ตอนที่ 2 เริ่มภารกิจเลี้ยงลูก
【ระบบความผูกพันจะมอบคะแนน จากความรัก ความไว้ใจ และสายใยความผูกพันที่สมาชิกครอบครัวมีต่อผู้ใช้】
【คำเตือน : ความรู้สึกต้องเกิดขึ้นจากความจริง ไม่สามารถบังคับหรือแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งของได้】
ซูหลานกะพริบตา นางยังไม่ทันได้ถามอะไร ระบบก็แสดงข้อความใหม่ขึ้นมา
【ภารกิจเริ่มต้น】
【หาอาหารให้ลูกชายทั้งห้ากินอิ่ม】
【รางวัล : สิทธิ์เปิดใช้งานระบบค้นหารัศมี 10 เมตร】
【ค่าความผูกพันเริ่มต้น】
【กู้ฉางเหยียน : 0】
【กู้ฉางจิ่น : 5】
【กู้ฉางอัน : 3】
【กู้ฉางเฟิง : 4】
【กู้ฉางอู่ : 15】
ซูหลานมองตัวเลขเหล่านั้นนิ่ง ๆ โดยเฉพาะตัวเลขสุดท้ายที่มากกว่าทุกคนแบบก้าวกะโดด นางค่อย ๆ ก้มลงมองเด็กชายวัยสองขวบที่ยังถือหัวมันอยู่
เด็กน้อยเงยหน้ามองนาง ก่อนยิ้มจนตาหยี
“ท่านแม่... กินไหม”
ซูหลานพิจารณาเด็กชายหน้าตามมอมแมมเหมือนผีเด็กเมื่อครู่ ตอนนี้เขาดูไม่น่ากลัวเท่านั้นแล้วแต่ก็ยังสกปกอยู่ดี
นางค่อย ๆ ก่อนยื่นมือไปรับหัวมันจากมือเล็ก ๆ
“กินสิ”
นางหมุนคอมองเด็กทั้งห้าคนในห้องโถงรกร้างอีกครั้ง
“แต่ก่อนจะกิน...” ซูหลานสูดหายใจเข้าลึก “เราต้องทำให้มันสุกก่อน”
【ติ๊ง!】
【กู้ฉางอู่ : ความผูกพัน +1】
ซูหลานชะงัก
“...”
นางมองระบบ แล้วมองเด็กตัวเล็ก
“ข้าเพิ่งพูดแค่นี้ก็ได้แต้มแล้ว”
ฉางอู่ยิ้มกว้าง
“ท่านแม่เก่ง!”
【กู้ฉางอู่ : ความผูกพัน +2】
ซูหลาน “...”
‘ระบบนี้มันใช้งานง่ายเกินไปหรือเปล่า’
นางยังไม่รู้เลยว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชะตากรรมของเด็กชายทั้งห้าคนและชีวิตของนางเองกำลังจะเปลี่ยนไปพร้อมกัน
ซูหลานค่อย ๆ ดันตัวเองขึ้นนั่ง อาการมึนศีรษะยังคงมีอยู่เล็กน้อย นางยกมือกดขมับพลางมองไปรอบ ๆ
สิ่งแรกที่เห็นคือเด็กอีกสี่คนกำลังนั่งล้อมกองไฟ ข้างกองไฟมีหัวมันป่าหลายหัววางเรียงอยู่ บางหัวถูกเสียบไม้ย่าง บางหัวถูกวางลงบนถ่านโดยตรงจนเปลือกด้านนอกเริ่มไหม้ดำ
ซูหลานขมวดคิ้วทันที “เอามันเข้าไปใต้ขี้เถ้าสิ”
เด็กทั้งห้าหันมามองนางพร้อมกัน
ซูหลานชี้ไปยังหัวมันที่กำลังถูกปิ้งอยู่บนถ่าน “ปิ้งแบบนั้นมันก็ไหม้หมดสิ ความร้อนอยู่แค่ด้านนอก ข้างในยังไม่ทันสุกหรอก”
จากนั้นนางชี้ไปยังใต้กองไฟ “เอามันฝังไว้ใต้ขี้เถ้าร้อน ๆ ความร้อนจะค่อย ๆ ทำให้มันสุกถึงด้านใน”
เด็กชายทั้งหลายมองหน้ากัน
กู้ฉางเหยียนเป็นคนแรกที่ขยับ เด็กชายวัยสิบสองใช้กิ่งไม้เขี่ยขี้เถ้าออกจากกองไฟ ก่อนทำตามคำพูดของนางอย่างไม่ลังเล หัวมันถูกวางลงในหลุมเล็ก ๆ แล้วกลบด้วยขี้เถ้าร้อนจนมิด
ซูหลานมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า “แบบนั้นแหละ”
กู้ฉางเหยียนเงยหน้าขึ้นมองนาง แววตาของเด็กชายยังคงนิ่งและระแวดระวัง ในความทรงจำของเขา แม่เลี้ยงคนนี้ไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้ และยิ่งไม่มีทางรู้ว่าหัวมันต้องทำอย่างไรถึงจะกินได้
แต่ตอนนี้นางพูดเรื่องหัวมันราวกับเป็นเรื่องธรรมดา กู้ฉางเหยียนไม่ได้ถามเพียงแต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ
ซูหลานเองก็ไม่ได้สนใจสายตาของเขา นางก้มมองหัวมันที่เหลืออยู่
“มีแค่นี้หรือ”
เด็กชายคนหนึ่งพยักหน้า
มองอย่างไรก็ไม่พอให้เด็กห้าคนกินอิ่ม
“ไปเก็บมาจากตรงไหน”
“ด้านหลังวัดขอรับท่านแม่ ข้าจะพาท่านไปดู”
เด็กชายคนหนึ่งลุกขึ้น
ซูหลานชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า ‘ท่านแม่’ จากเด็กที่อายุห่างจากนางไม่กี่ปี
แต่ครั้งนี้นางไม่ได้ตกใจจนเป็นลม
‘อาเจ๊เพิ่งสิบเก้าเองนะ’
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วลุกตามเขาไป
แสงแดดยามเย็นส่องลอดผ่านกิ่งไม้ลงมาบนพื้นดินด้านหลังวัดร้าง เด็กชายเดินนำไปตามทางแคบ ๆ ก่อนหยุดตรงพุ่มไม้เตี้ย
“ตรงนั้นขอรับ ข้าเจอหัวมันอยู่บนพื้น”
ซูหลานเดินเข้าไปดู เถาสีแดงอมม่วงเลื้อยพันอยู่ตามพื้นดิน นางย่อตัวลงกวาดตามอง ก่อนหันกลับไปถาม
“เจ้าบอกว่าเจอหัวมันอยู่บนพื้น”
“ขอรับ”
“พวกเจ้าไม่ได้ขุดมันขึ้นมาเองหรือ”
เด็กชายส่ายหน้า
“ไม่ได้ขุดขอรับ หัวมันโผล่อยู่บนดิน ข้าเห็นจึงเก็บมา”
ซูหลานเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ฮ่า ๆ ๆ...”
เด็กชายมองนางอย่างงุนงง
ซูหลานชี้ไปยังเถามันสีแดง
“พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าหัวมันอยู่ใต้ดิน”
เด็กชายส่ายหน้าอีกครั้ง
ซูหลานแทบจะยกมือกุมขมับ ที่แท้เด็กพวกนี้ก็ไม่ได้รู้จักมันเสียด้วยซ้ำ เห็นอะไรกินได้ก็เก็บมาก่อน
นางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนก้มลงจับเถามันขึ้นมา ไล่สายตาตามแนวเถาที่เลื้อยไปบนพื้น จนพบลำต้นหลัก
“อยู่ตรงนี้”
ซูหลานหยิบเศษกระเบื้องแตกที่อยู่ใกล้ ๆ ขึ้นมา แล้วเริ่มขุดดินทันที ดินด้านหลังวัดค่อนข้างร่วน ขุดง่ายกว่าที่คิด ไม่นานเศษกระเบื้องก็ชนเข้ากับบางสิ่ง
กึก!
ซูหลานหยุดมือ
“เจอแล้ว!”
นางใช้มือโกยดินออกอย่างรวดเร็ว
หัวมันสีแดงขนาดใหญ่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้า นางดึงมันออกมาทีละหัว ๆ ไม่นานหัวมันเกือบสิบหัวก็กองรวมกันอยู่บนพื้น
เด็กชายที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ เบิกตากว้างขึ้นเรื่อย ๆ เขามองกองหัวมัน แล้วมองซูหลานสลับกัน
“เหตุใด...”
เด็กชายพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ
“เหตุใดมันถึงมีเยอะขนาดนี้”
ซูหลานหัวเราะ “เพราะมันไม่ได้ขึ้นอยู่บนดินน่ะสิ”
นางลุกขึ้นปัดดินออกจากมือ
“พวกเจ้าเก็บมาแค่หัวที่โผล่ให้เห็น แต่ไม่เคยตามเถาลงมาดูที่โคนต้น”
เด็กชายก้มหน้าลงอย่างละอาย
ซูหลานกลับไม่ได้ตำหนิ เด็กพวกนี้อายุยังน้อย ทั้งยังต้องหนีออกจากบ้านและอดอยากมาหลายวัน จะรู้จักพืชป่าก็แปลกแล้ว
นางกำลังจะหันกลับ แต่สายตาพลันเหลือบไปเห็นพื้นที่อีกด้านหนึ่ง
“เดี๋ยวก่อน”
ซูหลานเดินเข้าไปดู
ตรงนั้นมีร่องดินเป็นแนวยาว แม้จะถูกทิ้งร้างจนหญ้าขึ้นรก แต่ยังพอมองออกว่าเคยเป็นแปลงผักมาก่อน
นางก้มลงสำรวจดิน ดินร่วนซุย มีความชื้นพอสมควร และที่สำคัญ ... มีต้นผักเล็ก ๆ งอกกระจายอยู่ตามร่องดิน
บางต้นยังเล็ก บางต้นโตจนเกือบเก็บกินได้ เห็นได้ชัดว่าเป็นต้นที่งอกจากเมล็ดของพืชรุ่นก่อน ซูหลานเด็ดใบหนึ่งขึ้นมาดู ก่อนดวงตาจะเป็นประกาย
“ไอ๊หยา... มีผักด้วย!”
นางเงยหน้ามองพื้นที่รกร้างตรงหน้า เมื่อครู่ยังคิดอยู่ว่าพรุ่งนี้จะหาอาหารจากที่ไหน ตอนนี้กลับเจอทั้งมันป่าและแปลงผักเก่า
ซูหลานหันไปมองกองหัวมันเกือบสิบหัว ก่อนหัวเราะออกมา
“ฮ่า ๆ ๆ... ดีจริง ๆ พรุ่งนี้พวกเรามีของกินแล้ว!”
เด็กชายมองนางอย่างไม่เข้าใจ มารดาของเขาไม่เคยหัวเราะเสียงดังเช่นนี้มาก่อน
หรือว่านางจะหิวจนเสียสติไปแล้ว?
ซูหลานไม่สนใจว่าเด็กจะคิดอย่างไร นางรวบหัวมันขึ้นมากอดไว้สี่ห้าหัว ก่อนยื่นส่วนที่เหลือให้เด็กช่วยถือ
“ไปกันเถอะ เอาพวกนี้กลับไปเผากินกัน”
“ขอรับ”
เด็กชายรับหัวมันมาอย่างว่าง่าย
ทั้งสองเดินกลับไปทางวัดร้างด้วยกัน ระหว่างทางซูหลานเหลือบมองเด็กชายข้างกาย เด็กคนนี้ผอมเกินไป แขนเล็กจนเห็นกระดูกชัดเจน ใบหน้าก็ซีดเซียว เสื้อผ้าเก่าจนแทบไม่เห็นสีเดิม
เมื่อคิดว่าทั้งห้าคนต้องใช้ชีวิตแบบนี้มานานแค่ไหน นางก็รู้สึกหนักใจขึ้นมาเล็กน้อย
ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัว
【ติ๊ง!】
【กู้ฉางจิ่น +1】
ซูหลานนิ่งไปนางมองจอตรงหน้าเห็นหมายเหตุว่า : สมาชิกในครอบครัวรู้สึกได้รับการดูแล
เดี๋ยวนะ ... นางหันกลับไปมองเด็กชายที่กำลังเดินตามหลังมา
“เจ้าระบบ”
ไม่มีเสียงตอบ
ซูหลานลองคิดคำถามในใจ ‘เพิ่มขึ้นเพราะอะไร’
คราวนี้หน้าจอโปร่งใสก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
【ระบบความผูกพันในครอบครัว】
【ความผูกพันไม่สามารถเพิ่มจากการเสแสร้งหรือบังคับได้】
【ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากความจริงใจเท่านั้นจึงจะได้รับการยอมรับ】
ซูหลานอ่านเงียบ ๆ จากนั้นมุมปากก็ค่อย ๆ ยกขึ้น ถ้าอย่างนั้น ... ระบบนี้ไม่ได้ให้รางวัลจากการเลี้ยงเด็กให้กินอิ่มอย่างเดียว
แต่ถ้านางอยากได้สิ่งตอบแทนจากระบบ นางก็ต้องทำให้เด็กพวกนี้ยอมรับนางจากใจจริง
ซูหลานก้มมองหัวมันในอ้อมแขนก่อนหัวเราะเบา ๆ
“ก็เอาสิ ในเมื่อข้าต้องเป็นแม่เลี้ยงของพวกเจ้าแล้ว...”
นางหันไปมองเด็กทั้งห้า
“อย่างน้อยก็เลี้ยงให้พวกเจ้ากินอิ่มก่อนแล้วกัน”
เสียงท้องร้องของใครบางคนดังขึ้นทันที
โครก...
ซูหลานหันไปมอง กู้ฉางเฟิงเด็กชายคนที่สามรูปร่างอ้วนกลอมกว่าใคร เขารีบก้มหน้าลงด้วยความอาย
“เอาล่ะ รีบกลับกันเถอะ วันนี้แม่จะทำมื้อแรกให้พวกเจ้ากินเอง”