บทที่ 7 ดูพวกเขาขุดหลุมฝังตัวเอง มันไม่น่าสนุกกว่าเหรอ?
“ผิวของเชียนเหอบอบบางจะตาย ใส่เสื้อผ้าถูกๆ แล้วผื่นขึ้นง่าย!” ซ่งฉินเอ่ยปากตำหนิเจียงไหลที่ทำตัวไม่รู้จักชั่วดี
เจียงไหลลุกขึ้นยืนทันที ขาเก้าอี้ครูดไปกับพื้นหินอ่อนจนเกิดเสียงบาดหูและแหลมคม
“แล้วฉันล่ะ?”
“เมื่อก่อนคุณนายกู้เอาแต่รังเกียจว่าฉันใส่เสื้อผ้าถูกๆ แล้วขายขี้หน้า ตอนนี้ทำไมไม่พูดแล้วล่ะ?” เจียงไหลยิงคำถามใส่ซ่งฉินอย่างเฉียบคม
ซ่งฉินแผดเสียงแหลมสูง
“ฉันก็ให้คนใช้เอาเสื้อผ้าแบรนด์เนมไปส่งที่ห้องเธอแล้วไง เธอไม่ใส่เองแล้วจะให้ฉันทำยังไง!”
“ฉันน่ะปฏิบัติกับเธอและเชียนเหออย่างเท่าเทียมมาตลอด สิ่งที่เชียนเหอมี ฉันไม่เคยให้เธอขาดเลยสักครั้ง อย่ามาพาลหาเรื่องแถวนี้”
เจียงไหลหลุดหัวเราะออกมาทันที ก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนเพื่อหยิบเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่ซ่งฉินอ้างถึงลงมา แล้วโยนกางแผ่ลงบนโซฟา
ชุดเสื้อผ้าสีแดงแปร๊ดเขียวอี๋ไม่กี่ชุดปรากฏแก่สายตา ทั้งหมดล้วนเป็นดีไซน์ประเภทที่ถ้าใส่เดินออกไปข้างนอกคงโดนคนหัวเราะจนฟันร่วง
ซ่งฉินเม้มปากแน่น สีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติขึ้นมาทันที
“ความหวังดีของคุณนายกู้ ฉันรับไว้ไม่ไหวจริงๆ ยกเสื้อผ้าพวกนี้ให้พี่สาวใส่เถอะค่ะ”
สายตาของเจียงไหลเลื่อนกลับไปมองที่เสื้อผ้าเหล่านั้นอีกครั้ง น้ำเสียงยิ่งเย็นชากว่าเดิม
เสื้อผ้าในแต่ละฤดูกาลของกู้เชียนเหอนั้น ซ่งฉินจะไปคัดสรรด้วยตัวเองที่ร้านอย่างพิถีพิถัน จากนั้นจึงสั่งให้คนแพ็กส่งมาที่คฤหาสน์เหอเฟิง
ส่วนเสื้อผ้าทั้งหมดของเธอ ซ่งฉินแค่สั่งให้คนใช้ของตระกูลกู้ไปจัดการ
คนใช้ย่อมทำงานตามเจตนาของเจ้านาย ในเมื่อรู้ว่าเธอไม่ได้รับการยอมรับจากคนในตระกูลกู้ เสื้อผ้าที่เลือกมาให้จึงดูไม่ได้เลยสักชุด
“คนอย่างเธอก็คู่ควรกับเสื้อผ้าแบบนี้แหละ!”
ซ่งฉินเชิดคางขึ้นอย่างอวดดี ก่อนจะสั่งให้คนใช้เก็บเสื้อผ้ากลับไป
“เชียนเหอคือดาวนำโชคของบ้านเรา ต่อให้เป็นแบรนด์ที่ดีที่สุดก็ยังคู่ควรกับเธอไม่พอเลย”
“ส่วนแก ตระกูลกู้ยอมเลี้ยงดูแกไว้ก็นับว่าเมตตาปรานีที่สุดแล้ว!”
“งั้นเหรอคะ?” เจียงไหลกระตุกยิ้มหยัน
คำพูดแบบนี้เธอได้ยินจากปากซ่งฉินมานับครั้งไม่ถ้วน
ซ่งฉินบอกว่านับตั้งแต่กู้เชียนเหอเกิดมา ธุรกิจของตระกูลกู้ก็ราบรื่นขึ้นเรื่อยๆ จากตระกูลเล็กๆ ในหนานเฉิงจนกลายมาเป็นตระกูลมีหน้ามีตาในปัจจุบัน
แต่เธอกับกู้เชียนเหอเกิดวันเดียวกันแท้ๆ
สิ่งที่เรียกว่าโชคดีของตระกูลกู้น่ะ มันคือรัศมีที่เกิดจากดวงชะตาพิเศษของเธอต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกู้เชียนเหอเลยสักนิด!
เจียงไหล “หวังว่าคุณนายกู้จะยังพูดแบบนี้ในวันข้างหน้าได้นะคะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว!” ซ่งฉินขมวดคิ้ว ขยับถอยห่างจากเจียงไหลราวกับกลัวจะติดเสนียดจัญไร
กู้อันชางเดินยิ้มอย่างประนีประนอมเข้ามาตรงกลางระหว่างทั้งสองคน เขาโอบไหล่ซ่งฉินพร้อมเอ่ยปลอบว่า
“เอาเถอะ คุณอย่าไปถือสาแกเลย แกเพิ่งอายุเท่าไรเอง จะไปเข้าใจความหวังดีของคุณได้ยังไง”
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองเจียงไหล ความอบอุ่นบนใบหน้าก็มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ลูกก็ด้วย รู้จักประหยัดมัธยัสถ์ซะบ้าง อย่าไปเลียนแบบคนอื่นคอยแต่จะอวดรวยพร่ำเพรื่อ!”
สายตาที่มีความหมายลึกซึ้งของเจียงไหลเลื่อนไปอยู่ที่กระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นในมือของกู้เชียนเหอ ก่อนจะส่งเสียงเหยียดหยามในลำคอ
เงินค่าขนมสามพันหยวนคือการอวดรวย แล้วกระเป๋าใบละหลายล้านนั่นมันอะไร?
ช่างบิดเบือนความเป็นจริงสิ้นดี!
กู้เชียนเหอสบตาเจียงไหลโดยไม่ตั้งใจ เธอเม้มปากพลางซ่อนกระเป๋าไว้ข้างหลังอย่างลนลาน “น้อง… ฉัน...”
เธอกำลังจะเอ่ยปากแก้ตัว แต่แล้วก็เหลือบไปเห็นเผยจิ่งชวนเดินเข้ามาในคฤหาสน์เหอเฟิงและหยุดยืนอยู่ข้างกายเจียงไหล
กู้เชียนเหอกัดฟันกรอดในใจ นัยน์ตาฉายแววอิจฉาริษยาจนปิดไม่มิด
“ดูเหมือนตระกูลกู้จะไม่เห็นตระกูลเผยของเราอยู่ในสายตาเลยนะครับ” เผยจิ่งชวนเอ่ยขึ้นมาลอยๆ คล้ายไม่ได้ตั้งใจ
รอยยิ้มประจบสอพลอบนใบหน้าของกู้อันชางแข็งค้างทันที “ประธานเผยหมายความว่ายังไงครับ?”
“คู่หมั้นที่ผมกำหนดด้วยตัวเอง แต่กลับไม่มีปัญญาซื้อแม้กระทั่งเสื้อผ้าดีๆ ใส่ ประธานกู้ไม่คิดว่าเรื่องนี้มันมีปัญหาบ้างเหรอครับ?”
เผยจิ่งชวนเอ่ยด้วยท่าทีราบเรียบทว่าเป็นกันเอง
เขาหยิบบัตรแบล็กการ์ดออกมาจากกระเป๋าใส่บัตร ทำท่าจะยื่นให้เจียงไหล
“ผมติดต่อกับห้างหวนเม่าของหนานเฉิงไว้แล้ว หลังจากนี้จะมีการจัดส่งเสื้อผ้าคอลเลกชันล่าสุดมาให้ทุกเดือน แล้วก็บัตรใบนี้ อยากซื้ออะไรก็ไปซื้อได้เลย”
“แบบนี้…มันจะดีเหรอคะ?” เจียงไหลกะพริบตาปริบๆ แสร้งทำเป็นลำบากใจพลางหันไปมองกู้อันชาง
“แต่คุณกู้ไม่ได้ตั้งใจจะให้เงินฉันเพิ่มเลย แล้วค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของฉัน...”
“ห้ามรับนะ!” กู้อันชางตวาดเสียงแข็ง
เรื่องที่เจียงไหลเป็นลูกสาวตระกูลกู้นั้น เป็นความจริงที่รู้กันดีในกลุ่มสังคมไฮโซ
หากเรื่องที่เธอยังไม่ทันแต่งงานก็ต้องพึ่งพาให้ตระกูลสามีเลี้ยงดูแพร่งพรายออกไป เขาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“ไหลไหล เอาบัตรเสริมของพ่อไปใช้ซะ” กู้อันชางรีบยัดบัตรใส่มือเจียงไหลทันที
เจียงไหลพลิกบัตรธนาคารใบบางๆ ในมือเล่นไปมา ก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋าในวินาทีต่อมา
ความจริงเธอไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง สมัยก่อนตอนที่เธอตามอาจารย์ลงเขาไปดูฮวงจุ้ย เธอสะสมเงินไว้ไม่น้อย
ยอดเงินคงเหลือในบัญชีธนาคารทะลุเก้าหลักไปนานแล้ว
บวกกับเส้นสายทุกรูปแบบในสำนัก เธอสามารถเดินกร่างไปไหนมาไหนในประเทศจีนได้อย่างสบายๆ ด้วยซ้ำ
แต่นี่คือสิ่งที่ตระกูลกู้ติดค้างเธอ
เธอไม่มีความจำเป็นต้องช่วยพวกเขาประหยัดเงินเหมือนในชาติก่อน และไม่มีวันยอมควักเงินส่วนตัวออกมาช่วยในตอนที่ตระกูลกู้ประสบวิกฤตเงินทุนอีกแล้ว
ดูพวกเขาขุดหลุมฝังตัวเอง มันไม่น่าสนุกกว่าเหรอ?
“ประธานกู้ใจกว้างขึ้นมาแล้วสินะครับ” น้ำเสียงของเผยจิ่งชวนเย็นชาลงเล็กน้อย
“เจียงไหล คุณตามผมออกมาข้างนอกหน่อย”
บริเวณภายนอกคฤหาสน์เหอเฟิง
เผยจิ่งชวนหยิบเอกสารชุดหนึ่งมาจากเบาะหลังรถ แล้วยื่นให้เจียงไหล
เมื่อเธอมองเห็นตัวอักษรขนาดใหญ่บนหน้าปกเอกสาร ในใจก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อย
เผยจิ่งชวนอธิบายว่า “อย่างที่คุณเห็นนั่นแหละ นี่คือข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุและยานพาหนะในคดีรถชน”
“ขอบคุณค่ะ” เจียงไหลเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะเริ่มตรวจดูรายงานอย่างละเอียดตั้งแต่หน้าแรก
ผู้ก่อเหตุมีชื่อว่าหลิวกั๋วหง อายุล่วงเลยเข้าสู่วัยกลางคน มีอาชีพขับรถส่งของประทังชีวิตมาโดยตลอด
สองวันก่อนจะเกิดอุบัติเหตุรถชน ไม่รู้เพราะสาเหตุใดเขาถึงได้ยื่นใบลาออกด้วยตัวเอง
สินค้าที่เขาขนส่งในวันเกิดเหตุนั้น ถือเป็นเที่ยวสุดท้ายของเขาแล้ว
เนื่องจากมีข้อสงสัยมากมายในกล้องวงจรปิด ประกอบกับเมื่อคุณย่ากู้อาการปลอดภัยดีแล้วทางตระกูลจึงไม่ได้ติดใจเอาความต่อ
หลังจากผู้ก่อเหตุเขียนหนังสือทัณฑ์บนและจ่ายค่าปรับครบถ้วน ตำรวจจึงปล่อยตัวเขาไป
เจียงไหลอ่านเพียงรอบเดียวก็จำประเด็นสำคัญทั้งหมดได้ เธอส่งเอกสารคืนให้เผยจิ่งชวน
“ฉันจะไปสืบเรื่องนี้ให้กระจ่างเองค่ะ รบกวนประธานเผยต้องลำบากเดินทางมาด้วยตัวเองเลย”
เธอชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเสริม “แล้วก็เงินส่วนที่เสียไปพวกนั้น ประธานเผยช่วยคำนวณยอดรวมพร้อมส่งเลขบัญชีธนาคารมาให้ฉันด้วยนะคะ”
“ไม่จำเป็นครับ” เผยจิ่งชวนเอ่ยเย้าแหย่ “คุณหนูเจียง การที่ผมจ่ายเงินเพื่อช่วยกู้หน้าให้คู่หมั้นตัวเอง ถือเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว”
เดิมทีเขาตั้งใจแค่เอาข้อมูลมาส่งให้เจียงไหล แต่พอเห็นท่าทางหงอยๆ ของเธอ เขากลับเกิดความรู้สึกเห็นใจขึ้นมา
เงินไม่กี่ล้านสำหรับเขามันเป็นแค่เศษเงิน สู้ยกให้สุนัขจิ้งจอกไปฟรีๆ แล้วถือโอกาสนี้เก็บแต้มบุญคุณไว้ยังจะดีเสียกว่า
“ขอบคุณค่ะ” เจียงไหลตอบกลับด้วยเสียงอู้อี้ในลำคอ
“ถ้าคนตระกูลกู้หาเรื่องคุณอีก คุณสามารถติดต่อผมได้ตลอดเวลาเลยนะ” เผยจิ่งชวนเอ่ยอย่างสุขุม
เขาหยิบโทรศัพท์ของเจียงไหลไป แล้วจัดการบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงในรายชื่อติดต่อฉุกเฉิน
“ผมไม่อยากให้หุ้นส่วนและคู่หมั้นของผมต้องเกิดเรื่องผิดพลาดอะไรขึ้นมา”
เจียงไหลยกยิ้มมุมปาก พลางเอ่ยอย่างปล่อยวาง “วางใจเถอะค่ะ”
เธอไม่มีวันโง่ยอมเป็นถุงเลือดคอยให้ตระกูลกู้สูบเลือดสูบเนื้ออีกแล้ว เธอมีวิธีเอาคืนพวกเขาร้อยแปดพันเก้า
เจียงไหลมองส่งเผยจิ่งชวนขับรถจากไป ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์เหอเฟิง
กู้เชียนเหอยืนอยู่ตรงบริเวณโถงทางเข้า ขอบตาแดงก่ำ ท่าทางเหมือนมีคำพูดจุกอยู่ที่คอ
“เธอกับพี่จิ่งชวนสนิทกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน หรือว่าก่อนหน้านี้เธอ...”