ตอนที่ 1 ผีหลอก !
“ท่านแม่... ท่านแม่...”
เสียงเล็ก ๆ ดังอยู่ข้างหูไม่หยุด
กู้ฉางอู่วัยสองขวบกำลังเขย่าแขนมารดาเลี้ยง ที่นอนหลับนิ่งมาตั้งแต่มาถึงวัดร้าง จนพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว นางก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาแม้แต่น้อย แม้แต่จะพลิกตัวสักครั้งก็ยังไม่มี
เด็กน้อยหันไปมองพี่ชายคนโตที่นั่งอยู่ไม่ไกล ในมือของเขาถือมีดเล่มเล็กค่อย ๆ เหลาปลายไม้ทีละน้อย ๆ ให้แหลมคมขึ้น
“พี่ใหญ่ เหตุใดท่านแม่ยังไม่ตื่น”
กู้ฉางเหยียนวัยสิบสองปีเงยหน้าขึ้นมองน้องชาย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“นางคงเหนื่อย เจ้าอย่าไปกวนนาง”
“แต่ข้าหิว...”
ฉางอู่เม้มปาก ดวงตากลมโตเริ่มมีน้ำคลอ
“ท่านแม่... ข้าหิว”
“แง้ ....”
เมื่อไม่มีใครสนใจเด็กน้อยก็ทนไม่ไหว ร้องไห้จ้าออกมาเสียงดังลั่นห้องโถง
ซูหลานที่กำลังอ่อนแรงจนแทบไม่มีแรงจะขยับตัว ได้ยินเสียงร้องงอแงไม่หยุดคิ้วก็แน่น
แต่เสียงร้องนั้นก็ยังดังทะลุเข้าหูจนรู้ปวดหัวจี๊ด นางพยายามควานหาผ้าห่มขนเป็ดผืนโปรดขึ้นมาคลุมศีรษะ แต่คลำหาอยู่นานก็ไม่พบ
“เสิ่นถัง! พาลูกของเธอออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้นะ!”
นางตะโกนออกไปด้วยความหงุดหงิด
“กว่าจะถึงวันหยุด ! ให้ฉันนอนตื่นสายสักวันไม่ได้หรือไง... โอ๊ย! หนวกหูโว้ย!”
“แง้ ! ท่านแม่!”
แต่เสียงร้องกลับดังขึ้นกว่าเดิม
ในที่สุดซูหลานก็หมดความอดทน นางลุกพรวดขึ้นนั่ง ดวงตาพยายามปรับเข้ากับแสงสลัวตรงหน้า
“พวกเด็กแสบ อยากโดนฝ่ามือพิฆาตสินะ!” นางตวาดลั่น
ก่อนกวาดตามองไปรอบห้องเพื่อหาตัวต้นเหตุ ... แล้วก็ต้องชะงัก
‘นี่ไม่ใช่ห้องฉันนี่!’
ซูหลานเบิกตากว้าง ยกมือขึ้นขยี้ตาอีกครั้ง
‘นี่ไม่ใช่หลาน ๆ ของฉันนี่!’
ตรงหน้าเป็นเด็กชายตัวผอมแห้งคนหนึ่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิง สวมเสื้อผ้าแบบโบราณที่ทั้งเก่าและขาดวิ่น ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยคราบดำและรอยเปื้อนจนแทบมองหน้าตาเดิมไม่ออก
“...”
นางจ้องเขานิ่ง
“...”
เด็กชายเองก็จ้องกลับมา
ซูหลานกลืนน้ำลายฝืดคอ
“กรี๊ดดดดด!”
“ผีหลอก!”
นางลุกพรวดขึ้นเต็มความสูง เตรียมวิ่งหนีออกจากห้องทันที แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขา มือเล็ก ๆ ข้างหนึ่งกลับคว้าข้อมือของนางเอาไว้
ซูหลานหันขวับกลับไปมอง
เด็กชายอีกคนยืนอยู่ตรงนั้น เขาดูโตกว่าเด็กเมื่อครู่ ใบหน้าแม้จะสกปรกไม่ต่างกัน แต่ดวงตากลับนิ่งสงบจนดูเหมือนตาของเขานั้นไร้แวว
“ท่านแม่ จะหนีไปไหน”
เสียงนั้นเป็นเสียงเด็กธรรมดาแท้ ๆ แต่ในหูของซูหลานกลับฟังดูเย็นเยียบและยานคางอย่างบอกไม่ถูก
“เชี่ย!”
“ปะ...ปล่อยข้านะ!”
ซูหลานพยายามสะบัดมือออก แต่เด็กชายกลับจับเอาไว้แน่น นางมองซ้ายมองขวา ก่อนยกมืออีกข้างขึ้นพนม
“ผีเด็กทั้งหลาย อย่ามาหลอกหลอนฉันเลยนะ! จะเอาอะไรเข้าฝันก็พอแล้ว!”
นางหลับตาปี๋พึมพำคำอ้อนวอนที่นึกออกทั้งหมดในเวลานี้ ทว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลับกันประตูวัดที่พังจนแทบกั้นอะไรไม่ได้ถูกเปิดออก
แอ๊ด...
เงาร่างเล็ก ๆ อีกสามร่างค่อย ๆ เดินเข้ามา
เด็กชายทั้งสามมีอายุไล่เลี่ยกัน เสื้อผ้าเก่าโทรม ผมเผ้ายุ่งเหยิง และใบหน้าเปรอะเปื้อนจนแทบมองไม่ออกว่าเป็นเด็กบ้านไหน
ซูหลานมองเด็กทั้งห้าคนตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว
หนึ่ง...
สอง...
สาม...
สี่...
แล้วสายตาก็เลื่อนไปยังเด็กชายตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างประตู
ห้าคน!
“ผีขอทาน!”
ซูหลานอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนโลกทั้งใบจะมืดลง
ตุ้บ!
ร่างของนางล้มลงกับพื้นต่อหน้าต่อตาเด็กชายทั้งห้าคน ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบ
กู้ฉางอู่กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนหันไปมองพี่ชายใหญ่
“ท่านแม่ตายแล้วหรือ”
กู้ฉางเหยียนมองร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น เห็นหน้าอกของนางยังคงขยับขึ้นลงจึงตอบอย่างใจเย็น
“ยังไม่ตาย”
“อ้อ...”
เด็กน้อยพยักหน้า
“เช่นนั้นก็ดี”
เด็กอีกสามคนที่เพิ่งกลับเข้ามาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด พวกเขาไม่ได้รีบเข้าไปจับตัวซูหลานส่งเดช เพียงหันไปมองพี่ชายใหญ่เหมือนรอฟังคำสั่ง
กู้ฉางเหยียนเหลือบมองร่างของหญิงสาวครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้น
“นางน่าจะฝันร้าย ปล่อยไปเถอะ ... แล้วพวกเจ้าได้อะไรมาบ้าง”
เด็กชายคนหนึ่งปล่อยชายเสื้อที่ใช้ห่อของออก หัวมันสีแดงร่วงลงบนพื้น สองสามหัวกลิ้งออกมาแต่ละหัวมีขนาดใหญ่กว่ากำปั้นผู้ใหญ่เสียอีก
กู้ฉางเหยียนมองหัวมันเหล่านั้นก่อนพยักหน้า
“อันนี้กินได้”
กู้ฉางอู่รีบคลานเข้าไปใกล้ ดวงตากลมโตจ้องหัวมันเขม็ง
“กิน...”
“น้องห้ายังกินไม่ได้ ต้องทำให้สุกก่อน”
ฉางเหยียนมองไปรอบวัดร้างที่พวกเขาใช้เป็นที่พักชั่วคราว ก่อนเอ่ยต่อ
“ก่อนฟ้ามืดพวกเจ้าออกไปหาฟืนรอบ ๆ อีกที ข้าจะปิ้งหัวมันพวกนี้รอ”
เด็กทั้งสามพยักหน้าแล้วรีบออกไป เหลือเพียงกู้ฉางอู่ที่ยังนั่งเฝ้าซูหลานอยู่ไม่ห่างเด็กน้อยเหลือบมองร่างของนาง ก่อนขยับเข้าไปใกล้อีกนิด
“ท่านแม่...”
ไม่มีเสียงตอบ
“ท่านแม่หิวหรือเปล่า”
ยังคงไม่มีเสียงตอบ
เด็กน้อยจึงยื่นมือไปดึงชายเสื้อของนางเบา ๆ
“ข้าหิว...”
อีกด้านหนึ่ง
ซูหลานกำลังจมอยู่ในความมืดภาพความทรงจำจำนวนมากไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนที่พังลงในพริบตา
ชื่อของนางคือซูหลาน อายุสิบเก้าปี เป็นนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์การแพทย์ในยุคปัจจุบัน ยังไม่ทันเรียนจบปีที่หกก็หลับไม่ตื่นเสียอย่างนั้น โชคดีที่ความทรงจำและความรู้ที่เรียนมาสิบกว่าปียังคงอยู่ครบถ้วน
จากนั้นภาพทุกอย่างก็ดับวูบ
ความทรงจำที่ไม่ใช่ของนางค่อย ๆ ปรากฏขึ้นทีละส่วน ลูกสาวตระกูลพ่อค้าฐานะรีรวยแต่ไม่เป็นที่โปรดปราณเท่าไหร่ การแต่งงานที่ไม่ได้เกิดจากความเต็มใจ
แม้จะแต่งให้แม่ทัพประจำแดนใต้ กู้จิ่งเฉิง แต่สามีเพิ่งแต่งได้สามวันกลับถูกเรียกตัวด่วนกลับไปชายแดนทางใต้
จากนั้นไม่นานก็มีราชโองการประกาศว่าเขาหนีทัพ ตระกูลกู้ถูกยึดทรัพย์ คนทั้งตระกูลถูกเนรเทศ บ่าวไพร่ถูกยึดเป็นของหลวง
และเด็กชายทั้งห้าคนที่นางเห็นว่าเป็นผีเด็ก ที่แท้ลูกของสามีที่นางแต่งงานด้วย ในฐานะภรรยาเอกคนที่สอง
พูดง่าย ๆ ก็คือ ... นางเป็นแม่เลี้ยงของเด็กชายทั้งห้าคน!
ซูหลานถูกเจ้าหน้าที่พาตัวออกจากเมืองหลวงพร้อมเด็กทั้งห้า ก่อนถูกส่งมายังพื้นที่ห่างไกลจากเมืองหลวงสองพันลี้ ส่วนคนอื่น ๆ ในตระกูลกู้ถูกแยกไปคนละทิศละทาง
และตอนนี้พวกนางกำลังพักอยู่ในวัดร้างนอกเมืองหนานจ้าว ซึ่งเป็นเขตกั้นสองพันลี้ที่กำหนดไว้
ซูหลานเงียบไปนาน ... ความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิมยังหลงเหลืออยู่ ทั้งความเกลียด ความโกรธ ความหึงหวง และความคับแค้นใจ
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
“นี่มัน... ทะลุมิติอย่างนั้นหรือ”
ตอนแรกนางคิดว่าตัวเองเพียงแค่ฝันไป แต่ความทรงจำที่ชัดเจนราวกับเป็นชีวิตของตัวเองกลับทำให้นางไม่อาจหลอกตัวเองได้
ซูหลานนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจ
“ตายดีไม่สู้มีชีวิตอยู่”
ส่วนเรื่องสามีของร่างเดิม ... เอาไว้รอดตายก่อนแล้วค่อยคิด!
เปลือกตาของนางขยับเล็กน้อย ก่อนค่อย ๆ เปิดขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานเก่าคร่ำคร่าของวัดร้าง สิ่งที่สองคือใบหน้าเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้จนแทบชนกับจมูก
เด็กชายวัยสองขวบกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้า ในมือของเขาถือหัวมันป่าดิบลูกหนึ่ง ดวงตากลมโตจ้องนางไม่กะพริบ
“ท่านแม่ตื่นแล้ว!”
ซูหลานสะดุ้ง
เด็กน้อยรีบยิ้มกว้างแล้วชูหัวมันขึ้นมา
“กินไหม”
“...”
ซูหลานมองหัวมันแล้วมองเด็ก จากนั้นจึงค่อย ๆ หันไปมองรอบห้อง เด็กชายอีกสี่คนกำลังนั่งอยู่ไม่ไกลนัก ทั้งหมดเงียบกริบไม่มีใครพูดอะไร
ทันใดนั้นเสียงท้องร้องของเด็กชายวัยสองขวบก็ดังขึ้น
โครก...
เด็กน้อยก้มมองท้องตัวเองอย่างเขินอาย
ซูหลานหลับตาลงช้า ๆ ในที่สุดนางก็เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองอย่างแท้จริง
‘ดีมาก... เพิ่งทะลุมิติมาไม่ทันไร ก็ได้เป็นแม่เลี้ยงลูกห้าคนที่กำลังจะอดตายเสียแล้ว’
แต่ในวินาทีนั้นเอง เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นในหัว
【ติ๊ง!】
ซูหลานลืมตาพรวด นางกวาดตามองรอบห้อง เด็กทั้งห้ายังคงอยู่ที่เดิม ไม่มีใครพูดอะไร เสียงเมื่อครู่นี้ ... ดังขึ้นในหัวของนางอย่างชัดเจน
【ตรวจพบสมาชิกครอบครัวที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรง】
【กำลังตรวจสอบ...】
‘ระบบงั้นหรือ’
ซูหลานรู้สึกดีใจชจนอยากตะโกนออกมา
【ตรวจสอบเสร็จสิ้น】
【ระบบความผูกพันในครอบครัวเปิดใช้งาน】
【สมาชิกครอบครัวเป้าหมาย : 5 คน】
【กู้ฉางเหยียน อายุ 12 ปี】
【กู้ฉางจิ่น อายุ 10 ปี】
【กู้ฉางอัน อายุ 9 ปี】
【กู้ฉางเฟิง อายุ 9 ปี】
【กู้ฉางอู่ อายุ 2 ปี】
ซูหลานมองตัวอักษรที่ลอยอยู่ตรงหน้าอย่างพูดไม่ออก ทะลุมิติมีแล้ว สามีที่ไม่เคยเห็นหน้าก็มีแล้ว ลูกเลี้ยงห้าคนก็มีแล้ว
ตอนนี้ยังแถมระบบมาให้อีกหนึ่งอย่าง สวรรคท่านไม่ให้ข้ามาตายซ้ำสองจริง ๆ