บทที่ 5 อยากให้รับหลานสาวฉันเป็นศิษย์
"คุณเผลอติด GPS ไว้บนตัวฉันหรือเปล่าคะคุณเผย?" เจียงไหลหันกลับมาเอ่ยแซวพลางรักษาระยะห่างจากเผยจิ่งชวน
"ได้ยินว่าคุณย่าเกิดเรื่อง เลยตั้งใจมาดูหน่อยครับ" เผยจิ่งชวนตอบ เขาเหลือบมองกลุ่มนักข่าวบันเทิงที่อยู่ด้านล่าง "คุณกลัวพวกเขาหรือเปล่า?"
"ฉันกลัวคนนินทามากกว่าค่ะ" เจียงไหลใช้มือข้างหนึ่งค้ำราวระเบียงดาดฟ้าไว้
"เรื่องที่ฉันกลับตระกูลกู้ก็ก่อความวุ่นวายไว้ไม่น้อยอยู่แล้ว ถ้าเรื่องที่คุณย่าประสบอุบัติเหตุรถชนถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีก ใครจะรู้ว่าพวกนั้นจะเขียนข่าวไปในทิศทางไหน... จะหาว่าฉันเป็นตัวซวยหรือเปล่า?"
ถึงแม้เธอจะล้มเลิกความคิดที่จะเอาใจคนตระกูลกู้แล้ว แต่เธอก็ไม่อยากให้มีข่าวฉาวด้านลบตามพัวพันอยู่ดี
"แต่คุณเผยน่าจะมีวิธีพาฉันออกไปนะคะ" ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และเป็นประกายของเจียงไหลชำเลืองมองเขา
“คุณคงไม่ยืนดูฉันถูกผลักไปอยู่ท่ามกลางมรสุมข่าวหรอกใช่ไหมคะ?"
"แน่นอนครับ"
สุนัขจิ้งจอกก็เป็นแบบนี้เสมอ จะยอมเก็บกรงเล็บก็ต่อเมื่อต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่นเท่านั้น
"งั้นคุณก็ช่วยฉันสืบเรื่องอุบัติเหตุรถชนของคุณย่าไปพร้อมกันเลยแล้วกันนะ" เจียงไหลปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้นเล็กน้อยพลางเอ่ยขอแบบได้คืบจะเอาศอก
ตอนนี้เธอไม่มีทั้งคอนเนกชันและอำนาจ ส่วนซ่งฉินที่เธอเคยเตือนไปก็คงไม่ได้เอาเรื่องนี้มาใส่ใจ
เธอต้องใช้ประโยชน์จากพระประธานองค์ใหญ่อย่างเผยจิ่งชวนคนนี้ให้คุ้มค่าที่สุด
"ผมให้คนไปดึงไฟล์วิดีโอกล้องวงจรปิดตอนเกิดอุบัติเหตุมาแล้วครับ"
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เผยจิ่งชวนก็ขมวดคิ้ว "กล้องวงจรปิดมีอะไรแปลกๆ"
"อะไรเหรอคะ?"
เผยจิ่งชวนไม่ได้ตอบทันที เขาเปิดวิดีโอกล้องวงจรปิดที่เลขาฯ ส่งมาให้ แล้วยื่นโทรศัพท์มือถือให้กับเจียงไหล
ในวิดีโอ... ขณะที่รถบรรทุกสินค้ากำลังเปลี่ยนเลนและเลี้ยวขวาโดยไม่สนใจสัญญาณไฟจราจร บนเบาะที่นั่งคนขับกลับไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว!
จนกระทั่งรถบรรทุกจวนเจียนจะชนเข้ากับรถของตระกูลกู้ คนขับถึงได้ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง
เขากำลังหมุนพวงมาลัยด้วยสีหน้าตื่นตระหนกตกใจสุดขีด ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขาเองก็ไม่ได้คาดคิดว่ารถบรรทุกจะขับไปในลักษณะนี้
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!
เจียงไหลตาค้างด้วยความตกใจ เธอใช้นิ้วลากแถบความคืบหน้าของวิดีโอซ้ำไปซ้ำมา
ไม่ว่าจะดูจากมุมกล้องไหน ภาพที่บันทึกไว้ก็เหมือนกับสิ่งที่เธอเพิ่งเห็นไม่มีผิด
การที่คนเราจะหายตัวไปในอากาศดื้อ ๆ แบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลย
ยกเว้นแต่ว่าจะใช้เคล็ดวิชาลับของสำนักเร้นลับที่สูญหายไปนานแล้ว หรือไม่ก็... วิดีโอนี้ถูกใครบางคนดัดแปลงแก้ไขมาก่อน!
เจียงไหลเม้มริมฝีปากแน่น ในใจของเธอเอนเอียงไปทางข้อหลังมากกว่า
"วิดีโอกล้องวงจรปิดตัวนี้ไม่ได้ถูกดัดแปลงหรือแก้ไขหรอกครับ" เผยจิ่งชวนพูดเหมือนอ่านความคิดในใจของเธอออก
"เป็นไปไม่ได้!" เจียงไหลส่ายหน้ารัว
วิชาลับของสำนักเร้นลับสูญหายไปเป็นร้อยปีแล้ว เธอเองก็เคยได้ยินอาจารย์พูดถึงแค่ประโยคสองประโยคเท่านั้น
คนพวกนั้นปลีกวิเวกหายไปจากโลกภายนอกตั้งนานแล้ว แล้วตอนนี้จะมาปรากฏตัวปุบปับแบบนี้ได้อย่างไร!
เผยจิ่งชวนหรี่ตาลง ท่าทางของเธอชวนให้สงสัย "คุณเจียงรู้อะไรบางอย่างงั้นเหรอ?"
“พ่อแม่บุญธรรมที่เลี้ยงฉันมาก่อนหน้านี้ ชอบศึกษาเรื่องฮวงจุ้ยและศาสตร์ลี้ลับน่ะค่ะ ฉันน่าจะเคยได้ยินพวกท่านพูดถึงมาบ้าง" เจียงไหลกุเรื่องโกหกขึ้นมา
ถ้าเรื่องกล้องวงจรปิดเป็นอย่างที่เผยจิ่งชวนพูดจริง ๆ เธอก็จำเป็นต้องไปเจออาจารย์อีกครั้งแล้วล่ะ
เพียงแต่ว่า ยันต์สื่อสารใบสุดท้ายที่เธอนำติดตัวมาจากสำนักเร้นลับได้ถูกใช้ไปหมดแล้ว
เจียงไหลเม้มปาก การจะหาชาดบริสุทธิ์และกระดาษยันต์ที่สามารถรองรับพลังปราณในสถานที่แบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
"ดูเหมือนเรื่องอุบัติเหตุรถชนนี้ จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างตึงมือสำหรับคุณเจียงเหมือนกันสินะครับ"
เผยจิ่งชวนเอ่ยปากทำลายความเงียบอันอึดอัดระหว่างคนทั้งสอง
เจียงไหลได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้า "ลำพังแค่การทำลายคาถาอาคมน่ะง่ายค่ะ เพียงแต่ยังมีบางเรื่องที่ต้องสืบให้กระจ่างก่อน"
เรื่องวิชาลับนี้ทำให้จิตใจของเธอวุ่นวายสับสนไปหมด
เรื่องราวที่ชาติก่อนเธอไม่เคยรับรู้เลยแม้แต่น้อย ตอนนี้กลับค่อย ๆ ผุดขึ้นมาทีละเรื่อง
เจียงไหลสูดหายใจเข้าลึก ๆ "คุณเผยพาฉันออกจากโรงพยาบาลก่อนเถอะค่ะ ฉันยังมีธุระอื่นที่ต้องไปจัดการอีก"
เผยจิ่งชวนไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ เขาพาเจียงไหลไปที่ลานจอดรถใต้ดิน
รถของตระกูลเผยนั้น นักข่าวบันเทิงทั่วทั้งหนานเฉิงต่างก็จำได้ดี แต่พวกเขาก็ไม่มีความกล้าพอที่จะรนหาที่ตายด้วยการไปล่วงเกินเขาเพื่อข่าวซุบซิบ
ดังนั้นตอนที่เผยจิ่งชวนขับรถออกจากโรงพยาบาล ทุกคนจึงพากันเก็บกล้องถ่ายรูปของตัวเอง
เจียงไหลเปิดระบบนำทางในรถเพื่อค้นหาร้านขายของประกอบพิธีกรรมที่ใกล้ที่สุด จากนั้นก็บอกทางให้เขาขับรถเข้าไปในตรอกเล็ก ๆ แห่งหนึ่งแถบชานเมืองหนานเฉิง
เมื่อรถจอดสนิท เจียงไหลก็ลงจากรถไปเพียงลำพัง
ป้ายหน้าร้านขายของประกอบพิธีกรรมนั้นซีดจางไปนานแล้ว มุมทั้งสี่ด้านถึงขั้นฉีกขาดเป็นรู และถูกลมพัดจนสั่นไหวอยู่ตลอดเวลา
ประตูเหล็กม้วนปิดลงมาครึ่งหนึ่ง ข้างในมีแสงไฟสีเหลืองนวลสลัว ๆ พร้อมกับมีเสียงกุกกักเบา ๆ ดังแว่วออกมา
เจียงไหลดึงประตูม้วนแล้วเดินเข้าไปด้านใน
หลังโต๊ะไม้ที่ขาหักไปข้างหนึ่ง เด็กสาวในชุดนักเรียนกำลังเงยหน้าขึ้นมาด้วยท่าทางงัวเงีย
เธอหรี่ตามองสำรวจเจียงไหลแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับไปตะโกนบอกทางประตูไม้ที่ปิดสนิทอยู่
"คุณย่าคะ มีคนมาค่ะ!"
"รู้แล้วยัยตัวแสบ!" ประตูไม้ที่ดูง่อนแง่นถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยหญิงชราผมขาวโพลน
เธอเดินออกมาพลางลอบสำรวจเจียงไหลไปด้วย และสายตาของเธอก็ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเหลือบไปเห็นกระเป๋าเสื้อของเจียงไหล
"แม่หนูต้องการอะไรล่ะ?"
"ชาดบริสุทธิ์กับกระดาษทำยันต์ค่ะ"
"กระดาษยันต์ที่แม่หนูต้องการ คงต้องเป็นแบบที่สามารถรองรับพลังปราณได้สินะ" หญิงชราเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
สิ้นเสียงคำพูดนั้น เจียงไหลก็ปรับสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที เธอเริ่มกวาดสายตามองสำรวจหญิงชราอย่างละเอียด
"ไม่ต้องเครียดไปหรอก" หญิงชราเอ่ยปลอบ
"เมื่อก่อนฉันเคยได้ติดต่อมีปฏิสัมพันธ์กับคนของสำนักเร้นลับอยู่บ้าง เลยพอจะรู้มาบ้าง ฉันไม่คิดเงินแม่หนูหรอกนะ แต่ฉันต้องการให้แม่หนูสัญญากับฉันเรื่องหนึ่ง"
เจียงไหลไม่ได้เอ่ยขัด เธอยกมือส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายพูดต่อ
"ฉันอยากให้คุณรับหลานสาวของฉันเป็นศิษย์"
“คุณย่าคะ!" เด็กสาวร้อนรนจนแทบจะกระโดดตัวลอย
"หนูไม่ยอมไปกับคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าหรอกนะ!"
เจียงไหลอาศัยจังหวะที่เด็กสาวยังไม่ทันตั้งตัว คว้าฝ่ามือของเธอมาบีบพร้อมกับปรายตามองแวบหนึ่ง...
ดวงชะตาฟ้าลิขิตมาให้วาสนาบางเบาและอายุสั้น จำเป็นต้องสร้างสายสัมพันธ์กับผู้ที่มีดวงชะตาแข็งแกร่ง มิฉะนั้นจะต้องจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร
นี่คิดจะรีบส่งหลานมาให้เธอช่วยฝืนลิขิตฟ้าเปลี่ยนชะตาชีวิตให้สินะ!
"คุณย่าทำธุรกิจแบบนี้ ฉันว่าฉันค่อนข้างขาดทุนนะคะ" เจียงไหลปล่อยมือเด็กสาว
หญิงชราส่ายหน้าและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจเป็นอย่างยิ่ง "เส้นทางของเธอยังอีกยาวไกล ในวันข้างหน้าเธอจะสามารถช่วยคุณได้อย่างแน่นอน"
เจียงไหลไม่เคยเชื่อมั่นในคำสัญญา แต่คำพูดของหญิงชราคนนี้กลับทำให้เธอรู้สึกคล้อยตามอย่างน่าประหลาด
หากลองคิดในอีกมุมหนึ่ง การที่เธอจะลงมือทำอะไรในตระกูลกู้นั้นค่อนข้างไม่สะดวก มีแรงงานฟรีเพิ่มมาสักคนก็ไม่เลวเหมือนกัน
"งั้นฉันจะลองเชื่อดูสักครั้งแล้วกันค่ะ"
เจียงไหลยกยิ้มมุมปาก เธอพึมพำท่องคาถาเบา ๆ สองสามประโยค แล้วถอดจี้พระหยกที่ห้อยติดตัวอยู่ออกมาสวมเข้าที่ลำคอของเด็กสาว
"เรียบร้อย ต่อไปนี้ฉันคืออาจารย์ของเธอ เธอเรียกฉันว่าเจียงไหลได้เลย" เจียงไหลแนะนำตัวสั้น ๆ
"ถังหย่าค่ะ" เด็กสาวตอบรับอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแลกเบอร์โทรศัพท์กับเจียงไหล
เจียงไหลประคองห่อชาดและกระดาษยันต์ที่หญิงชราจัดเตรียมไว้ให้ขึ้นมา แล้วรีบเดินกลับไปที่รถทันที
เธอกดเปิดไฟส่องสว่างภายในรถ จากนั้นใช้นิ้วมือจุ่มชาดแล้วเริ่มวาดลงบนกระดาษยันต์
ยันต์สื่อสารเป็นยันต์ขั้นพื้นฐานที่สุดของสำนักเร้นลับ แต่เนื่องจากเคราะห์กรรมแห่งชะตาชีวิตของเธอ ความสามารถในการรวบรวมพลังปราณลงบนกระดาษยันต์จึงไม่เหมือนในอดีตอีกต่อไป
ก่อนที่จะลงจากรถ เธอวาดไปสิบกว่าใบ แต่ใบที่ประสบความสำเร็จกลับมีเพียงแค่สองใบเท่านั้น
เผยจิ่งชวนขับรถมาจอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์เหอเฟิง เจียงไหลค่อย ๆ เก็บกระดาษยันต์และชาดอย่างอ้อยอิ่ง
เธออาศัยจังหวะที่เผยจิ่งชวนไม่ได้ระวังตัว ยื่นมือออกไปโอบลำคอของเขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองหดสั้นลงในทันที
“ไว้เจอกันคราวหน้านะคะ" เจียงไหลเอ่ยกระซิบที่ข้างใบหูของเขาด้วยรอยยิ้มหยักโค้งตรงมุมปาก
หลังจากพูดจบเธอก็ลงจากรถด้วยความเร็วแสง แล้วเดินตรงเข้าคฤหาสน์ไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
เผยจิ่งชวนมองตามหลังทิศทางที่เธอเดินจากไป น้ำเสียงนุ่มนวลนั้นราวกับยังคงแว่วอยู่ข้างหู ชวนให้แววตาของเขาดูเข้มลึกขึ้นอีกหลายส่วน
ไว้เจอกันคราวหน้า... ยัยแม่หมอตัวแสบ