แม่เลี้ยงวุ่นวาย ลูกชายตัวแสบ

61.0K · ยังไม่จบ
จิ๋วโหย่ว
25
บท
1.0K
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

จากหมอฝึกงานยุคใหม่กลายเป็นหญิงสาวที่ต้องพาเด็กห้าคนหนีตายความอดอยาก เงินก็ไม่มี อาหารก็ขาด เสื้อผ้าก็เก่า บ้านก็ไม่มีให้กลับ จากหมอฝึกงานยุคใหม่กลายเป็นหญิงสาวที่ต้องพาเด็กห้าคนหนีตาย แต่ในวันที่คิดว่าชีวิตกำลังจะพัง ระบบประหลาดปรากฏขึ้น... 【ระบบความผูกพันในครอบครัวเปิดใช้งาน】 สิ่งที่ใช้แลกคะแนนไม่ใช่เงิน ไม่ใช่ภารกิจฆ่ามอนสเตอร์ แต่คือ... ความรักและความไว้ใจจากลูกชายทั้งห้า!

นิยายจีนโบราณเกิดใหม่ในนิยายแม่เลี้ยงเดี่ยวหมอข้ามมิตินางเอกเก่งสมุนไพรจีนโบราณมีลูก

ตอนที่ 1 ผีหลอก !

“ท่านแม่... ท่านแม่...”

เสียงเล็ก ๆ ดังอยู่ข้างหูไม่หยุด

กู้ฉางอู่วัยสองขวบกำลังเขย่าแขนมารดาเลี้ยง ที่นอนหลับนิ่งมาตั้งแต่มาถึงวัดร้าง จนพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว นางก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาแม้แต่น้อย แม้แต่จะพลิกตัวสักครั้งก็ยังไม่มี

เด็กน้อยหันไปมองพี่ชายคนโตที่นั่งอยู่ไม่ไกล ในมือของเขาถือมีดเล่มเล็กค่อย ๆ เหลาปลายไม้ทีละน้อย ๆ ให้แหลมคมขึ้น

“พี่ใหญ่ เหตุใดท่านแม่ยังไม่ตื่น”

กู้ฉางเหยียนวัยสิบสองปีเงยหน้าขึ้นมองน้องชาย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“นางคงเหนื่อย เจ้าอย่าไปกวนนาง”

“แต่ข้าหิว...”

ฉางอู่เม้มปาก ดวงตากลมโตเริ่มมีน้ำคลอ

“ท่านแม่... ข้าหิว”

“แง้ ....”

เมื่อไม่มีใครสนใจเด็กน้อยก็ทนไม่ไหว ร้องไห้จ้าออกมาเสียงดังลั่นห้องโถง

ซูหลานที่กำลังอ่อนแรงจนแทบไม่มีแรงจะขยับตัว ได้ยินเสียงร้องงอแงไม่หยุดคิ้วก็แน่น

แต่เสียงร้องนั้นก็ยังดังทะลุเข้าหูจนรู้ปวดหัวจี๊ด นางพยายามควานหาผ้าห่มขนเป็ดผืนโปรดขึ้นมาคลุมศีรษะ แต่คลำหาอยู่นานก็ไม่พบ

“เสิ่นถัง! พาลูกของเธอออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้นะ!”

นางตะโกนออกไปด้วยความหงุดหงิด

“กว่าจะถึงวันหยุด ! ให้ฉันนอนตื่นสายสักวันไม่ได้หรือไง... โอ๊ย! หนวกหูโว้ย!”

“แง้ ! ท่านแม่!”

แต่เสียงร้องกลับดังขึ้นกว่าเดิม

ในที่สุดซูหลานก็หมดความอดทน นางลุกพรวดขึ้นนั่ง ดวงตาพยายามปรับเข้ากับแสงสลัวตรงหน้า

“พวกเด็กแสบ อยากโดนฝ่ามือพิฆาตสินะ!” นางตวาดลั่น

ก่อนกวาดตามองไปรอบห้องเพื่อหาตัวต้นเหตุ ... แล้วก็ต้องชะงัก

‘นี่ไม่ใช่ห้องฉันนี่!’

ซูหลานเบิกตากว้าง ยกมือขึ้นขยี้ตาอีกครั้ง

‘นี่ไม่ใช่หลาน ๆ ของฉันนี่!’

ตรงหน้าเป็นเด็กชายตัวผอมแห้งคนหนึ่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิง สวมเสื้อผ้าแบบโบราณที่ทั้งเก่าและขาดวิ่น ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยคราบดำและรอยเปื้อนจนแทบมองหน้าตาเดิมไม่ออก

“...”

นางจ้องเขานิ่ง

“...”

เด็กชายเองก็จ้องกลับมา

ซูหลานกลืนน้ำลายฝืดคอ

“กรี๊ดดดดด!”

“ผีหลอก!”

นางลุกพรวดขึ้นเต็มความสูง เตรียมวิ่งหนีออกจากห้องทันที แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขา มือเล็ก ๆ ข้างหนึ่งกลับคว้าข้อมือของนางเอาไว้

ซูหลานหันขวับกลับไปมอง

เด็กชายอีกคนยืนอยู่ตรงนั้น เขาดูโตกว่าเด็กเมื่อครู่ ใบหน้าแม้จะสกปรกไม่ต่างกัน แต่ดวงตากลับนิ่งสงบจนดูเหมือนตาของเขานั้นไร้แวว

“ท่านแม่ จะหนีไปไหน”

เสียงนั้นเป็นเสียงเด็กธรรมดาแท้ ๆ แต่ในหูของซูหลานกลับฟังดูเย็นเยียบและยานคางอย่างบอกไม่ถูก

“เชี่ย!”

“ปะ...ปล่อยข้านะ!”

ซูหลานพยายามสะบัดมือออก แต่เด็กชายกลับจับเอาไว้แน่น นางมองซ้ายมองขวา ก่อนยกมืออีกข้างขึ้นพนม

“ผีเด็กทั้งหลาย อย่ามาหลอกหลอนฉันเลยนะ! จะเอาอะไรเข้าฝันก็พอแล้ว!”

นางหลับตาปี๋พึมพำคำอ้อนวอนที่นึกออกทั้งหมดในเวลานี้ ทว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลับกันประตูวัดที่พังจนแทบกั้นอะไรไม่ได้ถูกเปิดออก

แอ๊ด...

เงาร่างเล็ก ๆ อีกสามร่างค่อย ๆ เดินเข้ามา

เด็กชายทั้งสามมีอายุไล่เลี่ยกัน เสื้อผ้าเก่าโทรม ผมเผ้ายุ่งเหยิง และใบหน้าเปรอะเปื้อนจนแทบมองไม่ออกว่าเป็นเด็กบ้านไหน

ซูหลานมองเด็กทั้งห้าคนตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว

หนึ่ง...

สอง...

สาม...

สี่...

แล้วสายตาก็เลื่อนไปยังเด็กชายตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างประตู

ห้าคน!

“ผีขอทาน!”

ซูหลานอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนโลกทั้งใบจะมืดลง

ตุ้บ!

ร่างของนางล้มลงกับพื้นต่อหน้าต่อตาเด็กชายทั้งห้าคน ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบ

กู้ฉางอู่กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนหันไปมองพี่ชายใหญ่

“ท่านแม่ตายแล้วหรือ”

กู้ฉางเหยียนมองร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น เห็นหน้าอกของนางยังคงขยับขึ้นลงจึงตอบอย่างใจเย็น

“ยังไม่ตาย”

“อ้อ...”

เด็กน้อยพยักหน้า

“เช่นนั้นก็ดี”

เด็กอีกสามคนที่เพิ่งกลับเข้ามาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด พวกเขาไม่ได้รีบเข้าไปจับตัวซูหลานส่งเดช เพียงหันไปมองพี่ชายใหญ่เหมือนรอฟังคำสั่ง

กู้ฉางเหยียนเหลือบมองร่างของหญิงสาวครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้น

“นางน่าจะฝันร้าย ปล่อยไปเถอะ ... แล้วพวกเจ้าได้อะไรมาบ้าง”

เด็กชายคนหนึ่งปล่อยชายเสื้อที่ใช้ห่อของออก หัวมันสีแดงร่วงลงบนพื้น สองสามหัวกลิ้งออกมาแต่ละหัวมีขนาดใหญ่กว่ากำปั้นผู้ใหญ่เสียอีก

กู้ฉางเหยียนมองหัวมันเหล่านั้นก่อนพยักหน้า

“อันนี้กินได้”

กู้ฉางอู่รีบคลานเข้าไปใกล้ ดวงตากลมโตจ้องหัวมันเขม็ง

“กิน...”

“น้องห้ายังกินไม่ได้ ต้องทำให้สุกก่อน”

ฉางเหยียนมองไปรอบวัดร้างที่พวกเขาใช้เป็นที่พักชั่วคราว ก่อนเอ่ยต่อ

“ก่อนฟ้ามืดพวกเจ้าออกไปหาฟืนรอบ ๆ อีกที ข้าจะปิ้งหัวมันพวกนี้รอ”

เด็กทั้งสามพยักหน้าแล้วรีบออกไป เหลือเพียงกู้ฉางอู่ที่ยังนั่งเฝ้าซูหลานอยู่ไม่ห่างเด็กน้อยเหลือบมองร่างของนาง ก่อนขยับเข้าไปใกล้อีกนิด

“ท่านแม่...”

ไม่มีเสียงตอบ

“ท่านแม่หิวหรือเปล่า”

ยังคงไม่มีเสียงตอบ

เด็กน้อยจึงยื่นมือไปดึงชายเสื้อของนางเบา ๆ

“ข้าหิว...”

อีกด้านหนึ่ง

ซูหลานกำลังจมอยู่ในความมืดภาพความทรงจำจำนวนมากไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนที่พังลงในพริบตา

ชื่อของนางคือซูหลาน อายุสิบเก้าปี เป็นนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์การแพทย์ในยุคปัจจุบัน ยังไม่ทันเรียนจบปีที่หกก็หลับไม่ตื่นเสียอย่างนั้น โชคดีที่ความทรงจำและความรู้ที่เรียนมาสิบกว่าปียังคงอยู่ครบถ้วน

จากนั้นภาพทุกอย่างก็ดับวูบ

ความทรงจำที่ไม่ใช่ของนางค่อย ๆ ปรากฏขึ้นทีละส่วน ลูกสาวตระกูลพ่อค้าฐานะรีรวยแต่ไม่เป็นที่โปรดปราณเท่าไหร่ การแต่งงานที่ไม่ได้เกิดจากความเต็มใจ

แม้จะแต่งให้แม่ทัพประจำแดนใต้ กู้จิ่งเฉิง แต่สามีเพิ่งแต่งได้สามวันกลับถูกเรียกตัวด่วนกลับไปชายแดนทางใต้

จากนั้นไม่นานก็มีราชโองการประกาศว่าเขาหนีทัพ ตระกูลกู้ถูกยึดทรัพย์ คนทั้งตระกูลถูกเนรเทศ บ่าวไพร่ถูกยึดเป็นของหลวง

และเด็กชายทั้งห้าคนที่นางเห็นว่าเป็นผีเด็ก ที่แท้ลูกของสามีที่นางแต่งงานด้วย ในฐานะภรรยาเอกคนที่สอง

พูดง่าย ๆ ก็คือ ... นางเป็นแม่เลี้ยงของเด็กชายทั้งห้าคน!

ซูหลานถูกเจ้าหน้าที่พาตัวออกจากเมืองหลวงพร้อมเด็กทั้งห้า ก่อนถูกส่งมายังพื้นที่ห่างไกลจากเมืองหลวงสองพันลี้ ส่วนคนอื่น ๆ ในตระกูลกู้ถูกแยกไปคนละทิศละทาง

และตอนนี้พวกนางกำลังพักอยู่ในวัดร้างนอกเมืองหนานจ้าว ซึ่งเป็นเขตกั้นสองพันลี้ที่กำหนดไว้

ซูหลานเงียบไปนาน ... ความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิมยังหลงเหลืออยู่ ทั้งความเกลียด ความโกรธ ความหึงหวง และความคับแค้นใจ

นางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

“นี่มัน... ทะลุมิติอย่างนั้นหรือ”

ตอนแรกนางคิดว่าตัวเองเพียงแค่ฝันไป แต่ความทรงจำที่ชัดเจนราวกับเป็นชีวิตของตัวเองกลับทำให้นางไม่อาจหลอกตัวเองได้

ซูหลานนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจ

“ตายดีไม่สู้มีชีวิตอยู่”

ส่วนเรื่องสามีของร่างเดิม ... เอาไว้รอดตายก่อนแล้วค่อยคิด!

เปลือกตาของนางขยับเล็กน้อย ก่อนค่อย ๆ เปิดขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานเก่าคร่ำคร่าของวัดร้าง สิ่งที่สองคือใบหน้าเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้จนแทบชนกับจมูก

เด็กชายวัยสองขวบกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้า ในมือของเขาถือหัวมันป่าดิบลูกหนึ่ง ดวงตากลมโตจ้องนางไม่กะพริบ

“ท่านแม่ตื่นแล้ว!”

ซูหลานสะดุ้ง

เด็กน้อยรีบยิ้มกว้างแล้วชูหัวมันขึ้นมา

“กินไหม”

“...”

ซูหลานมองหัวมันแล้วมองเด็ก จากนั้นจึงค่อย ๆ หันไปมองรอบห้อง เด็กชายอีกสี่คนกำลังนั่งอยู่ไม่ไกลนัก ทั้งหมดเงียบกริบไม่มีใครพูดอะไร

ทันใดนั้นเสียงท้องร้องของเด็กชายวัยสองขวบก็ดังขึ้น

โครก...

เด็กน้อยก้มมองท้องตัวเองอย่างเขินอาย

ซูหลานหลับตาลงช้า ๆ ในที่สุดนางก็เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองอย่างแท้จริง

‘ดีมาก... เพิ่งทะลุมิติมาไม่ทันไร ก็ได้เป็นแม่เลี้ยงลูกห้าคนที่กำลังจะอดตายเสียแล้ว’

แต่ในวินาทีนั้นเอง เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นในหัว

【ติ๊ง!】

ซูหลานลืมตาพรวด นางกวาดตามองรอบห้อง เด็กทั้งห้ายังคงอยู่ที่เดิม ไม่มีใครพูดอะไร เสียงเมื่อครู่นี้ ... ดังขึ้นในหัวของนางอย่างชัดเจน

【ตรวจพบสมาชิกครอบครัวที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรง】

【กำลังตรวจสอบ...】

‘ระบบงั้นหรือ’

ซูหลานรู้สึกดีใจชจนอยากตะโกนออกมา

【ตรวจสอบเสร็จสิ้น】

【ระบบความผูกพันในครอบครัวเปิดใช้งาน】

【สมาชิกครอบครัวเป้าหมาย : 5 คน】

【กู้ฉางเหยียน อายุ 12 ปี】

【กู้ฉางจิ่น อายุ 10 ปี】

【กู้ฉางอัน อายุ 9 ปี】

【กู้ฉางเฟิง อายุ 9 ปี】

【กู้ฉางอู่ อายุ 2 ปี】

ซูหลานมองตัวอักษรที่ลอยอยู่ตรงหน้าอย่างพูดไม่ออก ทะลุมิติมีแล้ว สามีที่ไม่เคยเห็นหน้าก็มีแล้ว ลูกเลี้ยงห้าคนก็มีแล้ว

ตอนนี้ยังแถมระบบมาให้อีกหนึ่งอย่าง สวรรคท่านไม่ให้ข้ามาตายซ้ำสองจริง ๆ