บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 มื้อแรก

เมื่อกลับมาถึงวัดร้างกู้ฉางเหยียนก็นำหัวมันที่เหลือไปจัดการต่อทันที เด็กทั้งห้าช่วยกันก่อไฟเพิ่ม

ไม่นานกองไฟก็ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ซูหลานนำหัวมันที่ปัดเศษดินแล้วฝังลงใต้ขี้เถ้าร้อนตามวิธีเดิม

กลิ่นหอมจาง ๆ เริ่มลอยออกมา เด็กทั้งห้าคนนั่งเรียงกันอยู่รอบกองไฟ ไม่มีใครพูดอะไร แต่สายตาทุกคู่จับจ้องไฟไม่วางตา

ซูหลานเหลือบก่อนจรรยาบรรณ์แพทย์ที่ติดตัวมาก็เริ่มทำงาน

“อย่าจ้องไฟนานเกิน มองนาน ๆ ตาจะเสียเอานะ”

“ทราบแล้วท่านแม่ ...”

กู้ฉางเฟิงตอบเสียงอ่อย

ซูหลานส่ายหน้า ... เด็กพวกนี้คงหิวจนแทบกินดินได้แล้วกระมัง

เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่ ซูหลานเลือกเขี้ยหัวมันออกมาดูใช้ปลายนิ้วกด ๆ ดูพบว่ามันนิ่มแล้ว นางลองบิออกดูเนื้อในกลิ่นหวานหอมก็ลอยออกมาเตะจมูกทันที

กู้ฉางอู่กลืนน้ำลายดังเอื๊อก

ซูหลานมองเด็กน้อยแล้วหัวเราะ

“หิวมากหรือ”

“หิวขอรับ”

เด็กน้อยพยักหน้าหงึก ๆ

“งั้นรออีกหน่อยนะ ให้มันเย็นลงก่อนไม่อย่างนั้นมันจะลวกลิ้น”

ซูหลานเอามันหัวแรกปอกเปลือกนอกออกแล้ววางบนชายเสื้อของนางเอง ก่อนจะใช้กิ่งไม้เขี่ยหัวมันออกห่างจากกองไฟ ก่อนใช้ผ้าผืนหนึ่งรองมือแล้วค่อย ๆ แกะเปลือกออก

ไอร้อนลอยขึ้นมา เนื้อด้านในเป็นสีเหลืองนวล ส่งกลิ่นหอมจนแม้แต่นางเองยังรู้สึกหิว ซูหลานหักออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเป่าให้เย็น ส่งคำแรกเข้าปากของตัวเอง

“อืม สุกแล้วพวกเจ้าก็เอาหัวมันที่เหลืออกมากินได้แล้ว”

ทันทีที่คำพูดจบลงทุกคนก็ขยับเข้ามาใกล้กองไฟ แต่ยังไม่มีใครหยิบพวกเขามองไปยังกู้ฉางเหยียนเป็นตาเดียว

กู้ฉางเหยียนเป็นคนจัดการหัวมันที่เหลือ เขาแบ่งให้ฉางอันกับฉางเฟิง ส่วนตัวเองกับฉางจิ่นเลือกชิ้นเล็กกว่า

ซูหลานมองภาพนั้นเงียบ ๆ เด็กอายุสิบสองกลับรู้จักจัดสรรอาหาร แถมยังเลือกชิ้นใหญ่ให้น้อง ๆ ส่วนตัวเองเลือกชิ้นเล็กสุด รู้ความกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก

ซูหลานมองเขาอยู่ครู่หนึ่งเห็นเขากัดไปสองคำก็หมดแล้ว นางจึงหยิบชิ้นที่ใหญ่ที่สุดจากกองตรงหน้าแล้วยื่นให้

“เอาไป”

กู้ฉางเหยียนมองหัวมันในมือของนาง

“ข้า ... กินน้อย”

“ข้าบอกให้เอาไป”

“...”

เด็กชายไม่รับทันที

ซูหลานจึงยัดใส่มือเขาเสียเลย

“ให้กินก็กินไปเถอะ ตัวเจ้าเองก็ผอมจนเหลือแต่กระดูก ถ้ายังแบ่งให้น้องจนตัวเองอดตาย สุดท้ายคนที่ต้องลำบากคือข้า”

กู้ฉางเหยียนนิ่งไป

“เหตุใดท่านต้องลำบากด้วย”

ซูหลานชะงักนางมองเด็กชายตรงหน้า ก่อนตอบตามความจริง

“พี่ใหญ่สุดอย่างเจ้าตายไป ให้จะเลี้ยงน้อง ๆ ของเจ้ากันล่ะ หวังให้ข้าเลี้ยงพวกเขาคนเดียวหรือไง”

กู้ฉางเหยียนกำหัวมันในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย คำตอบนั้นทำให้เขาไม่รู้จะพูดอะไร

【ติ๊ง!】

【กู้ฉางเหยียน ความผูกพัน +1】

ซูหลานกะพริบตานางเหลือบมองหน้าต่างระบบที่ปรากฏเพียงชั่วครู่ ก่อนจะหายไป

เด็กชายตรงหน้าไม่ได้พูดอะไร เพียงก้มหน้าลงแล้วเริ่มกินหัวมันในมือช้า ๆ

ซูหลานยังคงแปลกใจเจ้าเด็กนี่ถูกคนประชดประชันแล้วเกิดความประทับใจได้อีก

“กินกันเถอะ” นางหันไปมองเด็กคนอื่น

“คืนนี้กินให้อิ่ม ใครกินไม่หมดก็เก็บไว้พรุ่งนี้”

เด็กทั้งห้าพยักหน้าพร้อมกัน

“ขอรับ!”

กู้ฉางอู่ที่กำลังกินอยู่แก้มตุ่ยเงยหน้าขึ้นมองนาง

“ท่านแม่อร่อยมาก”

ซูหลานชะงักคำเรียกนั้นยังคงทำให้นางรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง แต่ครั้งนี้กลับไม่ได้รู้สึกรำคาญเท่าไหร่แล้ว

“อร่อยก็กินช้า ๆ เดี๋ยวติดคอ”

เด็กน้อยพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย จากนั้นก็ก้มหน้ากินต่อ

ซูหลานมองเด็กทั้งห้าคนที่กำลังกินอาหารอย่างตั้งใจแล้วถอนหายใจเบา ๆ แค่หัวมันไม่กี่หัวกลับทำให้พวกเขาดีใจได้ถึงเพียงนี้

“นี่”

เสียงเรียกแบบไม่เจาะจงของซูหลานดังขึ้น ทำให้ทุกคนหันความสนใจมาที่นางทั้งหมด

“... เอ่อ ... ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหน”

“?!”

เด็กสี่คนเบิกตากว้าง แต่น้องเล็กกู้ฉางอู่กลับเป็นคนตอบ

“คนใจร้ายเอาพวกเรามาทิ้งไว้” พูดไปน้ำตาของเด็กน้อยก็เริ่มคลอเป้า

“ท่านแม่ท่านจำไม่ได้หรือ ว่าตอนนี้พวกเราอยู่นอกเมืองหนานจ้าวแล้ว” กู้ฉางเฟิงเจ้าเด็กอ้วนพูดขึ้น

“หรือว่าท่านแม่จะตกใจจน ...”

ฉางจิ่นคนรองมองนางด้วยสายตาสงสารปนสงสัย

ส่วนกู้ฉางเหยียนไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงมองซูหลานนิ่ง ๆ

สายตาของเด็กชายทำให้นางรู้สึกแปลก ๆ ราวกับเขากำลังรอคำตอบบางอย่างจากนาง

แล้วในวินาทีนั้นเอง ... ภาพบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว ภาพของถนนที่ทอดยาว รถลากที่สั่นสะเทือนตลอดการเดินทาง เสียงโซ่กระทบกัน เสียงร้องไห้ของเด็กเล็ก และความเหนื่อยล้าที่แทบทำให้ลืมตาไม่ขึ้น

ซูหลานขมวดคิ้วภาพเหล่านั้นไม่ใช่ความทรงจำของนาง แต่มันกลับชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

นางเห็นเด็กทั้งห้าคนเดินตามกันอย่างหมดแรง เสื้อผ้าของทุกคนสกปรกและเก่า ใบหน้าซีดเซียวเพราะเดินทางมาเป็นเวลานาน ก่อนที่ผู้คุมจะหยุดรถอยู่หน้าวัดร้างแห่งหนึ่ง

“เข้าไป” เสียงแข็งกระด้างดังขึ้น

เด็ก ๆ ถูกต้อนออกจากถนนทีละคน ซูหลานคนเดิมยืนอยู่ข้างเด็กทั้งห้าอย่างมึนงง นางมองไปรอบ ๆ ตรงหน้าเป็นเพียงวัดร้างที่ทรุดโทรม ไม่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้ ๆ แม้แต่หลังเดียว

ผู้คุมคนหนึ่งพูดขึ้น นางจำได้ว่าคนนี้ซื่อตรงต่อหน้าที่ไม่เคยรังแกพวกเขาสักครั้ง

“ส่งถึงแค่ตรงนี้ จากนี้พวกเจ้าก็หาทางรอดกันเอง”

คำพูดนั้นทำให้เด็ก ๆ หน้าซีด

“แล้ว... แล้วพวกเราจะไปไหนขอรับ”

กู้ฉางเหยียนถาม

แต่ไม่มีใครตอบ

รถลากเสบียงที่ตามพวกเขามาค่อย ๆ เคลื่อนออกไป ทิ้งพวกเขาทั้งหกคนไว้หน้าวัดร้างเพียงลำพัง ซูหลานคนเดิมยืนมองรถที่จากไปด้วยสีหน้าว่างเปล่า นางเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

ระหว่างนั้นชายผู้คุมสองคนที่มักมองนางมาตลอดทางกลับยังไม่ไปไหน ทั้งสองเดินเข้ามาใกล้

สายตาที่มองมาทำให้ซูหลานรู้สึกไม่ดีนางถอยหลังทันที

“พวกเจ้าจะทำอะไร”

ไม่มีคำตอบมือของชายคนหนึ่งคว้าข้อมือนางเอาไว้

ซูหลานดิ้นรนทันที “ปล่อยข้านะ!”

เด็ก ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ เริ่มส่งเสียงร้องและเข้ามาขวางไว้ กู้ฉางเหยียนเป็นคนแรกที่พุ่งเข้ามา

“ปล่อยท่านแม่!”

เด็กชายพยายามช่วยนางแต่ร่างเล็กเกินกว่าจะสู้กับผู้ใหญ่ได้อีกฝ่ายผลักเขาจนล้ม

“พี่ใหญ่!”

เสียงร้องของเด็กคนอื่นดังขึ้นพร้อมกัน

กู้ฉางจิ่น กู้ฉางอัน และกู้ฉางเฟิงรีบเข้าไปช่วยพี่ชาย แต่เด็กทั้งสี่คนก็ถูกทำร้ายจนล้มลงไปทีละคน

กู้ฉางเหยียนพยายามลุกขึ้นอีกครั้งเขากัดฟันแน่น ก่อนจะพุ่งเข้าไปขวางหน้าซูหลานอีกครั้ง

“หยุดเดี๋ยวนะ!”

เสียงของเด็กชายยังไม่ทันจบร่างเล็กก็ถูกฟาดจนล้มลงกับพื้น ศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง

“พี่ใหญ่!”

เสียงร้องของเด็ก ๆ ดังขึ้น

ซูหลานเห็นภาพนั้นแล้วไม่รู้ว่าเอาแรงมาจากไหน นางผลักชายตรงหน้าออกสุดแรง ก่อนจะรีบคลานไปหากู้ฉางเหยียน

“ฉางเหยียน!”

เด็กชายไม่ตอบใบหน้าซูบผอมซีดเผือดและหมดสติไปแล้ว เสียงร้องและความวุ่นวายดังขึ้นเรื่อย ๆ ไม่นานเสียงตะโกนจากทางถนนก็ดังมา

“เกิดอะไรขึ้น” ผู้คุมคนอื่นเดินเข้ามา “มัวทำอะไรอยู่กลับเข้าเมืองกันได้แล้ว”

ชายทั้งสองชะงักเมื่อเห็นว่าคนอื่นกำลังเข้ามา พวกเขาจึงได้แต่ถอยออกไปอย่างไม่พอใจ ก่อนจะรีบจากไปพร้อมกับคนอื่น ๆ

ซูหลานคนเดิมกอดกู้ฉางเหยียนเอาไว้แน่น

“ฉางเหยียน... ตื่นสิ...” นางเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เด็กอีกสี่คนต่างร้องไห้และพยายามเข้ามาดูพี่ใหญ่ แต่ซูหลานเองก็แทบไม่มีแรงเหลือแล้ว

ความหวาดกลัว ความเหนื่อยล้า และความเครียดที่สะสมมาตลอดการเดินทางถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน

เสียงเด็ก ๆ ค่อย ๆ ห่างออกไป ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท

และนั่น ... คือความทรงจำสุดท้ายของซูหลานคนเดิม ก่อนที่นางจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งในฐานะซูหลานคนใหม่

“ท่านแม่ ๆ”

มือหนึ่งโปกไปมาตรงหน้านาง ทำให้ซูหลานออกจากความทรงจำกลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง

“ข้า ... ไม่เป็นไร เพียงแต่ยังรู้สึกมึนงงอยู่ตอนนี้ข้าจำได้แล้ว”

เด็ก ๆ ได้ฟังก็คลายสงสัยลงไปบ้างแต่พวกเขาก็ยังไม่คลายความกังวลออกไปทั้งหมด ยังคงกินไปเหลือบมองหน้าของซูหลานไปด้วย
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel