บทย่อ
ชาติที่แล้ว “เจียงไหล” ลงจากเขาเพื่อสะเดาะเคราะห์ค้ำชะตาชีวิต จนได้มาเป็นลูกสาวตัวจริงของตระกูลกู้แห่งหนานเฉิง... ทว่ากลับเป็นลูกที่ไม่มีใครแยแสหรือต้อนรับ ครอบครัวไม่เคยเหลียวแลใส่ใจ ส่วนลูกสาวตัวปลอมก็เสวยสุขบนความทุกข์ของคนอื่น วางอำนาจด่าทอ จนเป็นเหตุให้เธอต้องตายอย่างอนาถ เมื่อได้กลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้ง เจียงไหลสาบานว่าจะคิดบัญชีแค้นนี้ให้จบสิ้น และจะลิขิตชะตาชีวิตของตัวเองใหม่ให้จงได้! เมื่อยัยตัวปลอมเข้ามาหาเรื่องท้าทาย เจียงไหลก็กระชากหน้ากากจอมปลอมของเธอออกมาฉีกเป็นชิ้นๆ! เมื่อครอบครัวยังไม่ตาสว่าง เจียงไหลก็หัวเราะหยัน สะบัดยันต์เพียงแผ่นเดียวก็ทำให้พวกเขารู้ซึ้งถึงความจริง! เหล่ามหาเศรษฐีผู้มีอิทธิพลจากทุกแวดวง ต่างพากันออกมาป่าวประกาศ "ท่านอาจารย์ ช่วยมาดูฮวงจุ้ยที่บ้านให้ฉันหน่อยได้ไหม?" "ลูกพี่! มีอะไรให้รับใช้ สั่งมาได้เลยครับ!" "ใครกล้าเป็นศัตรูกับลูกพี่ มันต้องข้ามศพฉันไปก่อน!"
บทที่ 1 ความหวังดีของคุณนายกู้
“เดี๋ยวเชียนเหอจะคุยเรื่องหมั้นหมายกับจิ่งชวน เธออย่าเสนอหน้าออกมาขัดเรื่องสำคัญเชียวนะ!”
ความเจ็บปวดที่ข้อมือทำให้เจียงไหลลืมตาขึ้นมา
แสงไฟนีออนที่แทงตา ผนังห้องที่ลอกล่อนและเฟอร์นิเจอร์เก่าผุพัง... นี่คือห้องที่ซ่งฉินใช้ขังเธอเวลาที่เธอทำอะไรขัดใจ
เกิดอะไรขึ้น?
เจียงไหลนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง หรือว่าเธอจะย้อนเวลากลับมาเมื่อหนึ่งปีก่อน ตอนที่เผยจิ่งชวนมาเจรจาเรื่องหมั้นหมายที่บ้าน!
เดิมทีเธอคือคุณหนูตัวจริงของตระกูลกู้ที่ถูกอุ้มสลับตัวไป ก่อนจะกลับมาตระกูลกู้ เธอใช้ชีวิตอยู่กับอาจารย์และฝึกฝนวิชาอยู่ในสำนักเร้นลับมาโดยตลอด
จนกระทั่งยันต์ของเธอเสื่อม อาจารย์ถึงได้คำนวณเคราะห์กรรมใหญ่ในชีวิตของเธอออกมาว่า มันเกี่ยวข้องกับการที่กู้เชียนเหอคุณหนูตัวปลอมแอบสูบดวงชะตาของตระกูลกู้ไป
เธอจึงยอมลงจากเขาเพื่อกลับมาตระกูลกู้ พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของทุกคนในบ้าน
ทว่าจนกระทั่งนาทีที่เธอต้องตายอย่างอนาถในโรงงานร้างแทนคุณหนูตัวปลอม คนตระกูลกู้ก็ไม่เคยชายตามองเธออย่างแท้จริงเลยสักครั้ง
แววตาของเจียงไหลมืดครึ้มลงราวกับน้ำหมึกที่เข้มข้นจนไม่ยอมละลาย
“งานหมั้นนั่น มันเป็นของฉันไม่ใช่เหรอคะ?”
“พูดเหลวไหลอะไร!”
ซ่งฉินมองสำรวจเจียงไหลด้วยสายตาเย็นชา ในแววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ
“งานหมั้นของตระกูลเผยมีไว้สำหรับคุณหนูตระกูลกู้ และคุณหนูตระกูลกู้ มีแค่เชียนเหอคนเดียวเท่านั้น!”
ชาติก่อน เธอออกเดินทางไปพบหมอชื่อดังมากมายเพื่อช่วยปรับสมดุลร่างกายให้ซ่งฉิน
แม้แต่ตอนที่ตัวเองไข้ขึ้นสูงถึงสี่สิบองศา ก็ยังไม่ลืมที่จะต้มยาให้เธอ
แต่สิ่งที่ได้กลับมา มีเพียงแค่ประโยคนี้ประโยคเดียว
เจียงไหลเอ่ยประชดประชัน
“คุณนายกู้ งานหมั้นนี้คุณย่าเป็นคนตัดสินใจหมั้นหมายให้ฉันกับเผยจิ่งชวน คุณเข้ามาแทรกแซงได้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?”
ซ่งฉินอึ้งไปเมื่อถูกเรียกว่า “คุณนายกู้” สายตารังเกียจที่มองมาอีกครั้งเจือไปด้วยความรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ
“นี่มันเป็นสิ่งที่เธอติดค้างเชียนเหอต่างหากล่ะ! แค่ปีเดียวตั้งแต่เธอกลับมา เชียนเหอต้องเผชิญกับความอยุติธรรมและเสียใจมากี่ครั้งแล้ว!”
เจียงไหลแค่นยิ้มมุมปาก
“แย่งวิทยานิพนธ์จบการศึกษาของฉัน จับฉันไปขังไว้ในห้องใต้ดินที่มีแต่แมลงและงูพลุกพล่าน ปล่อยข่าวลือเสียหายเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของฉันในเน็ต... ใครบอกว่าเธอไม่ได้รับความเป็นธรรมกันล่ะคะ?”
“นั่นเพราะหวังดีกับเธอทั้งนั้นแหละ!” ซ่งฉินเถียงข้างๆ คูๆ โดยไม่ได้ตระหนักถึงความผิดของตัวเองเลยสักนิด
เนื้อแท้ของเจียงไหลมันป่าเถื่อน ถ้าไม่สั่งสอนดัดนิสัย จะปล่อยให้เธอออกไปทำเรื่องขายหน้าในฐานะคุณหนูรองตระกูลกู้อย่างนั้นเหรอ?
“น่าเสียดายนะคะ ความหวังดีของคุณนายกู้ ฉันรับไว้ไม่ไหวหรอกค่ะ”
เจียงไหลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา เธอผลักซ่งฉินออกไปก่อนจะถีบประตูห้องให้เปิดออก
กลิ่นอายความเฉียบคมรอบตัวเธอแผ่ซ่านออกมาเต็มที่ พวกคนใช้ที่ตั้งท่าจะเข้ามาขวางต่างพากันหดหัวกลับไปหมด
เจียงไหลเดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่น ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาหนังสีน้ำตาล
“ทำไมน้องถึงมาที่นี่ด้วยล่ะ?” กู้เชียนเหอใจหายวาบเมื่อเห็นเจียงไหล “ไม่ได้บอกให้เธออยู่แต่ในห้อง ห้ามออกมาหรอกเหรอ?”
“ฉันมาพบคู่หมั้นของฉันน่ะ” เจียงไหลยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น
“เรื่องงานหมั้นของเธอกับพี่จิ่งชวน...” ดวงตาของกู้เชียนเหอแดงระเรื่อขึ้นมาทันที เธอเม้มริมฝีปากล่างพลางเอ่ยอย่างอดกลั้น
“น้องไม่ได้เป็นคนยกให้ฉันเองเหรอ?”
“งั้นเหรอ? ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้วล่ะ” เจียงไหลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกำลังพูดเรื่องลมฟ้าอากาศ
ชาติก่อน เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับกู้เชียนเหอ เธอจึงไม่สนใจคำทักท้วงของคุณย่ากู้ และยกงานหมั้นกับเผยจิ่งชวนให้หล่อนไปอย่างง่ายดาย
และเพราะเรื่องนี้เอง เธอกับคุณย่ากู้ที่หวังดีกับเธอจากใจจริงถึงได้เกิดรอยร้าวในความสัมพันธ์
ในเมื่อเป็นคนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง เธอจะกลับไปโง่เขลาเบาปัญญาแบบนั้นอีกได้ยังไง?
กู้เชียนเหอมองเจียงไหลด้วยสายตาที่ซ่อนพิษร้ายไว้จางๆ ยัยนี่ทำไมถึงไม่เล่นไปตามบทล่ะ?
กู้เชียนเหอใช้หางตาเหลือบมองไปรอบๆ เมื่อเห็นซ่งฉินกำลังเดินลงมาจากบันได น้ำตาเม็ดโตก็ร่วงลงมาทันที
“น้อง ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบฉันมาตลอด แต่ฉันกับพี่จิ่งชวนเราสองคนรักกันจริงๆ เธออย่ามาแย่งเขาไปจากฉันเลยนะ...”
ซ่งฉินที่ได้ยินเสียงร้องไห้ของกู้เชียนเหอก็โกรธจนหน้ามืดตามัว เธอรีบก้าวเข้ามาข้างหน้าแล้วเงื้อมือจะตบหน้าเจียงไหลฉาดใหญ่
“ก่อเรื่องพอหรือยัง!”
มือของซ่งฉินชะงักค้างกลางอากาศทันที
หญิงชราในชุดถังจวงสีน้ำตาลอมแดงกำลังยืนอยู่บนชั้นสองของวิลล่า ในมือค้ำไม้เท้าไว้
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายเธอกำลังก้มมองดูละครฉากเด็ดในห้องนั่งเล่น เส้นผมที่ตกลงมาตามธรรมชาติขณะที่เขาเคลื่อนไหว ไม่สามารถบดบังใบหน้าและเครื่องหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติได้เลย
ชุดสูทสั่งตัดแบรนด์หรูสีดำที่สวมใส่ได้อย่างพอดีตัว ยิ่งขับเน้นให้เขาดูสูงส่งและทรงอำนาจมากขึ้นไปอีก
“คุณแม่”
ซ่งฉินก้มหัวให้คุณย่ากู้ทันที ท่าทางอวดดีเมื่อครู่มลายหายไปหมดสิ้น
“เจียงไหลเธอรังแกเชียนเหอไม่หยุดเลยค่ะ ฉันเหลืออดกับเธอจริงๆ...”
“ตกลงว่าเจียงไหลเป็นลูกแท้ๆ ของแก หรือว่านังเด็กกำมะลอนั่นเป็นลูกแท้ๆ ของแกกันแน่?”
คุณย่ากู้เดินลงบันไดมาอย่างกระฉับกระเฉง เธอดึงเจียงไหลมาหลบข้างหลังเพื่อปกป้องราวกับแม่ไก่หวงลูกพลางเอ่ยถามเสียงเข้ม
ตั้งแต่คุณท่านจากไป เธอก็ไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องในตระกูลกู้อีกเลยหลายปี
จะมีก็แต่เรื่องของเจียงไหลที่ถูกอุ้มสลับตัวไปนี่แหละที่เป็นหนามยอกอกเธอมาตลอด
“ถ้าแกไม่อยากจะเห็นหน้ายัยหนูนัก ต่อไปยัยหนูก็มาอยู่กับฉันนี่!”
คุณย่ากู้เว้นจังหวะไปเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
“ประจวบเหมาะกับที่วันนี้จิ่งชวนมาคุยเรื่องหมั้นหมายพอดี เรื่องงานหมั้นที่ตระกูลเราติดค้างไว้ ก็ให้มันจบและหมั้นกันวันนี้เลยแล้วกัน!”
“คุณย่าคะ...” กู้เชียนเหอมองเผยจิ่งชวนด้วยสายตาน่าสงสาร
“คราวก่อนน้องตกลงกับฉันไว้แล้วว่าจะยกงานหมั้นให้ อีกอย่าง ความสัมพันธ์ของฉันกับพี่จิ่งชวนมันลึกซึ้งแค่ไหน คุณย่าก็เห็นอยู่กับตามาตลอดไม่ใช่เหรอคะ?”
ซ่งฉินเองก็ร้อนรนจนทนไม่ไหว เธอเอ่ยแกมข่มขู่เจียงไหล
“ก่อนหน้านี้เราตกลงกันไว้แล้วนี่ ว่าถ้าเรื่องงานหมั้นของเชียนเหอกับจิ่งชวนเรียบร้อย ฉันจะแบ่งหุ้นให้เธอ 3%”
3% งั้นเหรอ?
ชาติก่อน ในวันหมั้นของกู้เชียนเหอกับเผยจิ่งชวน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง คนตระกูลกู้มอบหุ้นให้เธอถึง 30% เลยทีเดียว
จะให้ทานขอทานยังไม่งกขนาดนี้เลย
เจียงไหลส่งเสียงหึในลำคอ ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยว น้ำเสียงของเธอเจือแววหยอกเย้าจางๆ
“ที่แท้ในสายตาของคุณนายกู้ ประธานเผยก็มีค่าตัวราคาถูกขนาดนี้เลยเหรอคะ? มีค่าแค่หุ้น 3% ของกู้ซื่อกรุ๊ปเอง”
“เธออย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ!”
ซ่งฉินเริ่มใจเสีย เธอรีบหันไปมองเผยจิ่งชวนด้วยความลนลาน
เผยจิ่งชวน คือผู้กุมอำนาจที่แท้จริงของตระกูลเผย ซึ่งเป็นตระกูลชั้นนำระดับท็อปในประเทศ ขึ้นชื่อเรื่องสไตล์การทำงานที่เด็ดขาดและโหดเหี้ยมในโลกธุรกิจ ไม่เคยเห็นแก่หน้าใครทั้งสิ้น
งานหมั้นระหว่างตระกูลกู้และตระกูลเผย เกิดขึ้นได้ก็เพราะคุณย่ากู้เคยมีบุญคุณต่อเขามาก่อนจึงขอร้องมา
ไม่อย่างนั้น ตระกูลกู้เล็กๆ มีหรือจะกล้าไปตอแยกับผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขา
เจียงไหลกะพริบตาปริบๆ ราวกับไร้เดียงสา ก่อนจะจงใจยั่วโมโหต่อไป
“ฉันพูดเหลวไหลตรงไหนกันคะ? คุณนายกู้ไม่ได้จะใช้หุ้นแค่ 3% เพื่อยัดเยียดคุณหนูตัวปลอมที่ไร้ประโยชน์คนหนึ่งให้แต่งเข้าตระกูลเผยหรอกเหรอ?”
เธอต้องการจะอาละวาด ยิ่งเรื่องใหญ่โตเท่าไรก็ยิ่งดี
อะไรที่กู้เชียนเหออยากได้ เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งมันมา!
“ที่ไหลไหลพูดมาไม่ผิดเลยสักคำ!” คุณย่ากู้ใช้ไม้เท้ากระแทกพื้นเสียงดังตึ้ง เพื่อแสดงตัวเป็นแบ็กหลังให้เจียงไหลอย่างไม่มีเงื่อนไข
เจียงไหลเดินยิ้มร่าเข้าไปหาเผยจิ่งชวน “ประธานเผยคงจะตกลงหมั้นกับฉันใช่ไหมคะ?”
“คุณหนูเจียงมั่นใจในตัวเองจังเลยนะครับ” เผยจิ่งชวนเหลือบมองเจียงไหลด้วยสายตาเย็นชา
“ก็พอตัวค่ะ”
เจียงไหลเอื้อมมือไปแตะไหล่ของเขา ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหูด้วยเสียงที่เบาแสนเบา
“ประธานเผยแค่ต้องรู้ไว้ก็พอว่า ในโลกใบนี้ มีเพียงฉันคนเดียวเท่านั้นที่รักษาขาพี่ชายของคุณได้”
แม้เธอจะไม่เข้าใจเรื่องการแพทย์ แต่ในสำนักมีวิชาคาถามากมายที่สามารถหล่อเลี้ยงและต่อกระดูกเส้นเอ็นมนุษย์ขึ้นมาใหม่ได้
ขอแค่คนไข้ยังมีลมหายใจอยู่ เธอก็รักษาได้ทั้งนั้น
ตอนที่เจียงไหลชักมือกลับ พลังปราณอุ่นๆ ที่ห่างหายไปนานพลันแล่นเข้าไปในยันต์ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของเธอ
เธอเคยได้ยินอาจารย์บอกว่า นอกจากการเปลี่ยนดวงชะตาของตระกูลกู้แล้ว คนที่มีดวงชะตาฟ้าประทานก็สามารถทำลายข้อห้ามของสวรรค์ที่มีต่อยันต์ของเธอ และช่วยสลายเคราะห์กรรมใหญ่ในชีวิตของเธอได้เช่นกัน
แววตาของเจียงไหลผุดประกายความตื่นตะลึงขึ้นมาวูบหนึ่ง...
หรือว่าเผยจิ่งชวนคนนี้... จะเป็นผู้เกื้อหนุนที่เธอพลาดไปในชาติก่อนกันนะ?
