็นหนูตาบอดคลำทางอีกแล้ว
“...”
แค่สิบเมตรเองหรือระบบนี้ช่างรู้จักหาเรื่องให้นางจริง ๆ แต่เมื่อมองเด็กน้อยที่กอดแขนของตัวเองแน่น
‘เอาเถอะเด็กก็คือเด็กจะจัดการไม่ได้ให้มันรู้ไป’
กู้ฉางอู่หลับสนิทใบหน้าเล็กซุกอยู่ตรงข้อพับแขนของนาง ลมหายใจสม่ำเสมอราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วนางจะหายไป
ซูหลานก้มมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
“เจ้านี่ติดคนจริง ๆ”
นางขยับแขนเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนท่า แต่เด็กน้อยกลับขยับตามทันที ซูหลานจึงยอมแพ้
... ช่างเถอะ เห็นแก่ที่เจ้ายังเล็กหรอกนะ นางหลับตาลงอีกครั้ง ทว่าภายในหัวกลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
【ติ๊ง!】
ซูหลานลืมตาทันที “มาอีกแล้ว”
แผ่นแสงโปร่งใสปรากฏขึ้นตรงหน้า ไม่มีใครนอกจากนางมองเห็นมันซูหลานขยับตัวช้า ๆ ระวังไม่ให้เด็กน้อยตื่น จากนั้นจึงเพ่งมองหน้าจอ
รายชื่อเด็กทั้งห้าคนปรากฏขึ้นทีละคน
【กู้ฉางเหยียน — ความผูกพัน 0】
【กู้ฉางจิ่น — ความผูกพัน 6】
【กู้ฉางอัน — ความผูกพัน 3】
【กู้ฉางเฟิง — ความผูกพัน 4】
【กู้ฉางอู่ — ความผูกพัน 16】
ซูหลานกะพริบตาปริบ ๆ
“เดี๋ยวนะ”
นางจำได้ว่าค่าของฉางจิ่นก่อนหน้านี้อยู่ที่ห้า ส่วนฉางอู่สิบห้า แปลว่า ... เพียงแค่กินหัวมันด้วยกันหนึ่งมื้อ ค่าความผูกพันก็เพิ่มขึ้น?
ซูหลานขมวดคิ้ว
“แล้วของฉางเหยียนล่ะไม่เห็นขยับสักนิด”
นางมองไปยังเด็กชายที่นั่งพิงเสาอยู่ไม่ไกล กู้ฉางเหยียนหลับแล้วหรืออย่างน้อยก็ดูเหมือนหลับ เด็กชายวัยสิบสองนั่งกอดอกพิงเสา ร่างผอมยังคงมีท่าทางระมัดระวังแม้ยามหลับ
ซูหลานถอนหายใจ เจ้าเด็กนี่คงเหนื่อยมามากจริง ๆ นางเลื่อนสายตากลับมายังหน้าจอ
“แล้วข้าได้อะไรจากการเพิ่มค่าความผูกพัน”
【เมื่อค่าความผูกพันสะสมถึงเงื่อนไขที่กำหนด สามารถปลดล็อกรางวัล】
“รางวัลอะไร?”
【ขึ้นอยู่กับระดับของระบบ】
“แล้วตอนนี้ระบบอยู่ระดับไหน”
【ระดับ 1】
“มีอะไรให้ข้าใช้บ้าง”
หน้าจอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปรากฏข้อความใหม่
【ร้านค้ากลางชาวนา — ยังไม่ปลดล็อก】
ซูหลานหรี่ตา “ร้านค้า”
【สามารถแลกเปลี่ยนอาหาร เมล็ดพันธุ์ ของใช้พื้นฐาน ยารักษา และสิ่งของอื่นตามระดับของระบบ】
ดวงตาของซูหลานสว่างวาบ
อาหาร!
เมล็ดพันธุ์!
ยา!
ของพวกนี้คือสิ่งที่นางต้องการที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่หรือ
“แล้วต้องใช้เงินเท่าไร”
【ใช้คะแนนระบบ】
“แล้วคะแนนระบบเอามาจากไหน?”
【ค่าความผูกพัน】
“...”
นี่มันระบบเลี้ยงลูกชัด ๆ!
นางเพิ่งมาอยู่ร่างนี้ไม่ทันไร ระบบก็โยนภารกิจให้เลี้ยงลูกห้าคนเพื่อแลกของเสียแล้ว
“แล้วถ้าข้าไม่ทำล่ะ”
【ไม่มีรางวัล】
“ถ้าข้าทำไม่สำเร็จ”
【ไม่มีรางวัล】
“ถ้าข้าทำให้เด็กพวกนี้รักข้าไม่ได้”
【ไม่มีรางวัล】
ซูหลานเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนพึมพำออกมา
“เจ้าระบบขี้งก”
【...】
ซูหลานอดที่จะหัวเราะต่อโชคชะตาของตัวเองไม่ได้
“ก็ได้”
“เลี้ยงก็เลี้ยง”
แม้นางจะไม่ใช่คนรักเด็ก ไม่เคยคิดจะมีลูกแต่นางก็ไม่ได้เกลียดเด็กพวกนี้อยู่แล้ว ถึงจะยังไม่คุ้นกับคำว่า ‘แม่’ ที่เด็กพวกนั้นเรียก
แต่ในเมื่อร่างนี้กลายเป็นแม่เลี้ยงของพวกเขาแล้ว อย่างน้อยนางก็จะไม่ปล่อยให้เด็กทั้งห้าตายอยู่ข้างทาง
“แล้วต้องมีคะแนนเท่าไหร่ถึงจะเลื่อนระดับ”
【ร้านค้าจะปลดล๊อคเมื่อสะสมค่าความผูกพันครบ 100 คะแนน】
“...”
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
“เจ้าระบบ”
【...】
“เจ้านี่มันงกจริง ๆ”
ไม่มีคำตอบกลับมา ซูหลานจึงปิดหน้าต่างระบบอย่างหงุดหงิด แต่ก่อนที่หน้าจอจะหายไป นางเหลือบเห็นข้อความเล็ก ๆ ด้านล่าง
【หมายเหตุ : ความผูกพันไม่สามารถบังคับหรือซื้อได้】
ซูหลานชะงัก นางอ่านประโยคนั้นอีกครั้ง ไม่สามารถบังคับหรือซื้อได้ ... แปลว่าต่อให้นางพยายามเอาใจเด็กเพียงเพื่อให้ได้คะแนน ระบบก็คงไม่ยอมรับสินะ
“เข้าใจแล้ว” ซูหลานพึมพำ
ระบบนี้ไม่ได้ต้องการให้นางแสดงเป็นแม่ที่ดี แต่มันต้องการให้นางกลายเป็นครอบครัวของเด็กพวกนี้จริง ๆ
คิดมาถึงตรงนี้ซูหลานก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา
“ยากกว่าหาเงินเสียอีก”
นางเอนตัวลงนอนอีกครั้ง คราวนี้ไม่คิดอะไรอีกไม่นานก็หลับไป
ทว่าในความมืด กู้ฉางเหยียนที่ควรหลับอยู่กลับค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของเด็กชายมองไปยังซูหลาน
เมื่อครู่ ... เขาไม่ได้หลับแต่แอบมองท่าทางของซูหลานอยู่ กู้ฉางเหยียนขมวดคิ้ว ตั้งแต่ซูหลานฟื้นขึ้นมาทุกอย่างก็ผิดปกติไปหมด
นางรู้วิธีจัดการหัวมัน แบ่งอาหารให้พวกเขา ยอมให้น้องเล็กนอนข้างกายและยังพูดว่าพวกเขาเป็นลูกของนาง
แต่สิ่งที่น่าประหลาดที่สุดคือ ... นางมักพูดกับบางสิ่งที่ไม่มีใครมองเห็น เด็กชายมองหญิงสาวที่หลับสนิท ก่อนลดสายตาลง
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม ตราบใดที่นางไม่ทำร้ายพวกเขา เขาจะยังไม่ถาม แต่ถ้านางคิดร้ายขึ้นมา...
กู้ฉางเหยียนกำมือแน่น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้น้อง ๆ เป็นอะไรเด็ดขาด
รุ่งเช้า
“ท่านแม่!”
เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นข้างหู
ซูหลานขมวดคิ้วแล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมหน้า “ขออีกห้านาที...”
“ท่านแม่!” เสียงดังขึ้นอีกครั้ง
ซูหลานยังไม่ขยับ “ห้านาที...”
“ท่านแม่ หิว!”
คราวนี้ซูหลานลืมตาทันที
“...”
กู้ฉางอู่กำลังนั่งคร่อมอยู่บนผ้าห่มของนาง ใบหน้าเล็ก ๆ ยิ้มกว้าง
“หิวแล้ว”
ซูหลานมองเด็กตรงหน้า ก่อนยกมือกุมขมับ
เพิ่งเช้าเองนะ!
“เจ้าเป็นนาฬิกาปลุกหรืออย่างไร”
“นาฬิกาปลุกคืออะไร”
“ช่างเถอะ”
ซูหลานลุกขึ้นนั่ง
เด็กทั้งสี่คนที่เหลือกำลังทยอยตื่น กู้ฉางจิ่นลุกไปเติมฟืน ส่วนกู้ฉางอันกับกู้ฉางเฟิงช่วยกันเก็บของที่ใช้เมื่อคืน
มีเพียงกู้ฉางเหยียนที่ยืนอยู่ไม่ไกล เขามองซูหลานเงียบ ๆ
ซูหลานสบตาเขา “มองอะไร”
“ไม่มีอะไรขอรับ”
“ถ้ามีก็ถามมา ข้าไม่ชอบความนิ่งเงียบ ต้องการอะไรจะถามอะไรก็รีบ ๆ พูดมา”
เด็กชายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“วันนี้เราจะไปไหนหรือ จะเข้าเมืองหรือจะเดินทางลงใต้”
“นักโทษเนรเทศเดินทางออกจากที่นี่แล้วลงใต้ได้ด้วยหรือ”
เรื่องนี้นางค้นหาจากความทรงจำแล้ว แต่ก็ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับข้อมูลกฎหมายพวกนี้เลย
กู้ฉางเหยียนมีสีหน้าลังเล ดวงตากรอกไปมาราวกับกำลังชั่งใจ ก่อนจะตอบเสียงเบาว่า
“เดินทางได้ขอรับแต่ห้ามเข้าไปค้างคืนในเมือง และตลอดเส้นทางต้องอยู่ห่างจากเมืองหลวงอย่างน้อยสองพันลี้”
“ยุ่งยากจริง” ซูหลานฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว “ไม่มีแผนที่จะรู้ได้อย่างไรว่าที่อยู่ตอนนี้อยู่ห่างเมืองหลวงเท่าไหร่”
“ท่านแม่หรือ ... หรือพวกเราจะไม่ไปตามหาท่านพ่อแล้ว”
“หือ” ซูหลานสงสัย
ในความทรงจำตลอดเส้นทางเด็กพวกนี้เอาแต่ร้องหาพ่อ พร่ำบอกว่าหลังจากพ้นจากโซ่ตรวนจะเดินทางลงใต้ทันที แต่ตอนนี้เจ้าคนโตกลับบอกว่าจะไม่ไปแล้ว
“ทำไมถึงไม่ไปแล้วล่ะ” ซูหลานลองถาม
กู้ฉางเหยียนเงียบไปหลายอึดใจก่อนบอกว่า
“ข้าปกป้องใครไม่ได้เลย หากฝืนเดินทางแล้วมีคนจำทำร้ายพวกน้อง ๆ แล้วก็ท่านแม่เหมือนวันนั้นอีก ... ข้า”
เขากำหมัดแน่น