บทที่ 3 เธอมีสารพัดวิธีที่จะจัดการกับเจียงไหล
“ไม่ต้องหรอกค่ะคุณย่า วันหลังพวกพี่ๆ ต้องคิดได้แน่ๆ” เจียงไหลเข้าไปคล้องแขนคุณย่ากู้
ตระกูลกู้มีลูกทั้งหมด 4 คน เป็นชาย 3 หญิง 1
หลังจากที่เธอได้กลับมาบ้าน พี่ชายทั้งสามคนก็รักและตามใจกู้เชียนเหอจนแทบจะเรียกได้ว่าผิดปกติ เพราะกลัวว่ากู้เชียนเหอจะรู้สึกน้อยใจ
ต่อให้กู้เชียนเหออยากได้ดวงดาวบนฟ้า พวกเขาก็คงจะสอยลงมามอบให้เธอได้
และเพราะเหตุนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับคุณย่ากู้จึงนับวันยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ จนมักจะทำให้ท่านต้องแอบไปร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง
คุณย่าเป็นคนเดียวในตระกูลกู้ที่เธอแคร์ ในวัยขนาดนี้ท่านควรจะได้มีความสุขกับลูกๆ หลานๆ ไม่ใช่ต้องมาพัวพันกับความแค้นระหว่างเธอกับตระกูลกู้
“ไหลไหล หลาน...” คุณย่ากู้สงสารหลานสาวจับใจ
ทำไมหลานสาวของเธอถึงได้รู้ความและแสนดีขนาดนี้ มีแต่พวกตาบอดใจดำพวกนั้นแหละที่มองไม่เห็นความดีของเธอ!
“รอให้เจ้าสามคนนั้นตาสว่างเมื่อไร ย่าจะจัดการสั่งสอนพวกมันให้หนักเลย!”
“ค่ะ ฉันจะรอฟังข่าวดีจากคุณย่านะคะ” เจียงไหลเอาใจท่านเหมือนกำลังปลอบเด็ก ทให้คุณย่ากู้กลับมาเบิกบานใจอีกครั้ง
เมื่อได้ยินดังนั้น กู้เชียนเหอก็รู้สึกโล่งอก
คุณย่ากู้ที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงในบ้านจะมีประโยชน์อะไร ขอเพียงเธอรักษาความสัมพันธ์อันดีกับพี่ชายทั้งสามคนไว้ให้มั่น ทุกสิ่งที่สูญเสียไปย่อมกลับคืนมาเอง
ส่วนเจียงไหล เธอมีสารพัดวิธีที่จะจัดการกับยัยนั่น
คุณย่ากู้กับเจียงไหลคุยกันอย่างถูกคอ จนพ่อบ้านเห็นว่าดึกมากแล้วจึงเข้ามาเตือนอยู่หลายครั้ง ท่านถึงยอมปล่อยมือจากเจียงไหลด้วยความอาลัยอาวรณ์
“ไหลไหล ย่ากลับก่อนนะ หลานมีเรื่องอะไรก็โทรหาย่านะ”
คุณย่ากู้ไม่ชอบกู้เชียนเหอ หลังจากที่คุณปู่กู้เสียชีวิต ท่านก็ย้ายไปอยู่ที่สถานพักฟื้นที่หนานเฉิงเพียงลำพังเพื่อความสงบ
เจียงไหลเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบก้าวเท้าขึ้นไปประคองคุณย่ากู้ทันที “คุณย่าคะ ฉันไปส่งค่ะ”
เจียงไหลบอกให้คนขับรถลงจากรถก่อน จากนั้นจึงเปิดประตูรถและเข้าไปนั่งที่เบาะหลังพร้อมกับคุณย่ากู้
เจียงไหลรูดม่านเบาะหลังรถปิด แล้วยัดกระดาษสีเหลืองที่พับเป็นรูปสามเหลี่ยมซึ่งกำไว้ในฝ่ามือใส่มือคุณย่ากู้
“คุณย่าคะ พกยันต์นี้ติดตัวไว้นะคะ มันช่วยคุ้มครองให้ปลอดภัยได้”
ในชาติก่อน เธอคำนวณล่วงหน้าได้ว่าคุณย่ากู้จะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ในคืนนี้ จึงได้มอบยันต์คุ้มภัยให้ท่านไปใบหนึ่ง
ทว่ายันต์ของเธอถูกสวรรค์จำกัดพลังไว้ ประสิทธิภาพของยันต์คุ้มภัยใบนั้นจึงแสดงผลได้ไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ
อุบัติเหตุรถชนครั้งนั้นแม้ไม่ได้คร่าชีวิตของคุณย่ากู้ แต่ก็ทำลายสุขภาพของท่าน ไม่ถึงหนึ่งเดือนท่านก็จากโลกนี้ไป
ทว่าตอนนี้ เธอได้อาศัยเผยจิ่งชวนในการปลดล็อกขีดจำกัดของยันต์ชั่วคราว ชะตากรรมของคุณย่าจะเปลี่ยนไปไหมนะ...
เจียงไหลกำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความกังวลจนแทบจะล้นทะลักออกมา
คุณย่ากู้เก็บยันต์คุ้มภัยลงในกระเป๋าเสื้อ บนยันต์นั้นยังคงหลงเหลือไออุ่นจากฝ่ามือของเจียงไหล
“ของที่ไหลไหลให้ ย่าจะเก็บรักษาไว้อย่างดีราวกับเป็นของล้ำค่าเลยล่ะ”
เธอไม่เคยเชื่อเรื่องผีสางเทวดามาก่อน แต่ความกตัญญูอันเปี่ยมล้นของไหลไหล จะให้เธอมองข้ามได้อย่างไร!
เจียงไหลย้ำแล้วย้ำอีก “ถ้าคุณย่าไม่พกติดตัวไว้ดีๆ ฉันจะโกรธจริงๆ นะคะ”
“ไหลไหลเอ๊ย วางใจเถอะน่า” คุณย่ากู้กุมมือเธอไว้พลางเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “แต่ว่า…หลานไม่คิดจะย้ายมาอยู่กับย่าจริงๆ เหรอ?”
“ฉันอยู่ที่คฤหาสน์เหอเฟิงสบายดีค่ะ” เจียงไหลส่งสายตาให้ท่านสบายใจ
เธอไม่ใช่คนอ่อนแอที่ตระกูลกู้จะบดขยี้ได้ตามใจชอบอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่น่าเป็นห่วงในตอนนี้กลับเป็นคุณย่ากู้ต่างหาก
พลังงานอัปมงคลระหว่างคิ้วของท่านนับวันยิ่งเข้มข้นขึ้น การเดินทางในค่ำคืนนี้ต้องเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้านเป็นแน่
ตอนที่เจียงไหลเดินออกมาจากรถ เผยจิ่งชวนกำลังยืนรออยู่ด้านข้าง
เธอก้าวเข้าไปหา “ประธานเผยทำไมยังไม่กลับอีกคะ?”
“เดินเล่นน่ะ” เผยจิ่งชวนกระแอมไอเบาๆ
ทั้งที่เผยซื่อกรุ๊ปยังมีเอกสารอีกมากมายรอให้เขาจัดการ แต่เมื่อครู่เขากลับหยุดยืนอยู่ข้างรถของคุณย่ากู้
คำพูดที่เจียงไหลพูดออกมานั้น ดึงดูดความสนใจของเขาได้จริงๆ
“ดูท่าประธานเผยจะอารมณ์ดีไม่เบานะคะ” เจียงไหลเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ พลางหยิบยันต์ใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “นี่คือของตอบแทนค่ะ”
“อะไรน่ะ?” เผยจิ่งชวนคีบแผ่นยันต์ไว้
“วันนี้คุณช่วยพูดแทนฉัน ฉันไม่อยากติดค้างน้ำใจใคร ยันต์นี้สามารถคุ้มครองคุณให้ปลอดภัยได้ครั้งหนึ่งค่ะ”
เจียงไหลเอ่ยอย่างราบเรียบ หลังจากพูดจบเธอก็หันหลังเดินกลับเข้าคฤหาสน์เหอเฟิงไป
ห้องนอนของเจียงไหลเป็นห้องใต้หลังคาที่ถูกดัดแปลงขึ้นมาที่ชั้นบนสุด
เธอเดินคลำทางขึ้นบันไดไปตามความทรงจำ หลังจากตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าประตูห้องลงกลอนแน่นหนาแล้ว เธอก็หยิบยันต์สื่อสารเพียงใบเดียวที่มีติดตัวออกมา
ยันต์สื่อสารมอดไหม้ไปกลางอากาศ ชายชรากึ่งโปร่งแสงในชุดนักพรตที่มีเคราสีขาวโพลนพลันปรากฏตัวขึ้นภายในห้อง
ชายชราปรับตัวตามสถานการณ์ไม่ทันอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นเจียงไหลนั่งอยู่บนเตียงก็โพล่งถามออกไปโดยไม่ทันคิด
“ยันต์ของเธอไม่ได้ถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ไปแล้วรึ ทำไมถึงยังเรียกฉันออกมาได้อีก?”
ชายชราพูดพลางขยี้ตาตัวเองอย่างแรง
เจียงไหลได้แต่ดีดนิ้วกลางอากาศอย่างจนใจ ชายชรารู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมานิดๆ ที่หน้าผาก
ไอ้หยา แรงดีดที่คุ้นเคย! ดูท่าจะไม่ได้ฝันไปแฮะ!
“อาจารย์คะ ฉันเหมือนจะเจอคนที่มีดวงชะตาฟ้าประทานตามที่อาจารย์เคยบอกแล้วค่ะ...”
เจียงไหลเริ่มเปิดปากเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เพิ่งประสบพบเจอมาอย่างไม่มีปิดบัง
สิ่งที่เธอต้องการในตอนนี้คือคำตอบ
หากเป็นจริงดังที่อาจารย์กล่าวไว้ ชาตินี้เธอก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจตระกูลกู้อีกต่อไป และไม่ต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ อีกแล้ว!
“ดวงดีจริงๆ นะยัยหนู!”
หลังจากชายชราฟังจบก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมาด้วยความอัศจรรย์ใจ
“คนคนนี้มีดวงชะตาฟ้าประทานจริงๆ เขาสามารถช่วยเธอคลี่คลายเคราะห์กรรมใหญ่ในชีวิตได้!”
เขาอยู่ในโลกแห่งเต๋ามานานปี ความรู้เกี่ยวกับดวงชะตาฟ้าประทานก็มีอยู่แค่ในตำราเท่านั้น
แต่เจียงไหลเพิ่งลงจากเขามาได้แค่ปีเดียว ก็เจอเข้าซะแล้ว!
“เพียงแต่... อาจารย์คะ แล้วต้องทำยังไงถึงจะถือว่าเคราะห์กรรมของฉันได้รับการคลี่คลายล่ะคะ?” เจียงไหลครุ่นคิดแล้วเอ่ยถามออกไป
ในชาติก่อน เธอไม่รู้เรื่องดวงชะตาพิเศษของเผยจิ่งชวนเลย ดังนั้นจึงไม่เคยลงแรงในด้านนั้นมาก่อน
ในเมื่อตอนนี้ได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เธอต้องสืบถามให้กระจ่างแจ้ง
“เรื่องนี้เธอทำฉันลำบากใจแล้วสิ”
ชายชราลูบเครา พลางทบทวนคัมภีร์ลับของสำนักที่เคยอ่านผ่านตามาทั้งหมดในหัว แต่ก็นึกถึงบันทึกที่ละเอียดไม่ออกเลยสักนิด
“เอ่อ... เอาเป็นว่าวิธีนี้ใช้ได้ผลแน่นอน เธอก็ไปทำความรู้จักและติดต่อกับเขาให้มากๆ ส่วนรายละเอียดไว้ให้อาจารย์ไปสืบดูให้แน่ใจก่อน แล้วจะส่งข่าวกลับมาหาเธอเอง!”
ชายชราไม่ยอมรับเด็ดขาดว่าตัวเองเรียนมาไม่แตกฉาน แสร้งทำเป็นทำตัวลึกลับคาดเดายาก
เขาใช้หางตาเหลือบมองเจียงไหลที่กำลังทำหน้าเอือมระอาเต็มที ก่อนจะทิ้งท้ายคำพูดที่ไม่ค่อยน่าเชื่อถือไว้ประโยคหนึ่ง
“เธอจำคำที่อาจารย์บอกไว้ให้ดีก็แล้วกัน อาจารย์ขอตัวไปก่อนล่ะ!”
พอพูดจบ ร่างเงาที่ลอยอยู่กลางอากาศก็สลายหายไปในพริบตา
เจียงไหลจัดการกับเถ้าถ่านที่เกิดจากการเผาไหม้ของยันต์สื่อสารอย่างจนใจ
ทันใดนั้น เสียงร้อนรนของสาวใช้ที่หน้าประตูก็ดังแทรกเข้ามาทันที “คุณหนูเจียง เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!”
เจียงไหลเปิดแง้มประตูห้องออก พลางถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “มีอะไรเหรอ?”
“คุณย่าประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างทางกลับบ้านค่ะ ตอนนี้ยังอยู่ที่โรงพยาบาล คุณผู้หญิงกับคุณหนูเพิ่งจะรีบเดินทางไปโรงพยาบาลกันเมื่อกี้เองค่ะ!”
สาวใช้ตอบกลับอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากที่เธอเหลือบไปเห็นท่าทางอันสงบนิ่งของเจียงไหล ความเร็วในการพูดก็ช้าลงโดยไม่รู้ตัว
เธอรู้อะไรล่วงหน้าหรือเปล่านะ?
ทำไมถึงได้ดูสุขุมเยือกเย็นขนาดนี้!