บทที่ 4 ต้องการความช่วยเหลือไหมครับ? คุณเจียง
“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” เจียงไหลเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะสั่งให้คนใช้เตรียมรถให้
ณ โรงพยาบาลเหรินอ้าย
แม้เรื่องที่คุณย่ากู้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จะถูกปิดข่าวอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ยังมีหลุดรอดออกไปอยู่ดี
นักข่าวสายบันเทิงจำนวนไม่น้อยต่างแบกกล้องถ่ายรูปและอุปกรณ์ครบมือมารอดักซุ่มอยู่บริเวณประตูทางเข้าโรงพยาบาล
เจียงไหลสวมหน้ากากอนามัย เดินปะปนไปกับฝูงชนจนกระทั่งขึ้นมาถึงหน้าห้องผู้ป่วยวีไอพีชั้นบนสุด
ซ่งฉินนั่งอยู่บนม้านั่งยาวหน้าห้องผู้ป่วย ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงก่ำนั้นบวมเป่งเล็กน้อย
เมื่อเธอเหลือบไปเห็นเจียงไหล ก็รีบลุกขึ้นยืนทันที “เธอยังมีหน้ามาที่นี่อีกเหรอ!”
“แย่งคู่หมั้นของเชียนเหอไปไม่พอ ยังทำให้คุณแม่ต้องประสบอุบัติเหตุเข้าโรงพยาบาลอีก เธอทำตระกูลกู้ปั่นป่วนขนาดนี้แล้วสะใจมากใช่ไหม!”
เจียงไหลหลุดหัวเราะเยาะออกมาทันที “คุณย่าประสบอุบัติเหตุ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันคะ?”
“ถ้าไม่ใช่เพราะวันๆ เธอเอาแต่ยุ่งกับไอ้พวกของงมงายพวกนั้น คุณแม่จะเกิดเรื่องได้ยังไง!” ซ่งฉินตวาดเสียงกร้าว
ตอนที่เจียงไหลถูกรับตัวกลับมาตระกูลกู้ใหม่ๆ พอเจอกันครั้งแรกเธอก็ยื่นยันต์คุ้มครองที่พับจากกระดาษเหลืองให้พวกเขา แถมยังพูดจาแปลกๆ ที่ไม่มีใครเข้าใจ
ตอนนั้นสัญชาตญาณเธอบอกเลยว่าเจียงไหลคนนี้ดูประหลาดและอัปมงคลมาก แล้วตอนนี้มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ!
“คุณย่าจะไม่เป็นอะไรค่ะ” เจียงไหลสะบัดมือของซ่งฉินที่จับไหล่เธอออกอย่างแรง ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทีสงบนิ่ง
“เอาเวลาที่มาสาดโคลนใส่ฉัน ไปสืบดูดีกว่าไหมคะว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุครั้งนี้”
คนขับรถของตระกูลกู้ได้รับการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพ สามารถรับมือกับสถานการณ์อันตรายได้ทุกรูปแบบ อุบัติเหตุเมื่อคืนนี้มันดูมีพิรุธเกินไป
ชาติก่อนเธอเอาแต่ยอมคนและขี้ขลาด ทำได้เพียงมองดูเรื่องนี้เงียบหายไปโดยสืบหาความจริงไม่ได้
แต่ครั้งนี้เธอจะตรวจสอบให้กระจ่างชัดว่าใครกันแน่ที่คิดปองร้ายคุณย่ากู้ลับหลัง
ซ่งฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้เธอมาเสือก!”
ในเวลาเดียวกัน ประตูห้องผู้ป่วยก็แง้มเปิดออก
“คุณเจียงไหลมาถึงหรือยังคะ คนไข้ต้องการพบค่ะ” พยาบาลส่งเสียงเรียกจากหน้าประตู
“ฉันเองค่ะ” เจียงไหลสาวเท้าเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว
ภายในห้องผู้ป่วยมีเพียงโคมไฟหัวเตียงของคุณย่ากู้เท่านั้นที่เปิดอยู่ เสียงตื๊ดๆ ของเครื่องมือแพทย์ดังระงมไม่ขาดสาย
หรือว่ายันต์ของเธอ... จะไม่สามารถปกป้องคุณย่าได้สมบูรณ์แบบเหมือนชาติก่อนงั้นเหรอ?
หัวใจของเจียงไหลแทบจะหลุดไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองว่าคุณย่ากู้ที่นอนอยู่บนเตียงจะอ่อนแอและทรุดโทรมขนาดไหน
คุณย่ากู้กลับนอนนิ่งๆ บนเตียง เธอดึงแผ่นอิเล็กโทรดที่แปะอยู่ตามตัวออก แล้วดึงมือเจียงไหลให้ลงมานั่งบนเตียงด้วยกัน
“ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะยัยหนู!”
“คุณย่า...คะ...” เจียงไหลเห็นคุณย่ากู้ที่ไร้รอยขีดข่วนตรงหน้าด้วยความอึ้ง
“ยัยเด็กคนนี้ ย่าไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนสักหน่อย!”
คุณย่ากู้ลุกขึ้นยืนพลางบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย อุบัติเหตุเกิดขึ้นที่ชานเมืองหนานเฉิง รถของตระกูลกู้ถูกรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ชนจนพลิกคว่ำ
หลังจากแรงกระแทกเธอก็เกือบจะหมดสติไป จำได้เพียงเปลวไฟที่ลุกโชนเต็มท้องฟ้ากับเสียงไซเรนของรถตำรวจและรถพยาบาล
อุบัติเหตุรุนแรงขนาดนั้นไม่น่าจะมีใครรอดชีวิตมาได้ แต่เธอกลับถูกส่งตัวมาโรงพยาบาลโดยปลอดภัยไร้รอยแผล
แม้แต่หมอที่มาตรวจร่างกายให้เธอยังอุทานว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์!
คุณย่ากู้นึกถึงเรื่องนี้พลางหยิบยันต์ที่ขาดเป็นเสี่ยงๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วเอ่ยชม
“ต้องเป็นเพราะยันต์ที่ไหลไหลให้มาแน่ๆ ที่ช่วยไว้ ไม่อย่างนั้นคืนนี้ย่าคงไม่รอดจากเคราะห์กรรมนี้แล้ว!”
“เป็นเพราะคุณย่ามีบุญบารมีมากต่างหากค่ะ” น้ำเสียงของเจียงไหลผ่อนคลายลงไปมาก
ทันใดนั้น มือเรียวยาวข้างหนึ่งก็แย่งยันต์ในมือของคุณย่ากู้ไป ก่อนจะโยนมันทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ไยดี
“เจียงไหล ฉันบอกเธอตั้งกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่าไปยุ่งกับของชั้นต่ำพวกนี้อีก!”
เจียงไหลจำเสียงนี้ได้ทันทีว่าเป็นเสียงของพี่ชายคนรองของเธอ ‘กู้เส้าเชิน’ หัวหน้าแผนกศัลยกรรมหัวใจและทรวงอกของโรงพยาบาลเหรินอ้าย
ศัลยแพทย์ฝีมือฉกาจที่ผู้คนต่างยกย่องสรรเสริญ เขาสวมเสื้อกาวน์สีขาวยืนอยู่ด้านข้าง
รูปร่างสูงโปร่งราวกับต้นสน ริมฝีปากบางเม้มแน่น ดวงตาดอกท้อคู่นั้นแฝงไปด้วยความเย็นชาอยู่หลายส่วน โครงหน้าและคิ้วมีความคล้ายคลึงกับซ่งฉินอยู่บ้าง
“พี่รอง” เจียงไหลเรียกเขา
กู้เส้าเชินไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอ เขาหยิบแผ่นอิเล็กโทรดที่วางอยู่ด้านข้างขึ้นมา แล้วเอ่ยกับคุณย่ากู้อย่างเหนื่อยใจ
“คุณย่าครับ ผมบอกให้คุณย่าฟังคำสั่งของคุณหมอเจ้าของไข้ดีๆ ไงครับ ถึงผลตรวจจะออกมาดี แต่การมอนิเตอร์พื้นฐานก็ยังจำเป็นต้องทำอยู่นะครับ”
คุณย่ากู้แสร้งไอค่อกแค่กแล้วบอกว่า “เดี๋ยวฉันก็แปะกลับไปแล้วน่า”
กู้เส้าเชินไม่สนใจข้ออ้างของเธอ มือก็จัดการแปะอุปกรณ์กลับเข้าที่ ส่วนปากก็ยังคงพูดย้ำ
“เชียนเหอเธอเป็นห่วงคุณย่ามากนะครับ ต่อให้คุณย่าจะไม่ชอบเธอ ก็ไม่ควรเย็นชาใส่เธอขนาดนี้”
“ยัยเด็กนั่นไม่ใช่หมอไม่ใช่พยาบาลสักหน่อย แกตั้งใจจะพาเธอมาให้ฉันเห็นหน้าแล้วอารมณ์เสียหรือไง?”
คุณย่ากู้แค่นเสียงหึ ก่อนจะปัดมือเขาออก “ถ้าไม่ได้ไหลไหล ป่านนี้แกคงไม่ได้เห็นหน้าฉันแล้ว!”
กู้เส้าเชินนวดคลึงระหว่างคิ้ว นึกเสียใจเล็กน้อยที่พูดคำเหล่านั้นออกไป
คุณย่ากู้โดนยาเสน่ห์ของเจียงไหลมอมเมาไปหมดแล้ว เรื่องนี้ไม่สามารถเปลี่ยนได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ
“ดูเหมือนพี่รองจะมีอคติกับฉันมากเลยนะคะ” สายตาของเจียงไหลหยุดอยู่ที่ใบหน้าของกู้เส้าเชิน
“แต่ฉันเป็นคุณหนูตัวจริงที่ถูกต้องตามกฎหมายของตระกูลกู้ ถ้าพี่กลัวว่าพี่เชียนเหอจะน้อยใจละก็ ทำไมไม่ลองไปกล่อมให้เธอรีบไสหัวออกไปล่ะคะ”
“ต่อปากต่อคำเหรอ?” กู้เส้าเชินก้าวเข้ามาข้างหน้า ยืนค้ำหัวก้มลงมองพิจารณาเจียงไหลที่ทำให้เขารู้สึกแปลกหน้าไปอย่างสิ้นเชิง
ที่ผ่านมาที่ดูอ่อนหวานเอาใจใส่ รู้ความ... คงจะแกล้งทำสินะ
ที่คอยจิกกัด ปากร้าย ใจดำ แบบนี้ต่างหากที่เป็นธาตุแท้ของเธอ!
เจียงไหลสบตาเขาอย่างไม่ได้ยี่หระ “ฉันก็แค่พูดความจริงค่ะ”
“พอฉันพูดชื่อกู้เชียนเหอขึ้นมา พี่รองก็ดูเดือดเนื้อร้อนใจขนาดนี้ ทีเมื่อกี้ไม่เห็นพี่จะปฏิบัติกับคุณย่าแบบนี้บ้างเลย? กลายเป็นว่ารักคุณหนูตัวปลอมที่เอาแต่ขายความน่าสงสารเรียกร้องความเห็นใจ มากกว่าญาติแท้ๆ ที่มีสายเลือดเดียวกันงั้นเหรอ?”
กู้เส้าเชินชะงักไปทั้งร่าง ความคิดเริ่มทบทวนและสะท้อนถึงคำพูดและการกระทำของตัวเองเมื่อครู่โดยไม่รู้ตัว
เขา... เหมือนจะเป็นอย่างที่เจียงไหลพูดจริงๆ
“พี่รองจะเกลียดฉันก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่อย่าทำร้ายจิตใจของคุณย่าจนบอบช้ำไปมากกว่านี้ก็พอ” เจียงไหลพูดต่อ
วิชาขโมยดวงชะตาของกู้เชียนเหอ จะคอยขยายความรู้สึกดีๆ ที่คนในตระกูลกู้มีต่อเธอให้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ชาติก่อน เธอพยายามจะแก้ปมคำสาปนี้จากต้นตอ ผลคือดันทุรังพยายามอยู่ถึงสองปีเต็ม แต่สุดท้ายกลับต้องเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ
แต่ตอนนี้ ในเมื่อเธอพบวิธีแก้เคราะห์กรรมนี้แล้ว อิทธิพลของวิชาคุณไสยพวกนั้นจึงไม่มีผลอะไรกับเธออีกต่อไป
สิ่งเดียวที่เธอห่วงในตอนนี้ก็คือคุณย่ากู้ การยุแยงตะแคงรั่วซ้ำแล้วซ้ำเล่าของกู้เชียนเหอ ในไม่ช้ามันจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสามพี่น้องตระกูลกู้กับคุณย่ากู้ดิ่งลงเหวยากจะประสาน
“เธอหมายความว่ายังไง?” กู้เส้าเชินดึงสติกลับมาทันควัน เธอคิดว่าตัวเองสู้กู้เชียนเหอไม่ได้ ก็เลยใช้วิธีอ้อมค้อมแบบนี้งั้นเหรอ? ช่างน่าขำสิ้นดี!
“พี่รองกลายเป็นคนฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องตั้งแต่เมื่อไรกันคะ?”
เจียงไหลลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยด้วยท่าทีเย็นชา “เอาเป็นว่าพี่อย่าเสียใจทีหลังแล้วกัน”
สิ้นประโยค เธอก็เดินออกจากห้องไป พร้อมกับเสียงประตูห้องผู้ป่วยที่ปิดลงตามหลังอย่างแรง
หลังจากเจียงไหลเดินออกมาจากห้องผู้ป่วย เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็ไม่พบตัวซ่งฉิน
คาดว่ารายนั้นคงจะไปปลอบใจกู้เชียนเหอที่ไม่เป็นที่ต้อนรับของคุณย่ากู้เป็นแน่
“น่าเบื่อชะมัด มีปัญญาทำแค่นี้เองสินะ” เจียงไหลหรี่ตาลงพลางพึมพำเสียงเบา
เธอขึ้นลิฟต์ไปยังดาดฟ้าชั้นบนสุด แล้วทอดสายตามองลงไปด้านล่าง
นักข่าวสายบันเทิงที่เบียดเสียดอยู่ตรงประตูโรงพยาบาลยังคงมีจำนวนมากอยู่ดี
ถ้าเธอเดินออกไปทางประตูหน้า มีหวังคงได้ปะทะหน้ากับกล้องพวกนั้นโดยตรงแน่
เจียงไหลถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แผ่นหลังของเธอก็ชนเข้ากับแผงอกอันอบอุ่นและแข็งแกร่งของชายหนุ่ม กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้สนลอยมาแตะจมูก
“ต้องการความช่วยเหลือไหมครับ? คุณเจียง”